กต.เตือนคนไทยเร่งออกจากอิหร่าน-อิสราเอล หลังเหตุโจมตี

ต่างประเทศ
15:44
จำนวนผู้ชม 3,440
กต.เตือนคนไทยเร่งออกจากอิหร่าน-อิสราเอล หลังเหตุโจมตี
กต.เตือน "คนไทย" ออกจากพื้นที่อิหร่าน-อิสราเอล หรือไปพักยังที่หลบภัย หลังเหตุโจมตีและแนวโน้มรุนแรงขึ้น พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

ตามที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งความขัดแย้งมีแนวโน้มทวีความรุนแรง และขยายวงกว้างจนอาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคดังกล่าวนั้น

วันนี้ (28 ก.พ.2569) กระทรวงการต่างประเทศ ขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบ จากสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอล เร่งเดินทางออกจากพื้นที่ ในขณะที่สายการบินพาณิชย์ยังให้บริการอยู่ หรืออาจพิจารณาเดินทางไปพักอาศัยยังสถานที่หลบภัย ป้องกันการโจมตีโดยขีปนาวุธ

ภาพประกอบข่าว กต.เตือนคนไทยเร่งออกจากอิหร่าน-อิสราเอล หลังเหตุโจมตี

นอกจากนี้ ขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นยิ่งยวด พิจารณาตัดสินใจเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวอย่างรอบคอบ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิด

ภาพประกอบข่าว กต.เตือนคนไทยเร่งออกจากอิหร่าน-อิสราเอล หลังเหตุโจมตี

ทั้งนี้ กรณีที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ หรือสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการต่าง ๆ ดังนี้

1. กระทรวงฯ ได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยทุกแห่งในภูมิภาค อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ และแจ้งพัฒนาการแก่คนไทยในพื้นที่เสมอมา

โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ออกประกาศเตือนและให้คำแนะนำคนไทยตั้งแต่ช่วงต้นของสถานการณ์ และได้มี hotline ของสถานเอกอัครราชทูตฯ สำหรับคนไทยด้วยแล้ว

2. ในวันนี้ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ กระทรวงฯ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยในพื้นที่ แนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอลเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ รวมถึงขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นพิจารณาทบทวนการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

3. กระทรวงฯ ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ของไทยในภูมิภาคทุกแห่ง ได้เตรียมการช่วยเหลือที่จำเป็นแก่คนไทยในพื้นที่ รวมถึงเตรียมแผนอพยพในกรณีจำเป็นไว้แล้วด้วย และได้จัดตั้งศูนย์ 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุลเพื่อรับความช่วยเหลือเร่งด่วน (Call Center กรมการกงสุลหมายเลข 0-2572-8442 )

4. กระทรวงฯ จะประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อให้ความคุ้มครองคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงประสานกับสมาคมคนไทย ในประเทศต่าง ๆ เพื่อรับทราบสถานการณ์แต่ละแห่ง และให้การช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างใกล้ชิดต่อไป

อ่านข่าว :

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านอ้างขจัดภัยคุกคาม - ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ยูเนสโก เตรียมลงพื้นที่ "เมืองเชียงใหม่" มิ.ย.นี้ ลุ้นขึ้นมรดกโลก

"หมอยง" ย้ำจริยธรรมแพทย์มาก่อน ต้องโปร่งใส-ไม่ทับซ้อน