สบส.ส่งทีมลงสอบคลินิก ย่านปทุมวัน ปมหนุ่มสลบยาวหลังทำศัลยกรรม

อาชญากรรม
15:09
จำนวนผู้ชม 1,677
สบส.ส่งทีมลงสอบคลินิก ย่านปทุมวัน ปมหนุ่มสลบยาวหลังทำศัลยกรรม
Botnoi Voice
สบส.ส่งทีมลงสอบคลินิกเสริมความงาม ย่านปทุมวัน หลังญาติร้อง หนุ่มวัย 38 ปี เข้ารับบริการศัลยกรรมจมูกและคาง แต่กลับเกิดอาการผิดปกติ จนต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาล และไม่รู้สึกตัวอยู่เป็นเวลาหลายวัน

วันนี้ (9 มี.ค.2569) ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีหนุ่มวัย 38 ปี เข้ารับบริการศัลยกรรมจมูกและคางที่คลินิกเสริมความงาม ย่านปทุมวัน ก่อนหมดสติไม่รู้สึกตัวเป็นเวลาหลายวัน ว่า เมื่อกรม สบส. รับข้อมูลข้างต้น นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. จึงสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมายดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที

โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ คลินิกดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปทุมวัน พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ พบแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และผู้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล เป็นผู้ให้ข้อเท็จจริงพร้อมนำตรวจสถานพยาบาล

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คลินิกขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนมาตรฐานสถานพยาบาลด้านอื่นก็เป็นไปตามมาตรฐานที่พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 กำหนด และจากการสอบถ้อยคำจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อเท็จจริงว่า เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ.2569 ผู้รับบริการชายวัย 38 ปี ติดต่อคลินิกดังกล่าว เพื่อทำศัลยกรรมบริเวณจมูกและคาง โดยคลินิกซักประวัติ ตรวจร่างกายและเลือดเพื่อประเมิน ซึ่งผลการตรวจร่างกายผู้รับบริการสามารถดมยาผ่าตัดได้ คลินิกจึงนัดหมายทำศัลยกรรมในช่วงต้นเดือน มี.ค.2569 โดยให้ผู้รับบริการดมยาสลบ

แต่ในช่วงท้ายของการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์พบว่าผู้ป่วยมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้น ชีพจรเต้นแรง และอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงแจ้งแพทย์ผู้ให้บริการ พร้อมประสานรถพยาบาลฉุกเฉินส่งตัวผู้รับบริการไปที่โรงพยาบาลใกล้เคียง ซึ่งคลินิกแจ้งว่ายินดีรับผิดชอบค่ารักษา และค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องจนผู้ป่วยหายเป็นปกติ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จะนำข้อมูลที่รวบรวมได้ในวันนี้ เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทพ.อาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า การศัลยกรรมเสริมความงาม บริเวณจมูก หรือคาง มักจะเป็นการศัลยกรรมผ่าตัดใหญ่ มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนกับผู้รับบริการมากกว่าการผ่าตัดเล็ก ดังนั้น สถานพยาบาลจะต้องควบคุมคุณภาพ มาตรฐาน ทั้งในด้านสถานที่ ผู้ให้บริการ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงอุปกรณ์การช่วยเหลือชีวิตในกรณีฉุกเฉิน ให้ถูกต้องตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

ประการสำคัญการผ่าตัดใหญ่นั้น มักจะต้องมีการใช้ยาสลบกับผู้รับบริการ ซึ่งในผู้รับบริการบางรายอาจจะเกิดอาการแพ้ยาสลบ หรือภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ (Malignant Hyperthermia ) ซึ่งทำให้เกิดการตอบสนองผิดปกติของกล้ามเนื้อต่อยาชาหรือยาสลบ จนนำไปสู่การเกิดระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวและเสียชีวิตได้

ดังนั้น การฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำเพื่อให้หลับ หรือการดมยาสลบก่อนทำการผ่าตัดทุกครั้ง จะต้องมีการซักประวัติคนไข้ เพื่อประเมินความเสี่ยง และจัดให้มีวิสัญญีแพทย์ หรือแพทย์ที่ผ่านการอบรมจากราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์เป็นผู้ดำเนินการให้ยาระงับความรู้สึก เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ หากพบว่าสถานพยาบาลใดไม่ดำเนินการตามมาตรฐาน ก็จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายทันที

อ่านข่าว :

"สุราษฎร์ธานี" แผ่นดินไหวต่อเนื่อง 12 ครั้ง ใน 2 วัน ขนาดสูงสุด 3.5

หยุด! เสี่ยงไตวาย "งดรสเค็ม-มัน" ภัยเงียบ "คุกคาม" ประชากรโลก

ผู้เสียหายร้อง ปอศ.ดำเนินคดี "สามีดารา" ระบุถูกหลอกลงทุนคริปโตฯ