อลหม่าน "รัฐบาลภูมิใจไทย" กล้าธรรม-ธรรมนัส "เสี่ยง" โดนเท ?

การเมือง
16:22
จำนวนผู้ชม 4,510
อลหม่าน "รัฐบาลภูมิใจไทย" กล้าธรรม-ธรรมนัส  "เสี่ยง" โดนเท ?

เขย่ายังไม่ลงตัว "กล้าธรรม" จะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ “ภูมิใจไทย” ในฐานะพรรคอันดับ 1 เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลผสม มีเสียงสนับสนุนจาก 2 พรรคเล็กเพิ่มเติมจากประชาชาติ 5 เสียง และไทยสร้างไทยอีก 2 เสียง ท่ามกลางการขยับของ "องค์กรอิสระ" อย่าง ป.ป.ช. โดยสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคดีกล่าวหา "แจกกล้วย" จ่ายเงินเลี้ยงดูพรรคเล็กเดือนละ1 แสนบาท พบว่ามี สส.-จนท.รัฐ เอี่ยวนับ 100 คน วงเงินสูงกว่า 200-300 ล้านบาท

ข้อมูลจากสำนักข่าวอิศราระบุว่า คดีดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากข่าวในช่วงอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวม 11 คน ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ช่วงปี 2565 ว่านักการเมืองบ้างกลุ่ม มีการแจกเงินให้ สส.พรรคเล็ก เดือนละ 1 แสนบาท เป็นค่าเลี้ยงดู โดยเปรียบเทียบการจ่ายเงินดังกล่าวว่า เป็นการแจกกล้วย และป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนคดีนี้เป็นทางการในช่วงปลายปี 2567 ปัจจุบันมี สส. และอดีต สส. จำนวน 5 ราย ปรากฏชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหา อยู่ในข่ายถูกไต่สวนคดี

หากมองผิวเผิน การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย หรือ รัฐบาลอนุทิน ยังอยู่ระหว่างเก็บเล็กผสมน้อย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ล่าสุด วันนี้ (20 ก.พ.2569) มี 5 สส.พรรคประชาชาติ  คือ นายสุไลมาน บือแนปีแน ว่าที่ สส.เขต 1 ยะลา,นายซูการ์โน มะทา ว่าที่ สส.เขต 2 ยะลา, นายอับดุลอายี สาแม็ง ว่าที่ สส.เขต 3 ยะลา และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าที่ สส.เขต 5 นราธิวาส  และนายฐาคณิษฐ์ พรทองประเสริฐ อดีตผู้ช่วยเลขานุการประธานรัฐสภา ในฐานะ กรรมการบริหารพรรคประชาชาติ มาเปิดตัวสนับสนุนค่ายสีน้ำเงินจัดตั้งรัฐบาล

ภาพประกอบข่าว อลหม่าน

ทว่าไร้เงาของ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรคฯ อดีต รมว.ยุติธรรม ในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในช่วงทำคดีพิเศษอั้งยี่-ฟอกเงินสว. (เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา อัยการมีคำสั่งให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมและส่งคืนสำนวนกลับมาพิจารณาใหม่ ) โดยมีรายงานว่า พ.ต.อ.ทวี จะกลับไปทำงานการเมืองร่วมกับพรรคเพื่อไทย หลังก่อนหน้านี้ได้ส่ง “นายรวิศ สอดส่อง” ลูกชาย ลงสมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้รับเลือกเข้ามา

ภาพประกอบข่าว อลหม่าน

ขณะที่ “ไฟลต์บิน” ยุโรป เดินทางดูไปแสงเหนือของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีเสียง 58 สส.ยังเป็นดังเดิม แม้ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ แต่การที่ ”ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคภูมิใจออกมาระบุว่า

จุดยืนเราเหมือนเดิมคือ รอการยืนอย่างจาก กกต. เวลานี้ จนถึงวันนั้นก็เปิดให้ทุกพรรคมาแสดงจุดยืน...ส่วนกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ระบุไม่มีที่ไหนในโลกโหวตเลือกนายกฯก่อน แล้วมาคุยเรื่องตั้งรัฐบาล อันนั้นไม่ได้ เป็นสิ่งที่เราบอกว่าให้โหวตก่อน แต่เราบอกว่าเราเปิดรับเจตนาที่จะสนับสนุนนายอนุทินกับทุกพรรค ไม่ได้มีการยื่นข้อเสนอให้พรรคใด

แม้ยังไม่มีข้อยุติหรือสัญญาณใดๆ จากค่ายสีน้ำเงิน แต่มีโยนหินจากพรรคกล้าธรรมว่า ได้มีการหารือระหว่างสมาชิกพรรคกล้าธรรมว่า หากเข้าร่วมรัฐบาล สิ่งที่ต้องต่อรองคือ เก้าอี้ในกระทรวงระดับเกรดเอ เช่น กระทรวงมหาดไทย ,เกษตรและสหกรณ์ และคมนาคม ควรอยู่ในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม 1 กระทรวง และหากไม่ได้ตามข้อเสนอ ก็จะยอมเป็นฝ่ายค้านไปก่อน เพื่อรอการเลือกตั้งในครั้งต่อไป

ภาพประกอบข่าว อลหม่าน

“ ร.อ.ธรรมนัส จะเดินทางไปยุโรป มีกำหนดกลับวันที่ 28 ก.พ.นี้  ในพรรคฯ คุยกันว่า ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ ไม่รับตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.ก็ได้  แต่โควตากระทรวงเกรดเอ ต้องให้พรรคกล้าธรรม 1 กระทรวง ส่วนกระทรวงอื่น ๆ ก็จัดสรรตามสัดส่วน ในส่วนของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้มา 9 คน ก็ต้องได้ 1 กระทรวง เช่นกัน” แหล่งข่าวระบุ

ย้อนกลับไปดูท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านมา แม้จะไม่ติดขัดกับการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรม เพราะยามรักเคยกินน้ำต้มผักด้วยกันมาก่อน แต่หลังจากเลือกตั้งจบ ทั้ง 2 ฝ่ายกลับยังไม่ได้พบกัน และไม่มีการส่งสัญญาณผ่านเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือผ่านคนกลางใดๆ ทั้งสิ้น

“ยังเปิดสายโทรศัพท์ไว้ตลอด หากมีการประสานงาน จากแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็พร้อมรับฟัง แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดต่ออย่างเป็นทางการ ...หากผมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็คงยังไม่พูดถึงรายละเอียด เพราะหลายประเด็นยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะเรื่องการรับรอง สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ...วันที่ 19 ก.พ.2569 หลังประชุมพรรคฯ คงปิดทุกเบอร์ เพราะอยู่ยุโรปแล้ว” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา

ภาพประกอบข่าว อลหม่าน

สำหรับยอดตัวเลขสส.จากพรรคการเมืองที่สนับสนุน รัฐบาลอนุทิน คาดว่าอยู่ที่ 298 เสียง จากพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง เพื่อไทย 74 เสียง, พลังประชารัฐ 5 เสียง, ประชาชาติ 5 เสียง, ไทรวมพลัง 6 เสียง, เศรษฐกิจ 3 เสียง, ไทยสร้างไทย 2 เสียง เพื่อชาติไทย 2 เสียง รวมอีก 8 พรรคการเมืองที่ได้ สส.พรรคละ 1 เสียง คือ พรรคใหม่, ประชาธิปัตย์ใหม่,รวมใจไทย, ไทยทรัพย์ทวี ,พลังประชาชน, มิติใหม่, ทางเลือกใหม่

รวมทั้ง “รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ” ว่าที่ สส.อุตรดิตถ์ จากพรรคโอกาสใหม่ อีก 1 เสียงที่จะเข้ากับกลุ่มบ้านใหม่ชลบุรีของ “สุชาติ ชมกลิ่น” และหากรวมเสียงจนถึงขณะนี้ “ค่ายน้ำเงิน” จะได้ สส.เกือบ 300 เสียง ในทางการเมืองมีการประเมินกันว่า หาก “กล้าธรรม” ไม่ได้เขาร่วมรัฐบาล อาจมีการเจรจา “ค่ายสีฟ้า” พรรคประชาธิปัตย์ อีก 22 เสียง เป็นรัฐบาลรวม 320 เสียง ซึ่งสูตรดังกล่าวมีโอกาสและความเป็นไปได้สูง

กลับไปดูโอกาสการถอนตัวของ “พรรคเพื่อไทย” หลัง นายสมชาย และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เข้าเยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ยังไม่พบสัญญาณใด ๆ ทั้งจากลุ่มของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย แม้จะมีข้อมูลว่า การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคฯ ในสัดส่วน "กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจและวงศ์สวัสดิ์" ยังไม่ลงตัว ทำให้นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ อาจไม่ได้นั่งตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ และต้องมีการเกลี่ยกันใหม่

ภาพประกอบข่าว อลหม่าน

“นายทักษิณ ไม่ได้อยู่ในฐานะที่ออกมาทำอะไรได้ ส่วนรับตำแหน่งในรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ ให้เจ้าตัว เป็นคนตัดสินใจเอง ผมไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไร เพราะไม่ใช่ผู้บริหารพรรค” นายสมชาย กล่าว

แม้เพื่อไทยและภูมิใจไทยจะเคยมีความบาดหมางกันมาก่อน ในหลาย ๆ เรื่องและคดีความ ผลัดกันรุกและรับ แต่เมื่อเจือสมในฐานะพรรคร่วมฯ หากได้รวมกับกล้าธรรม ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาว่าครูใหญ่บุรีรัมย์จะจัดวางอย่างไร

หากเป็นไปตามไทม์ไลน์ คาดว่าไม่เกินวันที่ 15 มี.ค.2569 คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรองผลการเลือกตั้งได้ทั้งหมด และรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย คงต้องมีการกระชับเก้าอี้ให้ลงตัวอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดความอลหม่าน โดยเฉพาะ “พรรคกล้าธรรม” จากเค้าลางที่ปรากฎก็พอคะเนความเสี่ยงได้ว่าจะไปต่อ หรือถูกเท

อ่านข่าว :

"ยกเลิก" MOU 44 ไทย-กัมพูชา "สัญญาใจ" มัดรัฐบาลภูมิใจไทย

สูตรใหม่รัฐบาลอนุทิน "กล้าธรรม-เพื่อไทย" เงื่อนไข ไร้เงา "ธรรมนัส"

จับขั้วไหน "สูตรใหม่" รัฐบาลอนุทิน ชิงพรรคเล็ก "เสริมแกร่ง"