การจากไปของ "แม็ค รชต" นักแสดงหนุ่มจากละครเรื่อง "เลือดกากี" ไม่เพียงสร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวและแฟนละครเท่านั้น แต่ยังทำให้ชื่อของ "มะเร็ง GIST" ถูกพูดถึงในวงกว้างอีกครั้ง โรคที่หลายคนไม่คุ้นหู และแทบไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าอาจเกิดขึ้นกับตัวเราเองหรือคนใกล้ตัวได้
หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามสำคัญว่า มะเร็งชนิดนี้คืออะไร มีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด และเราจะสังเกตสัญญาณเตือนของร่างกายได้อย่างไร ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการ รพ.มหาราชนครราชสีมา เจ้าของเพจ "หมอเจด" ออกมาอธิบายทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าว พร้อมแนะนำวิธีสังเกตอาการสำคัญ 5 ข้อ รู้จักวิธีสังเกตตัวเอง
ทำความรู้จัก "มะเร็งจิสต์" (GIST) คืออะไร?
มะเร็งจิสต์ หรือ GIST (Gastrointestinal Stromal Tumor) คือ เนื้องอกเนื้อเยื่ออ่อนในระบบทางเดินอาหาร จัดเป็นมะเร็งชนิดพบได้ยาก (Rare Cancer) และมีจุดกำเนิดต่างจากมะเร็งกระเพาะอาหารหรือมะเร็งลำไส้ทั่วไป
นพ.เจษฎ์ อธิบายว่า โดยทั่วไปมะเร็งทางเดินอาหารมักเกิดที่ผนังด้านในสุด (เยื่อบุลำไส้) แต่ GIST เกิดจากเซลล์พิเศษที่ชื่อว่า Interstitial Cells of Cajal ซึ่งฝังตัวอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อของผนังทางเดินอาหาร
เซลล์เหล่านี้เปรียบเสมือน "เครื่องคุมจังหวะ" (Pacemaker) ที่คอยส่งสัญญาณไฟฟ้าสั่งให้ลำไส้บีบตัวเพื่อเคลื่อนย้ายอาหาร เมื่อเซลล์กลุ่มนี้เกิดการกลายพันธุ์และแบ่งตัวผิดปกติ จึงกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยพบได้บ่อยที่สุดที่ กระเพาะอาหาร ประมาณ 60% และ ลำไส้เล็ก ประมาณ 30%
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ต้องรีบเช็ก
ความน่ากลัวของ GIST คือในระยะแรกก้อนเนื้ออาจมีขนาดเล็กมากจนไม่แสดงอาการใดๆ ผู้ป่วยมักจะรู้ตัวเมื่อก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นจนไปเบียดอวัยวะข้างเคียง หรือเริ่มมีเลือดออก สัญญาณเตือนที่คนทั่วไปควรสังเกตมีดังนี้
• มีเลือดออกในทางเดินอาหาร : สังเกตได้จากอุจจาระที่มีสีดำสนิทเหมือนยางมะตอย หรือมีเลือดปน เนื่องจากก้อนเนื้อไปทำลายเส้นเลือดที่ผนังลำไส้
• ปวดท้องหรือแน่นท้องเรื้อรัง : มักรู้สึกอึดอัดบริเวณลิ้นปี่หรือใต้ชายโครง แม้จะกินอาหารเพียงเล็กน้อยก็รู้สึกอิ่มไวผิดปกติ หรือบางคนที่ผอมมากอาจจะคลำได้ก้อนในท้อง
• คลำพบก้อนแข็ง : หากก้อนเนื้อโตมากพอ เราอาจสัมผัสได้ถึงก้อนแข็งๆ บริเวณหน้าท้อง
• อ่อนเพลีย ซีด : เกิดจากภาวะโลหิตจางจากการที่มีเลือดออกภายในทีละน้อยสะสมเป็นเวลานาน
• คลื่นไส้ อาเจียน อาจเจอได้น้อยเนื่องจากว่าก้อนไม่ได้เข้ามา ในทางเดินอาหาร
ทำไมถึงพบในคนอายุน้อย
แม้ GIST จะพบมากในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป แต่สามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัย ที่สำคัญคือมะเร็งชนิดนี้ "ไม่ได้สัมพันธ์โดยตรงกับไลฟ์สไตล์" เหมือนมะเร็งปอดที่เกิดจากการสูบบุหรี่ หรือมะเร็งตับที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์
แต่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนในระดับโมเลกุล ซึ่งส่งสัญญาณให้เซลล์โตไม่หยุด ปัจจัยนี้จึงเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ยาก และไม่ใช่ความผิดของการใช้ชีวิต แต่เป็นการตรวจพบให้ไวที่สุดคือหัวใจสำคัญ
"ยามุ่งเป้า" ความหวังที่ต่างจากเคมีบำบัด
GIST มีลักษณะเฉพาะคือ มักไม่ตอบสนองต่อเคมีบำบัดหรือการฉายแสง แต่จะตอบสนองได้ดีเยี่ยมกับ ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)
• การผ่าตัด: หากตรวจพบในระยะที่ก้อนเนื้อยังไม่แพร่กระจาย การผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออกให้หมดคือวิธีหลักที่มีโอกาสหายขาดสูง
• ยามุ่งเป้า ตัวยาจะเข้าไป "บล็อก" สัญญาณการเติบโตของเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ ทำให้ก้อนเนื้อฝ่อลงหรือหยุดการโต ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีอายุนานขึ้นอย่างมากแม้จะเป็นระยะที่แพร่กระจายแล้วก็ตาม ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการรักษาแบบแม่นยำ (Precision Medicine)
คำแนะนำสำหรับคนทั่วไป
แม้ GIST จะพบได้ยาก แต่การ "ช่างสังเกต" คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
1. สังเกตระบบขับถ่าย: หากสีอุจจาระเปลี่ยนไปเป็นสีดำเข้มหรือมีเลือด ต้องรีบพบแพทย์ทันที
2. ตรวจสุขภาพประจำปี: การตรวจช่องท้องด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound Upper Abdomen) หรือหากมีอาการผิดปกติเรื้อรัง การส่องกล้องทางเดินอาหารจะช่วยให้เห็นความผิดปกติที่ผนังทางเดินอาหารได้ชัดเจน
3. หากเหนื่อยง่ายผิดปกติ ปวดท้องไม่ทราบสาเหตุ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่าปล่อยไว้เพราะคิดว่าเป็นแค่โรคกระเพาะธรรมดา เพราะสุดท้ายแล้วอาจเป็นมะเร็ง
ปิดฉาก "เอล เมนโช" กองทัพเม็กซิโกสังหารราชาแก๊งค้ายารายใหญ่
พบ "กระเบนนกจุดขาว" สัตว์ทะเลหายาก ว่ายอิสระ แนวปะการังตะรุเตา
ปิดตำนาน "รถขนฝัน" "อ.สกล" หมดสัญญา "หมอนทองวิทยา"
มือกฎหมาย ปชน.บี้ กกต.แจงปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เชื่อโมฆะซ้ำรอยปี 49
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
