ส่งออก ม.ค. โต 24.4 % ขยายตัวสูงสุดรอบ 4 ปีมูลค่าสูงสุดประวัติการณ์

เศรษฐกิจ
11:21
จำนวนผู้ชม 440
ส่งออก ม.ค. โต 24.4 %  ขยายตัวสูงสุดรอบ 4 ปีมูลค่าสูงสุดประวัติการณ์
สนค. เผย ส่งออกไทย ม.ค. โต 24.4 % สูงสุดรอบ 4 ปีมูลค่าสูงสุดประวัติการณ์ อานิสงส์ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โตต่อเนื่อง สอดรับการเปลี่ยนผ่านสู่โลกAI ชี้ส่งออกปี69ยังคงขยายตัวต่อ จับตาอัตราแลกเปลี่ยนผันผวน ระเบียบการค้าโลกเปลี่ยนจากความขัดแย้ง

วันนี้ ( 23 ก.พ.2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) การส่งออกของไทยในเดือนม.ค.2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมี มูลค่า 980,744 ล้านบาท ซึ่งเป็นขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ที่24.4 %   โดยส่งออกไทยที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี AI และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)

ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และส่วนประกอบ ยังคงขยายตัวในระดับสูง สะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิตที่มั่นคงของภูมิภาค ในส่วนของสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป อาทิ ทุเรียน มังคุด ข้าวหอมมะลิ และกุ้งแช่แข็ง เริ่มกลับมาขยายตัวได้ดีในเดือนนี้ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาล ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 34,876.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว29.4%  ดุลการค้า ขาดดุล 3,303.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในรูปเงินบาท มีมูลค่า 1,097,445 ล้านบาท ขยายตัว17.8% และ ดุลการค้า ขาดดุล 116,700 ล้านบาท    โดยการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว1.8%  และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว1.7 %  สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ไก่แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ และกุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง   ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา ข้าว อาหารทะเลกระป๋องและแปร และน้ำตาลทราย

สำหรับตลาดส่งออกสำคัญโดยสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยียังเป็นกลุ่มสินค้าที่ขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดใหญ่ ทั้งสหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป และอาเซียน รวมทั้งยังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนในญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ เช่น  ตลาดหลัก ขยายตัว24.1%  เป็นการขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐฯ  ตลาดจีน  ตลาดญี่ปุ่น ตลาดสหภาพยุโรป (27) และอาเซียน (5) ขณะที่ตลาด CLMV หดตัว ส่วนตลาดรอง ขยายตัว 22.7%  เป็นการขยายตัวในตลาดเอเชียใต้  ทวีปออสเตรเลีย  ตะวันออกกลาง  และลาตินอเมริกา รัสเซียและกลุ่ม CIS และสหราชอาณาจักร 0 ขณะที่ทวีปแอฟริกาหดตัว3.6%  และ ตลาดอื่น ๆ ขยายตัว 50.7%

 สำหรับตลาดสหรัฐฯ ขยายตัว43.1% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง 28 เดือน สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องนุ่งห่ม

ตลาดจีน ขยายตัว 35.1%  ต่อเนื่อง 2 เดือน สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทองแดงและของทำด้วยทองแดง และผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง   ตลาดญี่ปุ่น ขยายตัว2.7%  ต่อเนื่อง 2 เดือน สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทองแดงและของทำด้วยทองแดง และอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป

 ผอ.สนค. กล่าวถึง แนวโน้มการส่งออกปี 2569 คาดว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล  การลงทุนและพัฒนา AI Data Centers ในหลายประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และความมั่นคง ขณะเดียวกัน ความได้เปรียบของไทยในฐานะแหล่งความมั่นคงทางอาหาร และการรุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง อาทิ อินเดีย ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง จะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้

นอกจากนี้ การบูรณาการสิทธิประโยชน์ภายใต้ ความตกลง FTA ฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ จะเป็นแต้มต่อสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโอกาสดังกล่าวยังคงมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งความผันผวนของค่าเงินบาทและการปรับเปลี่ยนระเบียบการค้าโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์และมาตรการทางการค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขอุปสรรคอย่างทันท่วงทีและเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ส่งออกไทยในระยะยาว

อ่านข่าว:

หอการค้าไทยชี้เกมภาษีสหรัฐฯเดือด เตือนผู้ส่งออกรับมือความผันผวน จี้รัฐเร่งเจรจาการค้า

ดันสินค้าไทยเจาะตลาดญี่ปุ่น พาณิชย์ ขน SME ไทยลุยงาน Supermarket Trade Show

 “ทรัมป์” เดือดขึ้นภาษีใหม่จากเดิม 10% เป็น15 % ทั่วโลกมีผลทันที