วันนี้ (27 ก.พ.2569) นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก อำนวยความสะดวก การเร่งรัดจดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน เข้าสู่ระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มี.ค.2569
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติม ถึงการอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17) และรถยนต์รับจ้าง (รย.18) เพื่อนำมาให้บริการรับจ้างขนส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการ ดังนี้
1. จัดตั้งศูนย์ One Stop Service รับจดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันครบจบในที่เดียว ตั้งแต่การลงทะเบียนหรือขอความเห็นชอบ ตรวจสภาพรถ ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน และจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ พร้อมกับรับชำระค่าธรรมเนียมและภาษี (ถ้ามี) ณ บริเวณอาคารตรวจสภาพรถ (อาคาร 4) สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 กรมการขนส่งทางบก (จตุจักร) ตั้งแต่วันที่ 2 - 31 มี.ค.2569 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ระหว่างเวลา 08.30 - 18.00 น. หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ
2. แจ้งผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันให้นำรถมาดำเนินการทางทะเบียนให้ถูกต้อง หรือหากกรณีผู้ให้บริการฯ จะรวบรวมสมาชิกเพื่อนำรถมาจดทะเบียนพร้อมกันเป็นจำนวนมาก สามารถแจ้งนัดหมายล่วงหน้าเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ
3. ซักซ้อมสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศที่มีการลงทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17) และรถยนต์รับจ้าง (รย.18) เพื่อดำเนินการอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ
เตือนคนขับ ต้องจดทะเบียน รย.17/18 ภายใน 28 ก.พ.นี้
ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้กำหนด โดยให้ผู้ขับขี่ที่ให้บริการผ่านแอปฯ ต้องจดทะเบียนรถประเภท รย.17/18 ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 ก.พ.2569 หลังจากที่ผ่านมา มีผู้ขับขี่บางส่วนใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสารโดยไม่เปลี่ยนสถานะเป็นรถสาธารณะ ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย
ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้เปิดระบบ Driver Verify เพื่อให้ผู้ขับขี่ลงทะเบียนยืนยันตัวตนตามกฎหมาย ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้ว 34,434 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ก.พ.) สะท้อนการตื่นตัวเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง
ผู้ที่ได้รับใบรับรองผ่านระบบดังกล่าว ต้องดำเนินการจดทะเบียนรถประเภท รย.17/18 กับกรมการขนส่งทางบก ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 ก.พ.2569 และนำรถไปเปลี่ยนสถานะเป็นรถสาธารณะให้ครบถ้วนภายในช่วงวันที่ 1-30 มี.ค. ก่อนที่ประกาศเกี่ยวกับ Ride Sharing Platform จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มี.ค.
ภายหลังวันที่ 31 มี.ค.2569 หากยังมีการใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสาร จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนการขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และหากแพลตฟอร์มฝ่าฝืนข้อกำหนด อาจถูกสั่งระงับการดำเนินธุรกิจได้
ไม่เหงาแล้วนะ! "พันช์คุง" เริ่มห่างแม่ตุ๊กตา โชว์สกิลเข้าฝูง-ขี่หลังรุ่นพี่ลิง
กสทช.สั่งค่ายมือถือระงับ 495 ซิมปมมิจฉาชีพสแกนข้อมูลเด็กส่งสแกมเมอร์
ลุ้น "โค้ชจุ่น" คุมทีมฟุตบอลหมอนทองวิทยา แทน "อ.สกล"
กกต.สอบตก ผลสำรวจ KPI โพล หลังเลือกตั้ง 69
"ยศชนัน" นำทีม สส.เขต "เพื่อไทย" รายงานตัวสภาฯ
