"ทวงคืนศักดิ์ศรี" มะพร้าวน้ำหอมไทย พาณิชย์ลุย "สาง" นอมินีต่างด้าวกินรวบ

เศรษฐกิจ
10:46
จำนวนผู้ชม 810
"ทวงคืนศักดิ์ศรี" มะพร้าวน้ำหอมไทย พาณิชย์ลุย "สาง" นอมินีต่างด้าวกินรวบ

มะพร้าวน้ำหอมไทยเผชิญวิกฤตหนัก ราคารับซื้อในสวนเหลือเพียงลูกละ 3-5 บาท สวนทางต้นทุนราคาค่าปุ๋ยและค่าแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร รายได้ไม่พอกับค่าใช้จายที่เพิ่มขึ้น เสมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อต้องเจอกับคู่แข่งจากเวียดนาม ที่ผลิตมะพร้าวน้ำหอมมาตัดราคามะพร้าวไทย

แม้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะพยายามแก้ปัญหาด้วยส่งทีมปราบนอมินีลุยตรวจสอบล้งเถื่อนในจังหวัดต่างๆ หลายพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดกระจายมะพร้าวน้ำหอมแล้วก็ตาม ล่าสุด นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังจากทีมปราบนอมินี ลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการบรรจุและส่งออกมะพร้าวน้ำหอมจ.ราชบุรี

ภาพประกอบข่าว

หลังพบปัญหาสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำอย่างเป็นระบบ โดยภาพรวมของมะพร้าวน้ำหอมพื้นที่ จ.ราชบุรีในปัจจุบัน เกิดจากปัญหาการรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรที่ต้องเผชิญกับราคาที่ผันผวนอย่างหนัก อุปสรรคการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องกฎระเบียบและมาตรฐานสินค้าเพื่อการส่งออก

ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมราคาตกต่ำส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ภาคการเกษตร ในประเทศมีการขยายพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมพร้อมกันหลายพื้นที่ ผลผลิตออกพร้อมกัน ทำให้ผลผลิตล้นตลาด อุปทานมากกว่าอุปสงค์ ส่งผลให้ราคาตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ไม่มีทุนที่จะต่อยอดบำรุงต้นมะพร้าว ผลผลิตที่ได้จึงมีคุณภาพต่ำ ส่งผลให้ราคาตกต่ำต่อเนื่อง

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

ในขณะที่ ภาคผลสดส่งออก แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือโรงงานของคนไทยที่มีมาตรฐานสากล ต้องแบกภาระต้นทุนที่สูงกว่าในการปฏิบัติตามกฎหมายโรงงาน ทั้งภาษี การทำมาตรฐานสากลต่างๆ ด้านคุณภาพและความปลอดภัยมาตรฐานอาหารลูกค้าต่างชาติชะลอการสั่งซื้อสินค้า

สูญเสียตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมให้กับประเทศอื่น เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าและมีความผันผวนของราคาที่ต่ำกว่าไทย ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกไทย ผันตัวมาเป็นผู้รับจ้างผลิตให้กับบริษัทต่างชาติที่เป็นผู้กำหนดราคารับซื้อ/ขาย รวมถึงโรงงานของทุนต่างชาติหรือนอมินี มีการลงทุนที่ครบวงจร

เวียดนาม “คู่แข่ง” แย่งตลาด มะพร้าวไทย

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวอีกว่า โรงงานของกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจ ดำเนินการตั้งแต่การเช่าเหมาสวน โรงผลิต โรงบรรจุภัณฑ์ การขนส่ง-ส่งออก มีช่องทางจัดจำหน่ายเอง ทำให้เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่ควบคุมราคารับซื้อ/ขายได้หมด และกำหนดเกณฑ์รับซื้อเฉพาะมะพร้าวน้ำหอมเกรดดีเท่านั้น ประกอบกับมีต้นทุนที่ต่ำกว่า จากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (บางแห่ง) หรือไม่ได้มีการทำระบบมาตรฐานเต็มรูปแบบ

