วันนี้ (3 ก.พ.2569) อดีต ปธน.บิล คลินตัน จากพรรคเดโมแครต และ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ฮิลลารี คลินตัน สองสามีภรรยาผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงการเมืองอเมริกัน เตรียมขึ้นให้การต่อคณะกรรมาธิการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร จากกรณีการพัวพันกับ "เจฟฟรีย์ เอปสตีน" ที่เสียชีวิตขณะถูกคุมขังในเรือนจำเมื่อปี 2562
รองหัวหน้าคณะทำงานของ ปธน.บิล คลินตัน ยืนยันข่าวนี้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ว่า อดีตผู้นำสหรัฐฯ และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ต้องการสร้างบรรทัดฐานให้ทุกคนปฏิบัติตาม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ คลินตันปฏิเสธขึ้นให้การต่อคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว ที่กำลังตรวจสอบเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในคดีอื้อฉาวของเอปสตีน ในตอนนั้น คลินตันเสนอให้ความร่วมมือกับการสอบสวน แต่จะไม่ไปปรากฏตัวต่อสภา เนื่องจากมองว่า เป็นการดำเนินการเพื่อต้องการที่จะปกป้อง ปธน.ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน
มองในด้านหนึ่ง อาจพูดได้ว่า คลินตันทนแรงกดดันไม่ไหว หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับเอปสตีนชุดล่าสุดที่มีมากกว่า 3,000,000 ฉบับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากรีพับลิกัน ระบุว่า กำลังเตรียมข้อมูลเพื่อยื่นญัตติให้สภาลงมติ ว่า คลินตันกระทำความผิดฐานละเมิดต่อสภาด้วยการไม่ยอมเข้าให้การต่อสภาหรือไม่
ชื่อของ "บิล คลินตัน" เข้าไปพัวพันกับเอปสตีนจากกรณีการขอยืมเครื่องบินส่วนตัวของเอปสตีนไปใช้งานหลายครั้งในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 รวมถึงการนำไปใช้ในงานด้านมนุษยธรรมของมูลนิธิคลินตันด้วย ขณะที่ฮิลลารี คลินตัน ระบุว่า ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรมากมายกับเอปสตีน รวมทั้งไม่เคยใช้เครื่องบินของเอปสตีน
ส่วนทรัมป์สนิทกับเอปสตีนมากทีเดียว เพราะอยู่ในแวดวงมหาเศรษฐี-นักธุรกิจคนดังเหมือนกัน แม้ว่าผู้นำสหรัฐฯ จะระบุว่า ได้ตัดความสัมพันธ์ไปแล้วตั้งแต่ก่อนที่เอปสตีนจะถูกตัดสินความผิดเมื่อปี 2551 ก็ตาม โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขัดขวางการเปิดเผยเอกสารการสอบสวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีนมาก่อนด้วย
จุดที่ทำให้เดโมแครต มองว่า การเดินหน้าสอบสวนเรื่องเอปสตีนกับคลินตัน อาจมีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง มาจากการที่สภาไม่ได้เรียกทรัมป์เข้าไปให้การเหมือนกับที่สองสามีภรรยาตระกูลคลินตันโดน
ดังนั้น ด้านหนึ่ง เดโมแครตต้องการความโปร่งใสและการสอบสวนอย่างรอบด้าน แต่ในอีกด้าน ก็กลัวว่า การเดินหน้ากระบวนการนี้อาจไปเข้าทางรีพับลิกัน ที่ต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชน ออกจากความสัมพันธ์ทรัมป์-เอปสตีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงก่อนหน้าการเลือกตั้งกลางเทอม ปลายปีนี้ หลังจากชาวอเมริกันจำนวนมากให้ความสนใจคดีอื้อฉาวเหล่านี้ ซึ่งมีคนดังจากทั่วโลกเข้ามาพัวพัน
