องค์การระหว่างประเทศได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 กันถ้วนหน้า รวมถึงองค์การสหประชาชาติ (UN) ที่เผชิญปัญหาทางการเงินอย่างหนักและเรื้อรังมานานหลายปี แต่ในช่วงปีที่ผ่านมาหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ ตัดลดเงินช่วยเหลือทั่วโลก ยิ่งซ้ำเติมปัญหานี้ให้รุนแรงมากขึ้น
รองโฆษกยูเอ็นยอมรับก่อนหน้านี้ว่า แม้ประเทศสมาชิกมากกว่า 150 ประเทศจะจ่ายเงินครบเมื่อปี 2025 แต่ขณะเดียวกันกลับเป็นปีที่ประเทศต่างๆ ค้างจ่ายเงินยูเอ็นสูงทำสถิติถึง 1,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือใกล้แตะ 50,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามากกว่า 2 เท่า
อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ร้องขอให้ประเทศต่างๆ จ่ายเงินที่ยังคงค้าง พร้อมทั้งเตือนว่ายูเอ็นเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะล้มละลายและอาจจะถังแตกภายในเดือน ก.ค.นี้
ตามระเบียบของยูเอ็น ประเทศสมาชิก 193 ประเทศจะต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกให้ยูเอ็น เพื่อสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยจะคำนวณจากขนาดเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ซึ่งสหรัฐฯ มีส่วนแบ่งมากที่สุดที่ 22% ตามมาด้วยจีนประมาณ 20% ทิ้งห่างอันดับ 3 อย่างญี่ปุ่นที่อยู่ที่ไม่ถึง 7% และเยอรมนีไม่ถึง 6%
ข้อมูลจากยูเอ็น พบว่า ปัจจุบันมีอย่างน้อย 41 ประเทศที่จ่ายเงินของปี 2026 ครบตามจำนวนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบยุโรป โดยก้อนใหญ่ๆ คำนวณเป็นตัวเลขกลมๆ มีอังกฤษ 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, แคนาดา 81 ล้านดอลลาร์, เกาหลีใต้ 75 ล้านดอลลาร์ และเนเธอร์แลนด์ 42 ล้านดอลลาร์
ขณะที่ประเทศในอาเซียนจ่ายครบแล้ว 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ 15 ล้านดอลลาร์, มาเลเซีย 10 ล้านดอลลาร์ และฟิลิปปินส์ 6 ล้านดอลลาร์ โดยตามปกติที่มีข้อมูลปรากฏในเว็บไซต์ของยูเอ็น ย้อนไปจนถึงปี 2001 พบว่าไม่เคยมีปีไหนที่ยูเอ็นได้เงินจากประเทศสมาชิกครบทุกประเทศ สูงสุดคือ 153 ประเทศเมื่อปี 2021
โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เตรียมย้ายเจ้าหน้าที่เกือบ 300 คนจากสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก ไปยังเมืองบอนน์ของเยอรมนี และอีกประมาณ 100 คนไปยังสเปน ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามปรับตัวเข้ากับสถานะทางการเงินและความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น หลังรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดลดเงินทุนสนับสนุนและเน้นนโยบาย America First
แต่เมื่อนักข่าวไปถามผู้นำสหรัฐฯ เกี่ยวกับปัญหาทางการเงินของยูเอ็น ทรัมป์คุยว่าเขาเป็นคนที่จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ของยูเอ็นได้ เพียงแค่ยูเอ็นร้องขอ และเขาสามารถแก้ปัญหานี้ได้ง่ายๆ โดยจะติดต่อไปให้ประเทศต่างๆ ส่งเงินมาให้ยูเอ็นได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่ทรัมป์กลับไม่ได้พูดถึงเรื่องประเทศตัวเอง
เงินที่ประเทศต่างๆ จ่ายให้ยูเอ็นแบ่งเป็นหลักๆ 2 ก้อน คือ งบประมาณทั่วไป กับงบประมาณเพื่อรักษาสันติภาพ โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยพิวในสหรัฐฯ อ้างตัวเลขจากเอกสารของยูเอ็นจนถึงกลางปี 2025 พบว่า สหรัฐฯ ติดเงินยูเอ็นมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น 1,530 ล้านสำหรับงบรักษาสันติภาพและที่เหลือเป็นงบทั่วไป ซึ่งสหรัฐฯ เป็นประเทศที่ติดเงินยูเอ็นก้อนนี้สูงที่สุดนับตั้งแตีปี 2010
แม้สหรัฐฯ จะไม่ใช่ประเทศเดียวที่ติดเงินยูเอ็น แต่ด้วยความที่เป็นประเทศใหญ่ เงินคงค้างจึงก้อนใหญ่ตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลทรัมป์ปฏิเสธที่จะจ่ายเงินตามที่ตกลงกัน แต่ทรัมป์กลับระบุว่าตนเองไม่รู้มาก่อนว่าสหรัฐฯ ติดเงินยูเอ็น และเชื่อว่ายูเอ็นจะไม่ย้ายสำนักงานออกจากนิวยอร์กเพราะไม่มีเงินด้วยเช่นกัน
นอกจากปัญหาเรื่องไม่ได้เงินจากประเทศสมาชิกแล้ว ยูเอ็นยังต้องคืนเงินให้กับประเทศสมาชิกด้วย ทั้งที่ไม่ได้รับเงินก้อนนั้น ปัญหานี้มีที่มาจากระเบียบของยูเอ็นที่กำหนดให้ยูเอ็นต้องคืนเงินงบประมาณโครงการที่ใช้ไม่หมดให้กับประเทศต่างๆ
ปัญหาคือ ยูเอ็นไม่ได้เงินของโครงการนั้นๆ จากประเทศต่างๆ มาตั้งแต่ครั้งแรก แต่กลับต้องควักเงินที่ตัวเองมีอยู่ในกระเป๋าคืนให้กับประเทศเหล่านั้นตามระเบียบ ซึ่งกลายเป็นปัญหา 2 เด้ง เพราะนอกจากจะไม่ได้เงินแล้วยังต้องควักเนื้อตัวเองอีก
หนึ่งในข้อเรียกร้องของกูเตร์เรส คือ การขอให้ประเทศสมาชิกตกลงแก้ไขระเบียบการจ่ายเงินคืนดังกล่าว เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นซ้ำเติมปัญหาทางการเงินของยูเอ็นให้ยิ่งเลวร้ายลง ถึงแม้สหรัฐฯ จะไม่ใช่ปัจจัยเดียวแต่ก็เป็นปัจจัยใหญ่ เพราะนอกจากเรื่องเงินแล้ว ทรัมป์ยังบั่นทอนความน่าเชื่อถือของยูเอ็นให้ตกต่ำลงในสายตาชาวโลก
อ่านข่าว
สหรัฐฯ ยิงโดรนอิหร่าน บินใกล้เรือบรรทุกเครื่องบิน
"รัสเซีย" โจมตีภาคพลังงาน "ยูเครน" ครั้งใหญ่ ก่อนหารือไตรภาคี
สเปนจ่อห้ามเยาวชนต่ำกว่า 16 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์










