เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2569 เครือข่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ CNBC ของสหรัฐอเมริกา รายงานว่า อิหร่านตอบโต้การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล ด้วยโดรน หรืออากาศยานไร้คนขับ Shahed-136 หรือ kamikaze พิสัยไกล รายงานระบุว่า ถ้ามองเพียงผิวเผิน โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze เทียบไม่ได้กับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีก้าวล้ำที่สุดของสหรัฐฯ จนฝ่ายนักวิเคราะห์เคยให้ฉายาว่า "ขีปนาวุธครูซของคนจน" แต่ในความเป็นจริงโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze สามารถฝ่าด่านสกัดเข้าโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ในกลุ่มชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ได้
รายงานระบุว่า ถึงแม้กลุ่มชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ซึ่งตกเป็นเป้าหมาย "การเอาคืน" ของอิหร่านต่อสหรัฐฯ สามารถสกัดโดรนที่ยิงจากอิหร่านได้จำนวนมาก ด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศสมรรถนะสูง และราคาแพง ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ เช่น ขีปนาวุธ Patriot แต่กระนั้น โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ของอิหร่าน ซึ่งราคาถูกกว่ามาก สามารถฝ่าด่านสกัดเข้าโจมตีเป้าหมายต่างๆ ในกลุ่มชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ได้ รายงานระบุว่า ต้นทุนการผลิตโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze อยู่ที่ราว 20,000-50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 6-9 แสนบาท ต่อลำ
ขณะที่ขีปนาวุธครูซ และขีปนาวุธข้ามทวีป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันภัยทางอากาศของกลุ่มชาติพันธมิตรสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง มีต้นทุนการผลิตถึง 2-13 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (63-400 ล้านบาท) ต่อลูก ตามข้อมูลที่ได้จากเอกสารงบประมาณของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ฯ ส่งผลให้อิหร่านสามารถผลิตโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ได้เป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความได้เปรียบด้านงบประมาณของอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางข้อจำกัดต่างๆ จากผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านของกลุ่มชาติตะวันตก
สำหรับโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze มักถูกใช้เพื่อการโจมตีเที่ยวเดียว ถูกพัฒนาโดยกลุ่มผู้ผลิตที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRG) ในอิหร่าน โดยอิหร่านเปิดตัวโดรนรุ่นนี้ครั้งแรก เมื่อปี 2564 และรัสเซียนำไปใช้ในการทำสงครามกับยูเครน จนเป็นที่สนใจทั่วโลก ต่อมารัสเซียเริ่มผลิตโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ในประเทศหลังจากนำเข้าจากอิหร่านรวมหลายพันลำในช่วงแรกๆ
ฝ่ายนักวิเคราะห์ชี้ว่า อิหร่านก็ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากความร่วมมือกับรัสเซียเช่นกัน รวมถึงหัวรบของระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นใหม่ๆ ระบบรบกวนสัญญาณของฝ่ายตรงข้าม และระบบนำวิถีอิเล็กทรอนิกต่อต้านฝ่ายตรงข้าม และหัวรบของฝ่ายอิหร่านติดตั้งระเบิดได้ถึง 30-50 กิโลกรัม ดังนั้น จึงมีสมรรถนะการทำลายสูง โดยเฉพาะเมื่อถูกส่งออกไปโจมตีเป็นชุดใหญ่ และในพิสัยการทำลายไกลถึง 1,200 ไมล์
รายงานระบุว่า สมรรถนะการทำลายสูง แต่ต้นทุนการผลิตต่ำ ทำให้แม้แต่ชาติมหาอำนาจ อย่างสหรัฐฯ ยังต้องแกะรอยลอกเลียนแบบ โดยกองบัญชาการทหารกลางของสหรัฐฯ ยืนยันว่า ได้เริ่มใช้โดรนที่ลอกเลียนแบบโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze โจมตีอิหร่านบ้างแล้ว รวมถึง ยูเครน ที่ประกาศเปิดตัวอาวุธสกัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามที่ต้นทุนต่ำ และผลิตได้ครั้งละมากๆ ซึ่งสามารถรับมือกับโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ได้เมื่อเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์ถึงอาวุธที่ฝ่ายยูเครนอ้างถึงว่า มีรูปแบบเหมือนการยิงปืนใหญ่จากเครื่องบินขับไล่ไอพ่นที่ใช้ได้ผลอย่างยั่งยืนกว่าขีปนาวุธสกัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามรุ่นนำสมัยต่างๆ โดยรายงานคาดการณ์ว่า กลุ่มชาติอาหรับฝ่ายพันธมิตรสหรัฐฯ จะเริ่มเปิดตัวระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ต้นทุนต่ำกว่า และใช้ได้อย่างยั่งยืนกว่าในเร็วๆ นี้
ตามรายงานระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และอย่างน้อยหนึ่งในชาติอาหรับอยู่ระหว่างเจรจาสั่งซื้ออาวุธสกัดการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามที่มีต้นทุนต่ำของยูเครน และอิสราเอลก็เริ่มใช้ขีปนาวุธพิสัยใกล้ และระบบป้องกันภัยทางอากาศอื่น ๆ ที่ต้นทุนต่ำลงมากแล้วเช่นกัน รวมถึง Iron Beam
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนักวิเคราะห์ชี้ว่า อิหร่านจะใช้โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ต่อกรกับสหรัฐฯ-อิสราเอลได้นานเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับสต็อคโดรนที่ยังเหลืออยู่ อีกทั้งศักยภาพในการปกป้องห่วงโซ่อุปทาน และที่ตั้งการผลิตโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ของอิหร่าน ท่ามกลางการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านของสหรัฐฯ
แต่กระนั้น ฝ่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารประเมินว่า อิหร่านยังมีสต็อค โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze จำนวนมาก และยังผลิตเพิ่มอีกหลายร้อยลำต่อสัปดาห์ ถึงแม้เจ้าหน้าสหรัฐฯ รายงานว่า จนถึงวันพุธที่ 4 มี.ค. อิหร่านใช้โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ไปแล้วกว่า 2,000 ลำ ขณะเดียวกันสต็อคระบบป้องกันภัยทางอากาศของกลุ่มชาติอาหรับก็ลดลงด้วยเช่นกัน
ที่มา : ทันโลก กับไทยพีบีเอส
อ่านข่าว :
"พล.ท.พงศกร" กางแผนรบสหรัฐฯ-วิเคราะห์ "สมรภูมิอิหร่าน"
ประเมินสงครามยืดเยื้อ สภาพัฒน์คาดราคาน้ำมันพุ่งแตะ 125 เหรียญฯ
รู้ว่าไร้อาวุธก็ยังยิง อดีต จนท.อินเดียประณาม สหรัฐฯ จมเรือรบอิหร่าน