เอกสารที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เผยแพร่ปรากฏชื่อของนักการเมืองอย่าง "ฮาวเวิร์ด ลุตนิก" รัฐมนตรีพาณิชย์ และ "แลร์รี ซัมเมอร์ส" อดีตรัฐมนตรีคลัง ไปจนถึงมหาเศรษฐีระดับโลกหลายคน ไม่เว้นแม้แต่เชื้อพระวงศ์ของหลายประเทศ ซึ่งรวมถึง "แอนดรูว เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์" หรือ อดีตเจ้าชายแอนดรูว โดยเอกสารชุดล่าสุดปรากฏชื่อของเขาหลายร้อยครั้ง และยังมีภาพน่าอายหลุดออกมาด้วย
ขณะที่ อีลอน มัสก์ ก็มีหลักฐานว่า เขาแสดงความสนใจอยากไปเกาะส่วนตัวของเอปสตีน สวนทางกับคำบอกเล่าของมัสก์ ที่ระบุว่า ปฏิเสธคำเชิญร่วมงานปาร์ตี้บนเกาะของเอปสตีนหลายครั้ง ส่วนบิล เกตส์ มีการอ้างในอีเมลของเอปสตีน ว่า ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ติดโรคทางเพศสัมพันธ์จากสาวรัสเซีย จนต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งทางมูลนิธิเกตส์ออกมาปฏิเสธข่าวนี้ทันที
ส่วนความคืบหน้าทางกฎหมาย รองอัยการสูงสุดสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า จะไม่มีการตั้งข้อหาใด ๆ เพิ่มเติมในคดีที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีน โดยยืนยันว่า จากการตรวจสอบหลักฐานที่ได้ทำไปก่อนหน้านี้ รวมถึงข้อมูลชุดใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่ออกมา ไม่พบข้อมูลใหม่ที่มากพอจะนำไปสู่การตั้งข้อหาเพิ่มเติมได้ ซึ่งตอนนี้ การตรวจสอบสิ้นสุดลงแล้ว และเหลือเอกสารเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ยังอยู่ในการพิจารณาของศาล
ตอนนี้ กิเลน แมกซ์เวลล์ อดีตแฟนสาวของเอปสตีน เป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมของเอปสตีน โดยเธออยู่ระหว่างรับโทษจำคุกเป็นเวลา 20 ปี ในข้อหาจัดหาและค้าประเวณีเด็กสาวให้แก่เอปสตีน
แต่ในขณะที่ทางการเตรียมที่จะปิดแฟ้มคดีนี้ ก็ทำให้กลุ่มผู้เสียหายจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศของเอปสตีนต่างออกมาแสดงความผิดหวัง โดยระบุว่า แม้จะมีการเปิดเผยเอกสารมากมาย แต่ผู้ที่เคยร่วมก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศยังคงได้รับการปกป้อง
แม้จะมีการเปิดเผยหลักฐานในคดีของเอปสตีนจนเกือบหมดเปลือก แต่ดูเหมือนว่า จะไม่ได้ช่วยเยียวยาจิตใจผู้เสียหายเลย ท่ามกลางความกังวลว่า คดีสุดอื้อฉาวนี้จะจบลงที่การทำลายชื่อเสียงผ่านหน้าสื่อ มากกว่าการนำตัวผู้ร่วมกระทำความผิดมาลงโทษตามที่หลายฝ่ายตั้งความหวังเอาไว้
อ่านข่าวอื่น :
กรมทะเลเข้มงวด แจ้งจับเรือบรรทุกน้ำมัน ทิ้งสมอทำลายปะการังอ่าวสยาม
ศาลปกครองกลาง ยกฟ้อง กกต.เปิดลงทะเบียนประชามตินอกเขตกระชั้นชิด-ระบบล่ม
ทรัมป์ฟ้องฮาร์วาร์ด 1 พันล้านดอลลาร์ ปมให้ข่าวเท็จสื่อ-จัดการยิวล้มเหลว










