"อ.ปริญญา" แปลกใจ กกต.แจ้งตัวเลขออกเสียงประชามติ แต่ไม่บอก “ผล”

การเมือง
08:30
จำนวนผู้ชม 593
"อ.ปริญญา" แปลกใจ  กกต.แจ้งตัวเลขออกเสียงประชามติ แต่ไม่บอก “ผล”
อ.ปริญญา แปลกใจ  กกต.แจ้งตัวเลขออกเสียงประชามติ แต่ไม่บอก “ผล” พร้อมตั้งคำถามถึง กกต. ชี้ กกต.ชุดนี้ทำงานแย่กว่า กกต. เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

วันนี้ (7 มี.ค.2569) ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Prinya Thaewanarumitkul ถึงผลการออกเสียงประชามติ ว่า เมื่อผมได้อ่าน “ผลการออกเสียงประชามติ“ ของ กกต. ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2569 ที่ผ่านมา ผมรู้สึกแปลกใจ เพราะเป็นการประกาศผลที่มีแต่ตัวเลข แต่ไม่มีการสรุปผลว่า ประชามติที่ขอความเห็นชอบจากประชาชน ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านหรือไม่ผ่าน

พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 13 กำหนดว่า “ให้ใช้เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง” ก็คือแข่งกันระหว่าง “เห็นชอบ” กับ “ไม่เห็นชอบ” ว่า ข้างไหนมากกว่า โดยยังมีเงื่อนไขในมาตรา 13 อีกประการว่าเสียงเห็นชอบ “ต้องสูงกว่าคะแนนเสียงไม่แสดงความคิดเห็น“ ด้วย ประชามติจึงจะผ่านซึ่งเสียงเห็นชอบของประชามติวันที่ 8 ก.พ.2569 (21,621,638 คน) นั้น มากกว่าไม่เห็นชอบ (11,241,653 คน) และมากกว่าไม่แสดงความคิดเห็น (3,074,330 คน) จึงสรุปผลได้ว่า การขอความเห็นชอบจากประชาชนในให้การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ "ผ่านประชามติ"

ภาพประกอบข่าว

แล้วทำไม กกต. จึงไม่สรุปผลการทำประชามติ ว่าผ่านหรือไม่ผ่านอย่างที่ผมสรุป ? ทำไมจึงบอกแต่ตัวเลขให้ประชาชนมาคิดต่อเอาเอง? ด้วยความสงสัยผมจึงไปดูการประกาศผลประชามติเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 (ประชามติวันที่ 7 ส.ค.2569) เพื่อจะดูว่า กกต. ตอนนั้นเขาทำอย่างไร

ภาพประกอบข่าว

 

ภาพประกอบข่าว

ปรากฏว่า กกต. ในคราวนั้น (ภาพประกอบ 3 และ 4) แม้จะไม่ได้สรุปผลว่า ประชามติผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ กกต. ตอนนั้นสรุปเปอร์เซ็นต์ให้ (เห็นชอบ 61.35 % ไม่เห็นชอบ 38.65 %) จึงเห็นได้ง่ายว่า เสียงเห็นชอบมากกว่า (ตอนนั้นมี 2 คำถาม) แต่ในคราวนี้นอกจากไม่สรุปผลแล้ว กกต. ชุดปัจจุบันก็ไม่สรุปเปอร์เซ็นต์ ไว้ในประกาศนี้ด้วย ทำให้เป็นการประกาศผลที่ไม่เหมือนการประกาศผล (ทั้งๆ ที่ใช้เวลาเกือบ 1 เดือน ขณะที่ในปี 2559 ใช้เวลาแค่ 3 วันเท่านั้น)

 

ที่ กกต. ไม่แจ้งเปอร์เซ็นต์เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ ไว้ในประกาศ อาจจะเป็นเพราะว่า กกต. ได้เคยแจ้งไว้แล้วในเอกสาร “ข่าวประชาสัมพันธ์” เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 (ภาพประกอบ 2) โดยระบุว่า มีผู้เห็นชอบ 58.64 % ไม่เห็นชอบ 30.46 % ไม่แสดงความคิดเห็น 8.34 % และบัตรเสีย 2.56 %

