วันนี้ (13 ก.พ.2569) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ประชุมรับฟังปัญหาจากผู้แทนชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ซึ่งทางผู้แทนชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ ยื่นข้อเสนอ 3 ประเด็นสำคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกินและผลิตภัณฑ์นมพาณิชย์ที่ค้างสต็อก ได้แก่ ขอให้ชะลอการนำเข้านมผงในปี 2569 และขอความร่วมมือผู้ประกอบการรับซื้อน้ำนมดิบส่วนที่เกินจาก MOU จำนวน 211 ตันต่อวัน ให้หมดก่อนการนำเข้านมผงจากต่างประเทศ เร่งกระจายผลิตภัณฑ์นมที่ค้างสต็อก เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการสามารถรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการเปิดตลาดใหม่ โดยเฉพาะตลาดมาเลเซีย เพื่อทดแทนตลาดกัมพูชา
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายในและนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ รับฟังปัญหาจากผู้แทนชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้กรมการค้าภายใน เร่งเชื่อมโยงระบายผลิตภัณฑ์นม UHT ผ่านกลไกของกรมฯ อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งเครือข่ายร้านธงฟ้าทั่วประเทศ การเชื่อมโยงจำหน่ายร่วมกับห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ห้างท้องถิ่น รวมถึงการบูรณาการในทุกกิจกรรมส่งเสริมการค้าของกรมการค้าภายใน เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและเร่งดูดซับสต็อกนมสด
นอกจากนี้ ยังประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงชั้นนำ 4 แบรนด์ เปิดพื้นที่จำหน่ายและจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์นมไทย เพื่อเพิ่มจุดเข้าถึงผู้บริโภคในทำเลที่มีศักยภาพสูง พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง และการมอบผลิตภัณฑ์นมเป็นของสมนาคุณ เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ
ผู้แทนชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด
ส่วนตลาดต่างประเทศ มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกันสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย ทั้งด้านกฎระเบียบ มาตรฐานสินค้า และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อเปิดช่องทางตลาดใหม่และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย
การแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนต้องควบคู่กับการปรับโครงสร้างในระยะยาว โดยกระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการบริหารจัดการแม่โคในฟาร์ม การพิจารณาคัดเลือกหรือหมุนเวียนแม่โคที่มีอายุมาก และให้ผลผลิตลดลงแต่มีต้นทุนค่าอาหารสูงออกจากระบบ เพื่อลดภาระต้นทุนที่ไม่จำเป็น และสร้างความสมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตกับความต้องการของตลาด
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์น้ำนมดิบและผลิตภัณฑ์นมอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลมาตรการเป็นระยะ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรเกิดผลเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
อ่านข่าว:
ถึงเวลา “สินค้าเกษตรไทย” ต้องปรับตัว ลุยอาหารสุขภาพสร้างความยั่งยืน
พาณิชย์เร่งช่วยพืช 3 หัว ขนเอกชนรับซื้อตรงกว่า 7,000 ตัน
ส่งออกข้าวปี 68 ทะลุเป้า 7.9 ล้านตัน พณ.เร่งรุกตลาดศักยภาพ รักษาตลาดเดิม










