“อนุทิน-ธรรมนัส” คืนสู่โลกความจริง

การเมือง
12:20
จำนวนผู้ชม 1,271
“อนุทิน-ธรรมนัส” คืนสู่โลกความจริง

อุตส่าห์บินไปไกลถึงฟินแลนด์ พาภรรยาและลูกๆไปเล่นหิมะและดูแสงเหนือที่ฟินแลนด์ ยังไม่ทันไร มีข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะบินกลับประเทศไทย 25 กุมภาพันธ์

ทั้งที่บอกจะลาพักยาวถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และไม่ห่วงเรื่องสื่อสาร เพราะเปิดโทรศัพท์มือถือไว้ตลอด แต่พอมีข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย กับ พรรคเพื่อไทย นัดหารือแบ่งกระทรวง 24 ก.พ. ปรากฏว่า มีคิวเดินทางกลับไทยทันที ก่อนจะมีการปฏิเสธจากทั้ง 2 พรรคว่าไม่มีนัดหมายดังกล่าว

ในระหว่างพักครึ่งตั้งรัฐบาล ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล แต่สถานการณ์ตอนนี้ ไม่มีใครฟันธงว่า กกต.จะรับรองผลได้เมื่อไหร่ แม้จะมีกรอบเวลาไม่เกิน 60 วัน

ภาพประกอบข่าว “อนุทิน-ธรรมนัส” คืนสู่โลกความจริง

ไม่ต่างจากเรื่องตั้งรัฐบาลครึ่งหลัง จะเป็นอย่างไร จากปมบาร์โค้ดและเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ.ในบางหน่วยเลือกตั้ง ที่บัตรสีชมพูไร้หมายเลขที่ต้นขั้ว ต่างจากเลือกตั้ง 8 ก.พ. กระทั่งพรรคประชาชน จะนำไปยื่นประกอบคำฟ้อง กกต. ผิดมาตรา 157

พรรคภูมิใจไทย และ พรรคกล้าธรรม ที่ชนะเลือกตั้งครั้งนี้แบบถล่มทลาย ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องเลือกตั้งว่าขัดรัฐธรรมนูญถึงขั้นโมฆะหรือไม่

โดยเฉพาะ พรรคภูมิใจไทย ที่ได้เห็น ศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ และเป็นหนึ่งเซียนด้านกฎหมาย ออกโรงแจง 2-3 วันต่อเนื่อง นอกจากปกป้อง กกต. ยังตอบโต้ ศ.วิษณุ เครืองาม อีกหนึ่งปรมาจารย์ด้านกฎหมาย ที่เคยเป็นรองนายกฯ และมือกฎหมายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน พรรคเพื่อไทย พูดฟันธงว่า บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งเสี่ยงขัดรธน.หากพิสูจน์ได้ว่าไม่เป็นความลับ

ทั้งคู่ยังเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือที่ปรึกษากฎหมายให้รัฐบาล ศ.วิษณุ เคยเป็นในประธานกฤษฎีกา ปัจจุบัน เป็นประธานคณะที่ 2 การบริหารราชการแผ่นดิน

ส่วน ศ.บวรศักดิ์ เป็นประธานกรรมการกฤษฎีคนปัจจุบัน และเคยเป็นประธานคณะที่ 13 การบริหารจัดการภาครัฐ

ความเห็นของทั้ง 2 ปรมาจารย์ด้านกฎหมาย จึงถือได้ว่าไม่ใช่ธรรมดา และอาจมีความสำคัญต่อการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากคำร้องเรื่องนี้ ไปศาลรัฐธรรมนูญ

หากสุดท้ายแล้ว ต้องเลือกตั้งใหม่ แม้พรรคภูมิใจไทยยังมีโอกาสชนะเลือกตั้งเพราะเป็นช่วงคะแนนนิยมสูง แต่อาจไม่ถล่มทลายเหมือน 8 ก.พ. เพราะพรรคอื่นๆคงไม่ยอมแพ้ซ้ำสองง่ายๆ

หาก กกต.ยังไม่ได้แสดงศักยภาพตรวจสอบความโปร่งใสเลือกตั้งให้ปรากฎ ปัจจัยชี้ขาดสำคัญอาจจะเป็นเรื่องทรัพยากร ที่ต้องวัดกันว่า ใครจะมีสายป่านมากกว่ากัน

เป็นเรื่องที่ทุกพรรคอาจต้องเตรียมพร้อม รวมทั้งพรรคภูมิใจไทย แม้ด้านหนึ่ง จะพยายามรวบรวม สส.เล็กเข้าร่วมรัฐบาล จนเป็นที่มาของสูตร เพียง 2 พรรคใหญ่ รวมกับพรรคเล็กประมาณ 300 เสียง แต่อีกด้าน ยังเห็นการทอดไมตรี ผ่านคำยืนยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาลของนายอนุทิน

เพราะเลือกตั้งใหม่ อย่างไรเสียในทางการเมือง ก็ต้องมี พันธมิตร เผื่อเหลือเผื่อขาด สำหรับตั้งรัฐบาล พรรคกล้าธรรม จึงอาจยังเป็นหนึ่งในตัวเลือก

ยังไม่นับเรื่อง ร.อ.ธรรมนัส แถลงทิ้งปมปริศนาก่อนบินไปดูแสงเหนือ "ใครบีบผม จะโดนเปิดความลับสวนกลับ" ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เป็นความลับเรื่องอะไร และใครจะโดนแจ๊คพ็อต

ภาพประกอบข่าว “อนุทิน-ธรรมนัส” คืนสู่โลกความจริง

หรือกระทั่งคำเตือน "บริหารกระทรวงเกษตรฯไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่นั่งอยู่ในห้องแอร์แล้วจะทำได้" ซึ่งชัดเจนว่า มีนัยสื่อสารถึง พรรคภูมิใจไทย

คำประกาศเปิดมือถือไว้ตลอดเวลาของ ร.อ.ธรรมนัส จึงถูกตีความหมายในอีกด้านหนึ่งว่า ส่งสัญญาณไปถึงแกนนำและผู้มีอำนาจในการตั้งรัฐบาลเสียมากกว่า

ที่สำคัญ ทั้งนายอนุทิน และร.อ.ธรรมนัส ต่างต้องยอมรับว่า กำลังกลับคืนสู่โหมดความเป็นจริง ไม่ใช่โหมดโลกสวย

"ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโส

อ่านข่าว

"เท้ง" ชวนแสดงความเห็น ผ่านแฟนเพจพรรคประชาชน

"ปริญญา" ตั้งข้อสงสัยปมทำลายบัตรเลือกตั้ง ถูกระเบียบหรือไม่ ?

"สนธิญา" ยื่น "กกต." สอบจริยธรรมผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