สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเสริมกำลัง ดันสงครามยืดเยื้อ ?

ต่างประเทศ
14:11
จำนวนผู้ชม 600
สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเสริมกำลัง ดันสงครามยืดเยื้อ ?
มีรายงานว่า สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush เข้าเสริมกำลังในตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 ไปยังภูมิภาคดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าสงครามอาจจะไม่จบเร็วอย่างที่คาดหวัง

เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ใช้โอกาสระหว่างขึ้นกล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันที่รัฐฟลอริดา ระบุว่า สงครามกับอิหร่านจะจบลงค่อนข้างเร็ว และเราจะมีโลกที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นทันทีที่สงครามจบลง นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายมากกว่า 5,000 แห่ง ในระหว่างที่ทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งเป้าหมายบางแห่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญมาก

ความเคลื่อนไหวนี้ของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากที่มีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush ไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการยืนยันข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

USS George H.W. Bush อาจกลายเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 ที่สหรัฐฯ ส่งไปเสริมกำลังต่อกรกับอิหร่าน ซึ่งเรือลำนี้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้นนิมิตซ์ เหมือนกับ USS Abraham Lincoln ตัวเรือยาวเกือบ 333 เมตร บรรทุกอากาศยานได้มากถึง 90 ลำและลูกเรืออีกกว่า 6,000 นาย

หากเทียบกับเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำก่อนหน้านี้ทั้ง USS Abraham Lincoln และ USS Gerald R. Ford จะพบว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush มีกำลังมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเรือลำนี้จะถูกส่งไปร่วมภารกิจเป็นลำที่ 2 แต่สุดท้ายเป็นการส่ง USS Gerald R. Ford ไปแทน

ภาพประกอบข่าว สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเสริมกำลัง ดันสงครามยืดเยื้อ ?

ขณะนี้คาดว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush จะมุ่งหน้าไปทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ขนกำลังไปจากสหรัฐฯ เท่านั้น แต่มีแหล่งข่าวจากรัฐบาลเกาหลีใต้ให้ข้อมูลกับสื่อท้องถิ่นหลายสำนัก ยืนยันว่าระบบป้องกันขีปนาวุธ Patriot กำลังถูกเตรียมพร้อมเพื่อย้ายไปประจำการใหม่ในตะวันออกกลาง โดยมีเครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าเป็นเครื่องบิน C-17 บินไปยังฐานทัพอากาศโอซาน เพื่อขนย้ายระบบดังกล่าว

ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่ระบบป้องกันขีปนาวุธ Patriot แต่ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ก็มีรายงานว่าถูกถอนออกจากเกาหลีใต้ เพื่อเสริมกำลังที่ฐานทัพในตะวันออกกลางเช่นกัน

ระบบต่อต้านขีปนาวุธ 2 ระบบนี้ถือเป็นตัวเอกในสมรภูมิตะวันออกกลาง เพราะเป็นยุทโธปกรณ์ระดับสูงที่มีความแม่นยำ ขณะเดียวกันก็จะเป็นอาวุธที่จะหมดจากคลังแสงของสหรัฐฯ เป็นลำดับต้นๆ ซึ่งทางออกคือต้องโยกย้ายยุทโธปกรณ์เหล่านี้จากสมรภูมิอื่นๆ มาใช้ในตะวันออกกลางแทน โดยเกาหลีใต้มีทั้ง 2 ระบบนี้ประจำการอยู่ แต่การเคลื่อนย้ายอาวุธเหล่านี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างผิดปกติ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับเกาหลีใต้ไม่น้อย เพราะอาจส่งผลต่อความมั่นคงของคาบสมุทรเกาหลี

ภาพประกอบข่าว สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเสริมกำลัง ดันสงครามยืดเยื้อ ?

นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ยืดเยื้อเกินกว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ เคยพูดไว้ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 สัปดาห์ ยุทโธปกรณ์และทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ในเกาหลีใต้ อาจถูกดึงไปยังสมรภูมิในตะวันออกลางด้วยเช่นกัน

ขณะที่เกาหลีใต้เป็นประเทศเดียวในต่างแดนที่มีระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ของกองทัพสหรัฐฯ ประจำการอยู่ถาวร ซึ่งระบบนี้กำลังถูกจับตามองอย่างมาก เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อครั้งสงคราม 12 วันในปี 2568 มีการใช้ขีปนาวุธ THAAD มากถึง 150 ลูก ฉะนั้นหากสงครามครั้งนี้ยืดเยื้อ สหรัฐฯ อาจดึงกำลังจากฐานในเกาหลีใต้มาใช้

ไม่เพียงแค่นั้น การเคลื่อนย้ายขีปนาวุธจากภูมิภาคเอเชียจะทำให้ญี่ปุ่นและไต้หวันกังวลไม่ต่างกันว่าหากสหรัฐฯ โยกย้ายยุทโธปกรณ์หรือกำลังพลออกไป จีนอาจใช้โอกาสนี้เข้ามาฉวยโอกาสได้ ท่ามกลางสถานการณ์ในแถบภูมิภาคที่ร้อนระอุเป็นทุนเดิม

อ่านข่าว

"ทรัมป์" เผยเหตุสู้รบระหว่าง "สหรัฐฯ - อิสราเอล" กับ "อิหร่าน" จะจบลง "ในไม่ช้า"

รัสเซีย พร้อมขายน้ำมันให้ยุโรป ลดผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

กลุ่มสืบสวน เปิดภาพขีปนาวุธโจมตีโรงเรียนในอิหร่าน อ้างฝีมือสหรัฐฯ