วันนี้ (10 มี.ค.2569) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวที่ กระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศประสานงานกับสำนักงาน
พลังงานจังหวัด ให้รวบรวมข้อมูลความต้องการใช้เชื้อเพลิงของภาคเอกชนในพื้นที่อย่างละเอียด ทั้งฐานข้อมูลน้ำมันดีเซล เบนซิน และก๊าซหุงต้ม ซึ่งการเก็บข้อมูลดังกล่าวนั้น จะนำมาใช้เป็นการวางแผนทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ให้เกิดผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ มาตรการปิดสถานีบริการน้ำมันหลังเวลา 22.00 น. นั้น เป็นมาตรการเตรียมความพร้อม การปิดเปิดสถานีบริการจะใช้เฉพาะกรณีที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความรุนแรงมากขึ้น จนส่งผลกระทบกับปริมาณน้ำมันสำรองของไทยเข้าขั้นวิกฤตเท่านั้น ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นวิกฤต ปริมาณน้ำมันสำรองยังมีมากกว่า 3 เดือน
แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงาน ยังคงเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้น จากการที่สถานีบริการน้ำมันบางพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำมัน กระทรวงพลังงาน ได้ติดตามและบูรณาการการทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัด เพื่อกำกับดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา ที่อาจสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุนน้ำมัน กระทรวงพลังงาน กำลังเร่งประสานผู้ค้าเร่งจัดส่งน้ำมันไปยังพื้นที่ที่ยังมีน้ำมันไม่เพียงพอ เพื่อลดผลกระทบของประชาชนให้น้อยที่สุด
"สำหรับกระแสข่าวเรื่องมาตรการปิดสถานีบริการน้ำมันหลังเวลา 22.00 น. นั้น กระทรวงพลังงาน ขอยืนยันว่ามาตรการดังกล่าว ใช้เฉพาะในกรณีที่ปริมาณน้ำมันสำรองเข้าสู่สภาวะวิกฤตขั้นสูงสุด ซึ่งในขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตตามปกติและเชื่อมั่นในแผนเตรียมความพร้อมของรัฐบาลที่จะรับมือกับทุกวิกฤตการณ์อย่างสุดความสามารถ" นายสราวุธ กล่าว
อ่านข่าว :
ปลัดมหาดไทย สั่งด่วนผู้ว่าฯ 76 จังหวัด รับมือสถานการณ์พลังงาน
รัฐบาลสั่งราชการ-รัฐวิสาหกิจ WFH ทันที พร้อมจ่อปิดปั๊มหลัง 4 ทุ่ม
ครม.ชวนประชาชน ร่วมประหยัดพลังงาน งดใส่สูท-ผูกเน็กไท