ภาพประกอบข่าว

ส่วน ภาคแปรรูปอุตสาหกรรมน้ำมะพร้าวน้ำหอม แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ บริษัทของคนไทยเป็นโรงงานมาตรฐาน ใช้มะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% และโรงงานที่เป็นน้ำมะพร้าวปรุงแต่งมีการแจ้งปริมาณสัดส่วนปรุงแต่งที่แท้จริง  ในขณะที่บริษัทนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งโรงงานที่ดำเนินการผลิตได้ตามมาตรฐานมีทั้งมะพร้าวน้ำหอม 100% และที่มีมะพร้าวน้ำหอมปรุงแต่งผสมตามสัดส่วนที่ใช้จริง โรงงานที่ดำเนินการผลิตไม่ได้มาตรฐาน ผลิตน้ำมะพร้าวปลอมปน หรือผสมปรุงแต่ง แต่ไม่ได้ระบุสัดส่วนที่ใช้จริง

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซ้ำเติมปัญหามะพร้าวน้ำหอมของไทย ได้แก่ สินค้าปลอม เช่น เติมน้ำตาล แต่งกลิ่น และ ผสมน้ำมะพร้าวพันธุ์อื่นแต่แจ้งว่าเป็นมะพร้าวน้ำหอม 100% ส่งผลกระทบต่อมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% คือของแท้ขายไม่ได้ โรงงานไทยสู้ราคาถูกไม่ได้ เพราะผู้บริโภคเข้าใจผิดรสชาติมะพร้าวไทย ซึ่งส่งผลให้เสียชื่อเสียง โดยปัญหาที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อเนื่อง คือขายมะพร้าวน้ำหอมไม่ได้ >> โรงงานหยุดรับซื้อ >> เกษตรกรขาดรายได้ >> ลดคุณภาพสวน >> ราคาตกต่ำ

ภาพประกอบข่าว

มะพร้าวไทย เสียตลาดให้กับมะพร้าวเวียดนาม เพราะมะพร้าวเวียดนามมีราคาถูกกกว่าของไทย ทำให้จีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกมะพร้าวของไทยหันไปซื้อมะพร้าวจากเวียดนามมากขึ้น โดยไทยส่งออกไปตลาดจีน 80% ประกอบกับต้นทุนของเวียดนามถูกกว่าไทยมาก ทำให้จีนหันไปนำเข้าแทนมะพร้าวไทยที่ราคาสูงกว่า

ปัญหาของมะพร้าวไทยนอกจากต้นทุนผลผลิตที่สูงกว่าเวียดนามแล้ว โดยต้นทุนผลผลิตของชาวสวนมะพร้าวเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 บาทต่อลูก ส่งออกลูกละ 20 บาท แต่ในขณะเวียดนามส่งออกไปเฉลี่ยลูกละ 5-10 บาทเท่านั้น ทำให้ไทยเสียตลาดจีนไปให้เวียดนามบางส่วน สาเหตุที่สำคัญอีกด้านคือ ไทยมีผลผลิตมะพร้าวมาก แต่คุณภาพสำหรับส่งออกไม่ถึง ทำให้ส่งออกไม่ได้กลายเป็นมะพร้าวตกเกรด ซึ่งต้องขายในประเทศเท่านั้น ดังนั้นทางออกเบื้องต้นคือการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยดันราคมะพร้าวที่ไม่ผ่านคุณภาพส่งออก เช่นใช้นวัตกรรมจุกเปิดมะพร้าวที่ผู้บริโภคสามารถเปิดกินได้ทันที เป็นต้น

ภาพประกอบข่าว

เผชิญ 4 วิกฤตปัญหา ฉุดอุตสาหกรรมมะพร้าวไทย

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวอีกว่า อุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมของไทยต้องเผชิญกับ 4 วิกฤตปัญหา คือช่วงผลผลิตขาดตลาด ราคาพุ่งสูง แข่งขันในตลาดไม่ได้ ช่วงผลผลิตล้นตลาด ราคาต่ำ โรงงานเกิดภาวะ Over Stock การแข่งขันต้นทุนต่ำจากทุนต่างชาติ และสินค้าปลอมปนทำลายคุณภาพและราคามะพร้าวน้ำหอมไทย ซึ่งหลังการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และถอดบทเรียนสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ไม่เป็นไปตามกลไกราคาของตลาด และการแก้ปัญหาราคาตกต่ำในระยะยาว

โดยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้ ภาคการเกษตร ต้องบริหารจัดการควบคุมการขยายพื้นที่ปลูก-ป้องกันภาวะมะพร้าวน้ำหอมล้นตลาด ในขณะที่ภาครัฐช่วยเหลือสนับสนุนเกษตรกรให้มีเงินทุนในการบำรุงสวนมะพร้าว ส่วนภาคการผลิต คือบังคับใช้กฎหมายเท่าเทียมทุกนักลงทุน โดยมีการตรวจด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น (นอมินี) การจัดระเบียบมาตรฐานสินค้า โดยแยกพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code) ที่ชัดเจนระหว่างน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% กับมะพร้าวผสม และตั้งหน่วยงานรับรองคุณภาพที่ชัดเจน ปราบปรามสินค้าปลอม ปกป้องสินค้าแท้ 100%

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการบรรจุและส่งออกมะพร้าวน้ำหอมจังหวัดราชบุรี

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการบรรจุและส่งออกมะพร้าวน้ำหอมจังหวัดราชบุรี

นอกจากนี้ สนับสนุนผู้ส่งออกไทยอย่างเป็นธรรม โดยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และเจรจาการค้าเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ  รวมทั้งผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่มีการ UpSkill และ ReSkill การบริหารจัดการธุรกิจเพื่อให้สามารถปรับตัวและสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง พึ่งพาตนเองได้ และนำไปสู่การส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนได้ในระดับหนึ่ง โดยมีกระทรวงพาณิชย์เป็นแบ็กอัพสำคัญช่วยส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการดำเนินการข้างต้นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

จับมือจังหวัด เร่งปราบนอมินี-ทุนเทา

มีรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ต้นตอที่ทำให้ปัญหามะพร้าวน้ำหอมไทย มีราคาตกต่ำ คือการที่มีกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) เพื่อหลีกเลี่ยงพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะในธุรกิจต้องห้ามตามบัญชีท้ายที่สงวนไว้ให้คนไทย ซึ่งปัจจุบันได้ตรวจพบพฤติการณ์การประกอบธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ จ.ราชบุรี โดยมีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง 3 ลักษณะ และคาดว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคามะพร้าวน้ำหอมในจ.ราชบุรี ผันผวนหนัก

ภาพประกอบข่าว

กรมฯ กรมการค้าภายใน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมได้หารือมาตรการในการตรวจสอบและปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) อย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการเข้ามาครอบงำธุรกิจของคนไทย

สำหรับพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงเป็นกลุ่มทุนต่างชาติ  เช่น การเช่าสวนมะพร้าวเพื่อปลูกเอง โดยชาวต่างชาติใช้คนไทยในการจัดตั้งบริษัทเข้าซื้อที่ดินหรือทำสัญญาเช่าที่ดินกับเกษตรกรในพื้นที่ การแปรรูปและส่งออกเองครบวงจร ทำให้ตัดวงจรการซื้อขายมะพร้าวจากเกษตรกรไทยโดยตรง และการกดราคารับซื้อ ส่งผลให้ราคามะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ตกต่ำอย่างผิดปกติ เนื่องจากกลไกตลาดถูกควบคุมโดยกลุ่มทุนต่างชาติ

ภาพประกอบข่าว

นอกจากจะแก้ปัญหาภัยทางเศรษฐกิจที่ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายไทยแล้ว ยังสามารถแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนได้ในระยะยาวอีกด้วย  โดยกรมฯร่วมกันกำหนดทิศทางและแผนดำเนินการตรวจสอบเพื่อ สะสาง ปัญหา นอมินี ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในการที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิด และเน้นย้ำให้คนไทยไม่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวเหล่านั้นเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หากพบการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

สำหรับผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษ ปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน

รองผู้ว่าจ.ราชบุรี

รองผู้ว่าจ.ราชบุรี

โดยในวันที่ 6 มี.ค. กรมฯจะจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กรมสรรพากร กรมการจัดหางาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ และ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายที่ใช้นอมินีเป็นตัวแทนอำพรางในการประกอบธุรกิจกับทุกกลุ่มธุรกิจอย่างจริงจัง เน้นการตรวจสอบเชิงลึก และบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรและนักธุรกิจที่ประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการคุ้มครองระบบเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านข่าว:

ศุภจี เคาะ 8 มาตรการผลไม้ สั่งเฝ้าระวัง ทุเรียน-มังคุด-มะพร้าว ลดปัญหาล้นตลาด-ราคาต่ำ

"มะพร้าวน้ำหอม" สะเทือน "ทุนเทารุกคืบ-ราคาดิ่ง" กระทบเศรษฐกิจฐานราก

"มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี" ขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปแล้ว