วันนี้ (2 มี.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ร่วมแถลงเกี่ยวกับการประเมินสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ยังอยู่ในระดับที่รับมือและแก้ไขไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรง โดยพยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อสร้างโอกาสสำหรับประเทศไทย ซึ่งทุกวิกฤตมีโอกาสและต้องสร้างให้โอกาสเหล่านั้นเกิดขึ้นกับไทยให้มากที่สุด
นอกจากนี้ ยังระบุว่า ได้แจ้งกับตัวแทนภาคเอกชนให้รับทราบถึงสถานการณ์ ได้รับฟังความคิดเห็น ข้อชี้แนะและแนวทางที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลไทยดำเนินการสนับสนุน โดยภาพรวมตนได้หารือกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง
ประเมินสถานการณ์ปัจจุบันถือว่ามีความไม่แน่นอน หากเป็นเช่นนี้จะมีผลกระทบต่อต้นทุนต่างๆ ทั้งค่าขนส่งสินค้า ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่จะปรับตัวสูงขึ้นในระยะหนึ่ง แต่การผลิตน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลกยังมีสูง ราคาต่างๆ ก็อาจมีผลกระทบ แต่ไม่มากนัก
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ได้รับทราบข่าวว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันโอเปกปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ส่วนความมั่นคงในด้านพลังงานของไทยถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ได้ และมีการสำรองพลังงานเชื้อเพลิงไว้ในระดับที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนและระบบเศรษฐกิจ
ส่วนการช่วยเหลือประชาชนและแรงงานไทย กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ประสานให้สถานทูตและสถานกงสุล ดูแลความปลอดภัยเพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตต่อได้ หากยังไม่มีความประสงค์จะเดินทางกลับไทย แต่หากมีความประสงค์จะเดินทางกลับ ก็จะเร่งดำเนินการช่วยเหลือทุกวิถีทาง โดยรัฐบาลไทยประสานกระทรวงคมนาคมและกองทัพ ในกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องจัดอากาศยานไปรับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอิหร่าน ซึ่งได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว
อ่านข่าว
ซาอุฯ ประณาม "อิหร่าน" ขี้ขลาด ส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันใหญ่สุดประเทศ
ไทยเตรียมรับแรงกระแทก "ศึกอิสราเอล-สหรัฐฯ-อิหร่าน" บานปลาย
นักวิชาการมองตะวันออกกลางขัดแย้งบานปลาย-ปิดประตูตายเจรจา
