ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"น้ำเงิน-เขียว-แดง" สูตรสำเร็จจัดตั้งรัฐบาล

การเมือง
12:46
2,798
"น้ำเงิน-เขียว-แดง" สูตรสำเร็จจัดตั้งรัฐบาล

การจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคภูมิใจไทย กำลังเป็นที่จับตา ซึ่งทางหนึ่งเชื่อกันว่าจะจับกับพรรคกล้าธรรม พร้อมกับวางเงื่อนไขต่อไปที่พรรคเพื่อไทย ผ่านสูตรสำเร็จ คือ น้ำเงิน-เขียว-แดง แต่อีกทางหนึ่งก็ยังไม่เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคกล้าธรรม และพรรคเพื่อไทย ด้วยปม-ปัญหาในอดีต

แต่ถ้าย้อนไปกางแผนการสู้ศึกเลือกตั้ง ปี 2569 ครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม มีสัญญาณทางการเมืองที่บ่งบอกได้ว่า "แยกกันเดิน รวมกันตี" ในขณะเดียวกันท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ดูจะเปิดประตู พร้อมร่วมงานกับทุกพรรค แม้แต่พรรคเพื่อไทย ที่เป็นพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม

พรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม น่าจะใช้คำว่า "แยกกันเดิน-รวมกันตี" ในสนามเลือกตั้งปี 2569 ครั้งนี้ได้ เพราะไม่เพียงชัยชนะที่ได้ตามเป้า แต่ยังมีนัยของความมือในบริบทต่าง ๆ อีกด้วย รวมถึงหลังการเลือกตั้ง กับกรณีจับมือร่วมรัฐบาลผ่านสูตรสำเร็จ "น้ำเงิน-เขียว-แดง" แม้บางฝ่ายจะชี้ว่า "น้ำเงิน" หรือ "ขั้วอนุรักษ์นิยม" อาจไม่คิดอย่างนั้น

ท่าทีประนีประนอม ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต่อพรรคเพื่อไทย ผ่านตัวอย่างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่ถูกเผาก็สร้างใหม่ได้ หรือการระบุว่า การเมืองที่ไม่เคยมีศัตรูถาวร แม้จะลืมไม่ลง แต่ก็ไม่ฟื้นขึ้นมา เป็นประเด็นแก้แค้นเอาคืน และน่าจะเป็นเหตุให้ฟันธงเลยไหม "ภูมิใจไทย" แสดงความพร้อมจะจับมือ "เพื่อไทย" จัดตั้งรัฐบาล

แต่ถ้าอ่านเกมการเมือง ณ เวลานี้ ต้องบอกว่า ยังตีความได้เป็น 2 ทาง ทางหนึ่ง "จับกันได้ แต่แบบมีเงื่อนไข" นั่นเพราะมีรายงานว่า นายอนุทิน เปิดเจรจากับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม บนโต๊ะอาหารมื้อเที่ยง เมื่อวันที่ 9 ก.พ.แล้ว แต่อีกทางหนึ่งกำลังมีสัญญาณพิเศษแจ้งให้ปล่อยมือ ด้วยเสถียรภาพของรัฐบาล และวาระที่จะอยู่ได้ครบเทอม หรือ 4 ปี

เดิมทีมีกระแสว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นไปตามสูตรสำเร็จ ภูมิใจไทย 193 เสียง กับ กล้าธรรม 58 เสียง ก็เท่ากับมีต้นทุน 251 เสียงแล้ว และเป็นสูตรที่ลงตัวในแบบจับกับเพื่อไทย 74 เสียง ย่อมต้องมีเงื่อนไขต่อรอง ประกอบกับ สัดส่วนรัฐมนตรีครั้งนี้ คือ 8 สส. ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี โดย "เงื่อนไข" ที่ว่า อยู่ที่ "เพื่อไทย" จะเคาะยังไง หากเกี่ยวข้องกับอิสรภาพของนายทักษิณ ชินวัตร ในเดือน พ.ค.นี้ด้วย

