"แรร์เอิร์ธ" ทรัพยากรสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ที่ทำให้จีนมีแต้มต่อรองบนเวทีโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสหรัฐอเมริกา เพราะจีนถือเป็นเบอร์หนึ่งในด้านการผลิตแร่หายาก จุดนี้ทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกปากชวนประเทศอื่นๆ มาร่วมมือกันคานอำนาจจีน เพราะสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียวมีศักยภาพไม่มากพอ ที่จะต่อกรกับจีนในเรื่องนี้
ทางออกหนึ่งของสหรัฐฯ คือการผนึกกำลังกับประเทศต่างๆ โดยรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพื่อกระตุ้นการเข้าถึงแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งมีผู้แทนจากมากกว่า 50 ประเทศ ทั้งในยุโรป เอเชีย แอฟริกาและลาตินอเมริกา เข้าร่วมหารือในครั้งนี้
เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมนี้ด้วย เน้นไปที่การยกระดับความร่วมมือและเพิ่มทางเลือกจัดหาแร่ธาตุสำคัญและแรร์เอิร์ธ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศ
ปัจจุบัน โลกพึ่งพิงแรร์เอิร์ธจากจีน เพราะจีนคือผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด อย่างปี 2024 จีนผลิตแรร์เอิร์ธมากถึง 270,000 ตัน หรือคิดเป็น 69% ของการผลิตทั่วโลก ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างสหรัฐฯ แบบไม่เห็นฝุ่น ตามมาด้วยเมียนมา ขณะที่ออสเตรเลีย ไทย และไนจีเรีย ผลิตเท่ากันที่ 13,000 ตัน
"จีน" ถือเป็นเบอร์หนึ่งของโลกในด้านการผลิตแร่หายาก และหากดูที่การถลุงแร่ ยิ่งตอกย้ำความเป็นมหาอำนาจในด้านนี้ เพราะจีนกินส่วนแบ่งมากถึง 90% ของทั้งโลก ซึ่งจุดนี้ทำให้จีนมีแต้มต่อรองกับประเทศอื่นๆ มากมายมหาศาล รวมถึงสหรัฐฯ
ที่เห็นได้ชัดเจนคือ เดือนต.ค.2025 สหรัฐฯ ต้องยอมลดภาษีนำเข้าสินค้าจีน เพื่อแลกกับการที่จีนจะลดการจำกัดการส่งออกแรร์เอิร์ธ ซึ่งในระยะหลังๆ จีนมักใช้เรื่องแรร์เอิร์ธกดดันประเทศต่างๆ บนโต๊ะเจรจาเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่แค่กับสหรัฐฯ เท่านั้น
จึงเป็นเหตุให้มากกว่า 30 ประเทศ สนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการเพื่อลดการพึ่งพิงจีน ซึ่งสหรัฐฯ เรียกกลุ่มนี้ว่า "สมาคมการค้าแร่ธาตุสำคัญ" โดยในสัปดาห์นี้จะมีอีก 11 ประเทศเข้าร่วมกลุ่ม หลังจากออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซาอุดีอาระเบีย และไทย เข้าเป็นสมาชิกไปแล้วก่อนหน้านี้
มาตรการที่กลุ่มนี้กำลังพิจารณา ครอบคลุมตั้งแต่การกระตุ้นการลงทุน จูงใจให้มีการทำเหมืองเพิ่มมากขึ้น พัฒนาขีดความสามารถในกระบวนการถลุงแร่ รวมไปถึงการแทรกแซงตลาด เช่น การกำหนดราคาขั้นต่ำเพื่อส่งเสริมการผลิต, การสำรองเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงการจัดเก็บภาษีและจำกัดการส่งออก
เหตุใดรัฐบาลทรัมป์เป็นตัวตั้งตัวตีเปิดศึกกับจีนเรื่อง "แรร์เอิร์ธ"
หากดูตัวเลขการนำเข้าแรร์เอิร์ธของสหรัฐฯ พบว่า ในช่วงปี 2020-2023 สหรัฐฯ นำเข้าแรร์เอิร์ธจากจีนสูงที่สุดถึง 70% ของการนำเข้าทั้งหมด ตามมาด้วยมาเลเซีย ญี่ปุ่นและเอสโตเนีย
แต่หากดูลึกลงไปมากกว่านี้จะพบว่า ต้นทางของแร่ที่มาเลเซีย ญี่ปุ่น และเอสโตเนีย ส่งมาขายให้สหรัฐฯ มาจากจีน ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ ด้วย ดังนั้นไม่ว่าอย่างไร สหรัฐฯ ก็เลี่ยงจีนไม่ได้ และย่อมต้องอ่อนไหวต่อแรงกดดันจากจีน
อีกความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดตัวคลังยุทธศาสตร์ที่ใช้เก็บสำรองแร่ธาตุสำคัญ ที่มีชื่อว่า Project Vault โดยมีเงินทุนสนับสนุนโครงการนี้ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทรัมป์เชื่อว่าโครงการนี้จะรับประกันว่าธุรกิจอเมริกันและคนงานอเมริกันจะไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแร่ธาตุสำคัญ
ข้อมูลจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศ ชี้ว่า ภายในปี 2030 จีนจะควบคุมการผลิตแรร์เอิร์ธ 51% ของโลก และควบคุมการถลุงแร่มากถึง 76% โดยสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ระบุว่า ส่วนแบ่งการผลิตและถลุงแรร์เอิร์ธที่เพิ่มขึ้นของจีน เป็นผลมาจากมาตรการควบคุมของจีนในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ตลาดโลกถอดใจที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมนี้
ตามรายงานของสหรัฐฯ วิธีการที่จีนใช้จะให้เงินสนับสนุนและควบคุมการผลิต เพื่อให้ราคาของแรร์เอิร์ธต่ำเพียงพอที่จะทำให้ไม่มีประเทศไหนอยากมาเป็นคู่แข่งของจีน ซึ่งในมุมรัฐบาลของแต่ละประเทศ แรร์เอิร์ธมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าแค่เรื่องตัวเลขผลกำไร หากไม่รีบขยับตัวก็อาจตามทันจีนได้ยาก
อ่านข่าว
สหรัฐฯ เริ่มลดกำลัง จนท.ปราบผู้อพยพในมินนิโซตา
รมต.ต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ที่โอมาน
“มาเลเซีย” ไฟเขียว เปิดตลาด นำเข้าเนื้อและชิ้นส่วนหมูไทย ช่วยสร้างเสถียรภาพราคา
แท็กที่เกี่ยวข้อง:










