ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

อลหม่าน "รัฐบาลภูมิใจไทย" กล้าธรรม-ธรรมนัส "เสี่ยง" โดนเท ?

การเมือง
16:22
996
อลหม่าน "รัฐบาลภูมิใจไทย" กล้าธรรม-ธรรมนัส  "เสี่ยง" โดนเท ?

เขย่ายังไม่ลงตัว "กล้าธรรม" จะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ “ภูมิใจไทย” ในฐานะพรรคอันดับ 1 เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลผสม มีเสียงสนับสนุนจาก 2 พรรคเล็กเพิ่มเติมจากประชาชาติ 5 เสียง และไทยสร้างไทยอีก 2 เสียง ท่ามกลางการขยับของ "องค์กรอิสระ" อย่าง ป.ป.ช. โดยสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคดีกล่าวหา "แจกกล้วย" ายเงินเลี้ยงดูพรรคเล็กเดือนละ1 แสนบาท พบมี สส.-จนท.รัฐ เอี่ยวนับ 100 คน วงเงินสูงกว่า 200-300 ล้านบาท

ข้อมูลจากสำนักข่าวอิศราระบุว่า คดีดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากข่าวในช่วงอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวม 11 คน ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ช่วงปี 2565 ว่านักการเมืองบ้างกลุ่ม มีการแจกเงินให้ สส.พรรคเล็ก เดือนละ 1 แสนบาท เป็นค่าเลี้ยงดู โดยเปรียบเทียบการจ่ายเงินดังกล่าวว่า เป็นการแจกกล้วย และป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนคดีนี้เป็นทางการในช่วงปลายปี 2567 ปัจจุบันมี สส. และอดีต สส. จำนวน 5 ราย ปรากฏชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหา อยู่ในข่ายถูกไต่สวนคดี

หากมองผิวเผิน การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย หรือ รัฐบาลอนุทิน ยังอยู่ระหว่างเก็บเล็กผสมน้อย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ล่าสุด วันนี้ ( 20 ก.พ. 2569) มี 5 สส.พรรคประชาชาติ  คือ นายสุไลมาน บือแนปีแน ว่าที่ สส.เขต 1 ยะลา,นายซูการ์โน มะทา ว่าที่ สส.เขต 2 ยะลา, นายอับดุลอายี สาแม็ง ว่าที่ สส.เขต 3 ยะลา และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าที่ สส.เขต 5 นราธิวาส  และนายฐาคณิษฐ์ พรทองประเสริฐ อดีตผู้ช่วยเลขานุการประธานรัฐสภา ในฐานะ กรรมการบริหารพรรคประชาชาติ มาเปิดตัวสนับสนุนค่ายสีน้ำเงินจัดตั้งรัฐบาล

ทว่าไร้เงาของ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรคฯ อดีตรมว.ยุติธรรม ในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในช่วงทำคดีพิเศษอั้งยี่-ฟอกเงินสว. (เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา อัยการมีคำสั่งให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมและส่งคืนสำนวนกลับมาพิจารณาใหม่ ) โดยมีรายงานว่า พ.ต.อ.ทวี จะกลับไปทำงานการเมืองร่วมกับพรรคเพื่อไทย หลังก่อนหน้านี้ได้ส่ง “นายรวิศ สอดส่อง” ลูกชายลงสมัครสส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้รับเลือกเข้ามา

ขณะที่ “ไฟลต์บิน”ยุโรป เดินทางดูไปแสงเหนือของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีเสียง 58 สส.ยังเป็นดังเดิม แม้ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ แต่การที่ ”ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคภูมิใจออกมาระบุว่า

“จุดยืนเราเหมือนเดิมคือ รอการยืนอย่างจาก กกต. เวลานี้ จนถึงวันนั้นก็เปิดให้ทุกพรรคมาแสดงจุดยืน...ส่วนกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ระบุไม่มีที่ไหนในโลกโหวตเลือกนายกฯก่อน แล้วมาคุยเรื่องตั้งรัฐบาล อันนั้นไม่ได้ เป็นสิ่งที่เราบอกว่าให้โหวตก่อน แต่เราบอกว่าเราเปิดรับเจตนาที่จะสนับสนุนนายอนุทินกับทุกพรรค ไม่ได้มีการยื่นข้อเสนอให้พรรคใด”

แม้ยังไม่มีข้อยุติหรือสัญญาณใดๆ จากค่ายสีน้ำเงิน แต่มีโยนหินจากพรรคกล้าธรรมว่า ได้มีการหารือระหว่างสมาชิกพรรคกล้าธรรมว่า หากเข้าร่วมรัฐบาล สิ่งที่ต้องต่อรองคือ เก้าอี้ในกระทรวงระดับเกรดเอ เช่น กระทรวงมหาดไทย ,เกษตรและสหกรณ์ และคมนาคม ควรอยู่ในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม 1 กระทรวง และหากไม่ได้ตามข้อเสนอ ก็จะยอมเป็นฝ่ายค้านไปก่อน เพื่อรอการเลือกตั้งในครั้งต่อไป

“ ร.อ.ธรรมนัส จะเดินทางไปยุโรป มีกำหนดกลับวันที่ 28 ก.พ.นี้  ในพรรคฯคุยกันว่า ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ ไม่รับตำแหน่งรองนายกฯและรมว.ก็ได้  แต่โค้วตากระทรวงเกรดเอ ต้องให้พรรคกล้าธรรม 1 กระทรวง ส่วนกระทรวงอื่น ๆ ก็จัดสรรตามสัดส่วน ในส่วนของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้มา 9 คน ก็ต้องได้ 1 กระทรวง เช่นกัน” แหล่งข่าวระบุ

ย้อนกลับไปดูท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านมา แม้จะไม่ติดขัดกับการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรม เพราะยามรักเคยกินน้ำต้มผักด้วยด้วยกันมาก่อน แต่หลังจากเลือกตั้งจบ ทั้ง 2 ฝ่ายกลับยังไม่ได้พบกัน และไม่มีการส่งสัญญาณผ่านเบอร์มือถือ หรือผ่านคนกลางใดๆ ทั้งสิ้น

“ยังเปิดสายโทรศัพท์ไว้ตลอด หากมีการประสานงาน จากแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็พร้อมรับฟัง แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดต่ออย่างเป็นทางการ ...หากผมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็คงยังไม่พูดถึงรายละเอียด เพราะหลายประเด็นยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะเรื่องการรับรอง สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ...วันที่ 19 ก.พ.2569 หลังประชุมพรรคฯคงปิดทุกเบอร์ เพราะอยู่ยุโรปแล้ว” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา

สำหรับยอดตัวเลขสส.จากพรรคการเมืองที่สนับสนุน รัฐบาลอนุทิน คาดว่าอยู่ที่ 298 เสียง จากพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง เพื่อไทย 74 เสียง ,พลังประชารัฐ 5 เสียง ,ประชาชาติ 5 เสียง ,ไทรวมพลัง 6 เสียง , เศรษฐกิจ 3 เสียง , ไทยสร้างไทย 2 เสียง เพื่อชาติไทย 2 เสียง รวมอีก 8 พรรคการเมืองที่ได้สส.พรรคละ 1 เสียง คือ พรรคใหม่, ประชาธิปัตย์ใหม่,รวมใจไทย, ไทยทรัพย์ทวี ,พลังประชาชน, มิติใหม่, ทางเลือกใหม่

รวมทั้ง “รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ” ว่าที่สส.อุตรดิตถ์จากพรรคโอกาสใหม่ อีก 1 เสียงที่จะเข้ากับกลุ่มบ้านใหม่ชลบุรีของ “สุชาติ ชมกลิ่น”  และหากรวมเสียงจนถึงขณะนี้ “ ค่ายน้ำเงิน” จะได้สส.เกือบ 300 เสียง ในทางการเมืองมีการประเมินกันว่า หาก “กล้าธรรม” ไม่ได้เขาร่วมรัฐบาล อาจมีการเจรจา “ค่ายสีฟ้า” พรรคประชาธิปัตย์ อีก 22 เสียง เป็นรัฐบาลรวม 320 เสียง ซึ่งสูตรดังกล่าวมีโอกาสและความเป็นไปได้สูง

กลับไปดูโอกาสการถอนตัวของ“พรรคเพื่อไทย” หลัง นายสมชาย และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เข้าเยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ยังไม่พบสัญญาณใด ๆ ทั้งจากลุ่มของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย แม้จะมีข้อมูลว่า การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคฯในสัดส่วน "กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจและวงศ์สวัสดิ์" ยังไม่ลงตัว ทำให้นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ อาจไม่ได้นั่งตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ และต้องมีการเกลี่ยกันใหม่

“นายทักษิณ ไม่ได้อยู่ในฐานะที่ออกมาทำอะไรได้ ส่วนรับตำแหน่งในรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ ให้เจ้าตัว เป็นคนตัดสินใจเอง ผมไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไร เพราะไม่ใช่ผู้บริหารพรรค” นายสมชาย กล่าว

แม้เพื่อไทยและภูมิใจไทยจะเคยมีความบาดหมางกันมาก่อน ในหลาย ๆเรื่องและคดีความ ผลัดกันรุกและรับ แต่เมื่อเจือสมในฐานะพรรคร่วมฯ หากได้รวมกับกล้าธรรม ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาว่าครูใหญ่บุรีรัมย์จะจัดวางอย่างไร

หากเป็นไปตามไทมไลน์ คาดว่าไม่เกินวันที่ 15 มี.ค.2569 คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)จะรับรองผลการเลือกตั้งได้ทั้งหมด และรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย คงต้องมีการกระชับเก้าอี้ให้ลงตัวอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดความอลหม่าน โดยเฉพาะ “พรรคกล้าธรรม” จากเค้าลางที่ปรากฎก็พอคะเนความเสี่ยงได้ว่าจะไปต่อ หรือถูกเท

 อ่านข่าว

"ยกเลิก" MOU 44 ไทย-กัมพูชา "สัญญาใจ" มัดรัฐบาลภูมิใจไทย

สูตรใหม่รัฐบาลอนุทิน "กล้าธรรม-เพื่อไทย" เงื่อนไข ไร้เงา "ธรรมนัส"

จับขั้วไหน "สูตรใหม่" รัฐบาลอนุทิน ชิงพรรคเล็ก "เสริมแกร่ง"