การเจรจาจับมือจัดตั้งรัฐบาล น่าจะใช้เวลา 2-3 วันนี้ ส่วนการจัด ครม.และเดินหน้าจัดทำนโยบายพร้อมกำหนดการแถลงต่อรัฐสภา อาจต้องใช้เวลา 2-3 เดือน เบื้องต้นถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นอีก เสียงโหวตนายกรัฐมนตรี "อนุทิน ชาญวีรกูล" ผ่านสูตรสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่น้อยกว่า 325 เสียง คือ 3 พรรคหลัก และอีก 4 พรรคเล็กแค่นี้ "เสถียรภาพ" ก็ล้นแล้ว

เพราะถ้ามากไปกว่านี้อาจกลายเป็น "เผด็จการรัฐสภา" เหมือนรัฐบาลในอดีต ปี 2548 ที่มีมากถึง 377 เสียง และย้อนไปดู "จุดจบ" อาจไม่สวยงามนัก ท่ามกลางคำถามรัฐบาลค่ายสีน้ำเงิน กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะอยู่ยาว ครบเทอม 4 ปี หรือไม่ ?

ว่ากันว่า ชัยชนะของ "ภูมิใจไทย" ครั้งนี้ ใช้ทุกสรรพกำลังสู้ศึกเลือกตั้ง "ชาตินิยม-ยึดโยงขั้วอนุรักษ์นิยม-ใช้ระบบอุปถัมภ์ค้ำจุน" เดินกลยุทธ์ "บ้านใหญ่" แฝงนัยเรื่องการใช้อำนาจรัฐและการบริหารจัดการเลือกตั้งของ กกต. และคอการเมือง บางคนชี้ว่า ยุทธศาสตร์ใต้ดินถูกเรียกว่า "ภูมิใจไทย-ธรรม" เพราะคอนเนกชันอยู่กับพรรคกล้าธรรมด้วย

และ "กล้าธรรม" ก็เสนอนโยบายจับต้องได้อย่าง "เปลี่ยน สปก.เป็นโฉนดทำกิน "แล้วใช้" การเมืองบ้านใหญ่" เป็นกลยุทธ์เดินทัพ แม้บางคนบางฝ่ายจะตั้งข้อครหา กรณีผู้นำพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีปมต้องเคลียร์ "ทุนเทา-มันคือแป้ง" แต่เจ้าตัวก็ชี้ว่า แค่วาทกรรม-ข้อครหา" ทางหนึ่งก็ชัดในความสัมพันธ์ ระหว่าง "เขียวกับน้ำเงิน" ว่า "ส่งไม้ต่อกัน" แต่อีกทางหนึ่งก็สวมบท "ไม้เบื่อ-ไม้เมา"

เป็นไปได้ไหม "แยกกันเดิน รวมกันตี" คือข้อสังเกตทางการเมือง สำหรับพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม ขณะที่พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย อาจต้องใช้คำว่า ไม่มีศัตรูถาวรในทางการเมือง และหากการเจรจาลงตัวในผลประโยชน์ร่วมกัน ก็อาจไม่ยากที่จะร่วมงานกันอีกครั้ง นอกจาก "สนิมในตัว" ที่พรรคภูมิใจไทยต้องเฝ้าระวังการถูกกัดกินแล้ว

การมีพรรคฝ่ายค้าน เป็น ส้มกับฟ้า ก็อาจหมายถึงอายุของรัฐบาลอนุทิน 2 สั้นลงได้

อ่านข่าว :

เลือกตั้ง 2569 : ผลประชามติ (อย่างไม่เป็นทางการ) หลังนับคะแนน แล้ว 94 %

ปมบ้านเมืองและการเมือง ที่ "อนุทิน-ภูมิใจไทย" ต้องเคลียร์

ผ่ายุทธศาสตร์รวมบ้านใหญ่ ปัจจัยส่ง "ภูมิใจไทย" เข้าวิน - การเมืองพื้นที่ voter เปลี่ยนพฤติกรรม