หลังจากถามหยั่งกันมา 2-3 วัน จากที่ไม่ชัด น่าจะชัดสุดแล้วว่า "ครม.อนุทิน 2" นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะนั่งเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ควบ รมว.กลาโหม แทนควบ รมว.มหาดไทย และที่ชัดสุด คือ ไม่ใช่ทั้ง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร
จริง ๆ ก็มีที่มา-ที่ไป มีเหตุ-มีผล ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เลือกที่จะไม่ตอบคำถามใด ๆ ทั้งสิ้น กับคำถามของนักข่าวเมื่อวันที่ 4 มี.ค. กรณีชื่อย่อ "ด.เด็ก" ที่จะมานั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหม ใช่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ "บิ๊กแดง" หรือ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร หรือ "บิ๊กโด่ง" ไหม
ที่เงียบสนิท เพราะเมื่อวันก่อน นักข่าวตั้งคำถามว่า ถ้านายกฯ ไม่นั่งควบ จะคุม รมว.กลาโหม ได้ไหม? นายอนุทิน ก็ตอบว่า "เป็นนายกฯ ก็ต้องคุมได้ทุกกระทรวง" ซึ่งก็ถือเป็นข้อเท็จจริง แต่ในทางกลับกัน ก็ตีความได้เช่นกันว่าเก้าอี้ตัวนี้น่าจะเป็น "โควตาคนนอก" ที่เพิ่มไหม
ในขณะเดียวกัน ก็มีกระแสที่อ้างถึงชื่อย่อ "ด.เด็ก" แต่ด้วยข้อเท็จจริงนี้ นายอนุทิน ถึงกับชี้แจงเองว่า คำตอบที่ตอบไปก่อนหน้านี้ ก็เพราะคำถาม "ถ้าไม่นั่ง จะคุมได้ไหม" ก็ต้องตอบว่า "คุมได้" ก่อนจะย้ำว่า ไม่ได้บอกว่าจะไม่นั่งเป็น "รมว.กลาโหม"
ถึงตอนนี้ ในความไม่ชัดเจน ก็มีความชัดเจนว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับ "ครม.อนุทิน 2" นายกรัฐมนตรีและนั่งควบ รมว.กลาโหม และโควตา ยังคงเดิม ตามสูตร "5 + 19 + 8 + 3" คือ คนนอก 5 ตำแหน่ง, พรรคภูมิใจไทย 19 ตำแหน่ง, พรรคเพื่อไทย 8 ตำแหน่ง, พรรคเล็กรวมกัน 3 ตำแหน่ง และที่เป็นไปได้คือ "โสภณ ซารัมย์" เป็นประธานสภาฯ
นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ที่มีชื่อจะได้รับเลือกเป็น ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์แสดงความพร้อมที่จะร่วมงานกับทุกคนได้ รวมถึงการร่วมงานกับนางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อจะได้รับเลือกเป็น รองประธานสภาผู้แทนราษฎร หากส่วนตัวได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งจริง
และจากที่คาดการณ์ 19 มี.ค. ล่าสุดนี้ ขยับเร็วขึ้น เป็น 12 มี.ค. ซึ่ง กกต.รับรอง สส.แล้ว 499 คน เกินกว่าร้อยละ 95 ของจำนวน สส.ทั้งหมดแล้ว ก็สามารถเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกได้ จากนั้นจะประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และ คนที่ 2 และจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ให้เสร็จภายในเดือนนี้ ก่อนเปิดแถลงนโยบายรัฐบาล ต้นเดือนหน้า และครม.ใหม่ เข้ารับหน้าที่โดยเร็วที่สุด
โดยนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.กลาโหม ถือเป็นบริบทการเมือง ที่พอเหมาะ-พอเจาะกับการเป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และสอดรับกับสถานการณ์บ้านเมือง ทั้งในแง่ของภูมิรัฐศาสตร์ตามสถานการณ์โลกแล้ว ยังมีนัยสำคัญต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา, ไทย-เมียนมา หรือแม้แต่ ไทย-มาเลเซีย ถึงเป็นวาระสำคัญที่ต้องรับมือทั้งสิ้น
อ่านข่าว :
ผลออกเสียงประชามติ 21 ล้านคน เห็นชอบมี รธน.ใหม่
"ครม.อนุทิน 2" โจทย์ใหญ่รับมือสถานการณ์โลก
เลขาฯ สภา แจงไทม์ไลน์เปิดประชุมสภา รอจำนวน สส. ที่เหมาะสมดำเนินการได้
