เสียงสะท้อนจาก”สุภัค อมรใฝ่วจี หรือ พ่อหลวงสุภัค ผู้ใหญ่บ้านแม่สอง ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน นอกจากถนนไปยังบ้านแม่สอง ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ยังไม่มีไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต
มีอะไรอยู่เบื้องหลัง ชาวบ้านแม่สอง และหย่อมบ้านใกล้เคียง 5 แห่ง จึงเดินทางไกลมาที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือกับกรรมการสิทธิมนุษยชน ที่มาประชุมฟังความเห็นจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรม สำหรับครัวเรือนภาคเหนือ ทั้งที่หมู่บ้านเกือบ 500 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้
สุภัคและชาวบ้าน ได้ยื่นหนังสือ โดยนางปรีดา คงแป้น และ น.ส.สุภัทรา นาคะผิว กับ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) รับหนังสือร้องเรียน
สุภัคกล่าวภายหลังยื่นหนังสือว่า นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ออกมาจากป่า ได้มาเล่าปัญหา หมู่บ้านแม่สอง ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มี 4 ย่อมบ้าน มีบ้านแม่สองเป็นหมู่บ้านหลัก มีย่อมบ้านห้วยป่าขาม แม่โป่ง วาทู และขุนแม่สอง มีประชากร 520 คน 116 ครัวเรือน
ที่มาวันนี้อยากเสนอให้กรรมการสิทธิมนุษยชนได้รับทราบว่า ในหมู่บ้านมีปัญหาอะไรบ้าง และต้องการให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ช่วยเหลือ เช่น ไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์ ในพื้นที่กว่าจะติดต่อกันได้ต้องออกไปข้างนอก หากขึ้นดอยจะติดต่อลำบาก เราเป็นคนไทยคนหนึ่ง มีสิทธิและหน้าที่ ที่ได้อยากเหมือนคนไทยในสิทธิพื้นฐานเหมือนคนไทยคนหนึ่งเหมือนกัน
พ่อหลวงสุภัคเปิดเผยความยากลำบากการใช้เส้นทางเข้า-ออก บ้านแม่สอง โดยเล่าว่า เส้นทางที่จะเดินทางไปได้ทางมี 2 เส้นทาง คือ ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง กับอีกเส้นทาง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
เส้นทางที่ใกล้ คือ ถนนที่เป็นเส้นเก่า (ไป อ.แม่ลาน้อย) จะลงลำธารใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง แต่หากเป็นเส้นตัดใหม่ไม่ใช่ฤดูฝนเส้นทางนี้จะใช้เวลาเพียง 30 นาที
พ่อหลวงสุภัค เล่าว่า ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาระหว่างกันเองของเจ้าหน้า มีการปั่นกระแส ว่า “เป็นพื้นที่ติดกับว้าแดง” ข้อมูลไม่เป็นความจริงเลย หรือเป็นเส้นทางขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย ความจริงแล้วเส้นทางที่ตัดใหม่ ต้นไม้เป็นไม้ที่ชาวบ้านใช้ก่อฝืน ไม่ใช่ ไม้สัก อย่างที่ออกข่าวว่า จะมีการขนส่ง 100-200 ต้น เป็นไม้ที่ชาวบ้านไม่ใช้และเป็นไม้ก่อฝืน
หมู่บ้านไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเหตุเกิดเป็นอาทิตย์ เพิ่งมาเห็นข่าว 2-3 วันชาวบ้านก็ตกใจข่าวถนนปริศนา