ภาพประกอบข่าว

ซึ่งในแว่บแรก เราจะเห็นว่า เปอร์เซ็นต์ผู้เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือ 58.64 % นั้น น้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ผู้ให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีผู้ให้ความเห็นชอบ 61.35 % แม้จำนวนผู้เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (21.6 ล้านคน) จะมากกว่าจำนวนผู้เห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 (มีผู้เห็นชอบ 16.8 ล้านคน) ถึง 4.8 ล้านคน แต่ถ้าเปอร์เซ็นต์เห็นชอบให้ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ น้อยกว่าเปอร์เซ็นต์เห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 ก็อาจจะมีปัญหาความชอบธรรมได้ เพราะผู้ที่ปกป้องรัฐธรรมนูญ 2560 อาจจะอ้างว่าเปอร์เซ็นต์ที่ให้ทำฉบับใหม่ น้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ที่เคยให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560

 

แต่ความจริงแล้วเปอร์เซ็นต์ผู้ให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้น้อยกว่านะครับ เพราะผลประชามติ 7 สิงหาคม 2559 นั้น คิดเฉพาะเห็นชอบ (61.35 %) กับไม่เห็นชอบ (38.65 %) แต่ประชามติ 8 ก.พ.2569 กกต. ชุดนี้ เอางดออกเสียง กับบัตรเสียมาคิดเปอร์เซ็นต์ด้วย! ถ้าทำแบบ 7 ส.ค.2559 คือคิดเปอร์เซ็นต์เฉพาะเห็นชอบ กับไม่เห็นชอบ เสียงเห็นชอบในครั้งนี้คือ 65.81 % มากกว่าประชามติเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ได้ 61.35 % ครับ!

 

คำถามคือ แล้ว กกต. มีเจตนาใด จึงคิดเปอร์เซ็นต์แตกต่างจากประชามติ 7 ส.ค.2559? ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า หรืออาจจะเป็นความต้องการที่จะทำให้เปอร์เซ็นต์เห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ น้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ที่เคยเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ?

 

นับเป็นการทำงานที่แปลกประหลาดที่สุดอีกเรื่องหนึ่งของ กกต. ชุดนี้ครับ นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องจำนวนผู้ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติซึ่งมี 36.8 ล้านคนนั้น น้อยกว่าผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งซึ่งมี 37.8 ล้านคน ถีง 1 ล้านคน ที่มีสาเหตุหลักมาจากการที่ กกต. เปิดลงทะเบียนประชามตินอกเขตแค่ 3 วัน ทำให้มีคนเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวน 8 แสนคน ไปลงทะเบียนประชามตินอกเขตไม่ทัน ซึ่ง กกต. ก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ เลย

กกต. ชุดนี้ทำงานแย่กว่า กกต.เมื่อ 10 ปีที่แล้วเยอะเลย (อันนี้พูดเบามาก) ซึ่งไม่ถูกต้องนะครับ เพราะไม่ว่าใครหรือองค์กรใดก็ควรจะต้องทำงานให้ดีขึ้นๆ ไม่ใช่ยิ่งทำยิ่งแย่ลง ที่สำคัญคือควรต้องเปิดกว้างรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนหน่อย ไม่ใช่เอาแต่ไปกล่าวหาคนวิจารณ์ว่า “เซาะกร่อนบ่อนทำลาย กกต.” หรือไปแจ้งความฟ้องร้องเขา ผมขอเรียนว่าไม่มีใครทำลาย กกต. ได้หรอกครับนอกจาก กกต. เองครับ

อ่านข่าว:

แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จี้ กกต.นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ - ลาออก

"ผลประชามติ" คนไทยในซิดนีย์ เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ 7,647 คะแนน

กกต.เปิดข้อมูลเลือกตั้ง 2569 สรุปคะแนน-การคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