เตือน 48 จังหวัด เหนือ อีสาน กลาง กทม.รับมือพายุฤดูร้อน 11-13 มี.ค.69

สังคม
12:02
จำนวนผู้ชม 583
เตือน 48 จังหวัด เหนือ อีสาน กลาง กทม.รับมือพายุฤดูร้อน 11-13 มี.ค.69
ปภ. แจ้งเตือน 48 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ ในช่วงวันที่ 11 - 13 มี.ค.2569

วันนี้ (10 มี.ค.2569) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่องพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบในช่วงวันที่ 11 -13 มี.ค.2569 ฉบับที่ 1 (15/2569) แจ้งว่า

คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากสาธารณรัฐแห่งสพหภาพเมียนมาจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ อีกทั้งบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ระหว่างวันที่ 11 - 13 มี.ค.2569 แยกเป็น

  • ภาคเหนือ ทุกจังหวัด
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ จ.เลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และจังหวัดบุรีรัมย์
  • ภาคกลาง ทุกจังหวัด
  • กรุงเทพมหานคร

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 48 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยกำชับให้ติดตามสถานการณ์ สภาพอากาศ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย

อ่านข่าว :

สภาพอากาศวันนี้ ทั่วไทยอากาศร้อน เตือน "พายุฤดูร้อน" 11 - 13 มี.ค.

เตือน 7 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง 28 ก.พ.-5 มี.ค.นี้

"ตรีนุช" พร้อมนำคนไทยตะวันออกกลางกลับ เตรียมอาชีพ-ทักษะ รับมือ