พ่อหลวงสุภัค กล่าวว่าตอนแรกเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้แจ้งว่า ฝั่งของแม่ยวมจะมีการทำถนนให้ แต่บ้านแม่สองไม่ได้รับรู้ เพราะไม่ได้มีการประชุม
ตอนแรกรู้สึกดีใจที่ เพราะจะมีเส้นทางกว้างกว่า 6 เมตรเส้นทางใกล้ๆ ถ้าไปเส้นทาง อ.แม่สะเรียง ช่วงฤดูฝนจะลงลำห้วยไม่สามารถสัญจรได้ เพราะเส้นทางปรับเปลี่ยนทุกวันถ้ามีฝนตกและน้ำท่วม ถนนสัญจรไม่ได้ถูกตัดขาด เมื่อเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่เปิดเส้นทางให้ไปทาง อ.แม่ลาน้อย ที่เป็นกระแสตอนนี้ชาวบ้านจะเดินทางได้รวดเร็วและมีความปลอดภัย
พ่อหลวงสุภัค กล่าวย้ำว่า ถ้าเส้นเก่าก็ต้องเสี่ยงเหมือนเดิม เพราะต้องลงลำธาร และใช้เวลานานพอสมควร
ถ้าหากใช้เส้นทาง แม่สอง-แม่สะเรียง ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมงเดินทาง แต่หากใช้เส้นแม่สอง-แม่ลาน้อย ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง จึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านมีความจำเป็นอยากได้ถนนเส้นตัดใหม่เพื่อเดินทาง เข้า-ออกหมู่บ้าน
ความยากลำบากในการเดินทางในช่วงฤดูฝน จะไม่สามารถบอกได้เลยว่า ถนนจะสามารถใช้ได้หรือไม่ ฤดูฝนเส้นทางจะถูกตัดขาด ถ้าจะเดินทางเข้าออกจากบ้านเสาหิน จะเดินทางเข้าบ้านห้วยต้นนุ่น
ส่วนการเดินทางมาประชุมที่ อ.แม่สะเรียง จะต้องออกจากหมู่บ้านมาก่อนหนึ่งวัน เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างการเดินทาง รถจักรยานยนต์จะต้องใช้โซ่พันล้อ ซึ่งจะต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวันด้วยว่า จะมีฝนตกหรือไม่
ในช่วงหน้าฝนการเข้า-ออกหมู่บ้าน เป็นไปด้วยความยากลำบาก ถ้าฝนตกแทบจะเข้าออกหมู่บ้านไม่ได้ เมื่อมีคนเจ็บป่วยในหมู่บ้าน จะต้องแบกออกไปหาหมอ ที่ผ่านมาก็เป็นแบบนั้น ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี ทำให้ติดต่อยากลำบาก และติดต่อไม่ได้ในช่วงฤดูฝน
ปัจจุบันการติดต่อสื่อสารในหมู่บ้านก็เป็นปัญหา การรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากภายนอกจะต้องเดินหาจุดที่มีสัญญาณ โดยเฉพาะบริเวณจุดสกัดของอุทยานฯ ต้องเดินทางมาด้านบนกว่า 1 กิโลเมตร กว่าจะทราบว่ามีข่าวเกี่ยวกับถนนที่ตัดใหม่ก็ใช้เวลา 2-3 วัน เพราะชาวบ้านต้องใช้ชีวิตในหมู่บ้าน เช็คข่าวบนยอดดอยอาทิตย์ละครั้งหรือสองครั้ง
ส่วนกรณีที่เป็นข่าวทางโซเชียลมีเดีย ทำให้ชาวบ้านถูกมองในแง่ลบ เพราะหลายข่าวถูกมองว่า เป็นเส้นทางขนยาเสพติด และยังได้รับผลกระทบถนนที่เปิดใหม่ชาวบ้านใช้ไม่ได้
ชาวบ้านอยากเปิดโอกาสให้ใช้เส้นใหม่ ทำให้ชีวิตปลอดภัยมากขึ้น ถ้าใช้เส้นทางเก่าในช่วงฤดูฝนจะทำให้ชาวบ้านเสียตลอดเวลาในการเดินทางไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตลอดการเดินทาง
รายงาน : โกวิท บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
อ่านข่าว :
"ดัชนีความร้อน" พุ่งระดับเตือนภัย กทม.แนะ "งดออกแดด-ดื่มน้ำบ่อยๆ"
อช.หมู่เกาะสิมิลัน เก็บกู้ "อวนผี" หนัก 2 ตัน พ้นแนวปะการัง
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
