วันนี้ (6 มี.ค.2569) นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย หรือ สขบท. พร้อมภาคีเครือข่าย 13 สมาคม แถลงข่าวแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระทบโดยตรงต่อต้นทุนภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ของไทย
โดยเฉพาะกรณีที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ อิหร่านมีสัดส่วนการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบเฉลี่ย 1,70,000 บาร์เรล/วัน คิดเป็นประมาณร้อยละ 3-4 ของปริมาณน้ำมันดิบทั่วโลก และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ อันดับ 3-4 ของกลุ่ม OPEC หากเกิดการปิดช่องแคบ อาจทำให้ตลาดน้ำมันโลกสั่นคลอน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลสำหรับภาคธุรกิจขนส่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยและเครือข่าย จึงเสนอแนวทางเร่งด่วน 4 ข้อต่อภาครัฐ เพื่อบรรเทาผลกระทบ ได้แก่
- ตรึงราคาน้ำมันดีเซลอย่างน้อย 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.2569 โดยใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คงราคาที่ 29.94 บาท/ลิตร
- ยกเลิกหรือระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปทุกชนิดชั่วคราว เพื่อสำรองน้ำมันไว้ใช้ในประเทศ
- เร่งหาแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่น เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งเดิม
- พิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงอย่างน้อย 3 บาท/ลิตร ในช่วงวิกฤตสงครามและพลังงาน
นายทองอยู่ ระบุเพิ่มเติมว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อเกิน 3-4 สัปดาห์ ราคาพลังงานทั่วโลกอาจปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพประชาชน จึงขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการรองรับอย่างเร่งด่วนเพื่อปกป้องภาคการขนส่งและประชาชน
อ่านข่าวอื่น :
ไม่เกี่ยวกับพรรค! "ธรรมนัส" ย้ำ "ชนนพัฒฐ์" เอี่ยวเว็บพนันเป็นความผิดเฉพาะตัว
ไฟไหม้ "โรงงานทินเนอร์" ฉะเชิงเทรา ปภ.ระดมรถน้ำคุมเพลิง
ศึกตะวันออกกลางวันที่ 7 "ทรัมป์" เผยต้องมีส่วนร่วมเลือกผู้นำสูงสุดอิหร่าน
