วันนี้ (11 มี.ค.2569) CNN รายงาน สถานการณ์ความตึงเครียดในเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกยังคงทวีความรุนแรง หลังกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่านหรือ IRGC เปิดเผยว่า ได้โจมตีเรือสินค้า 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างว่าเรือทั้ง 2 ลำเพิกเฉยต่อคำเตือนของกองทัพเรืออิหร่าน
รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านสำนักข่าว Fars News Agency ซึ่งระบุว่าเรือลำแรกที่ถูกยิงคือ เรือบรรทุกสินค้าเทกองธงชาติไทยชื่อ "มยุรี นารี" โดยกองกำลัง IRGC ระบุว่าเรือลำดังกล่าวถูกยิงหลังจากไม่ปฏิบัติตามคำเตือนและพยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยผิดกฎหมาย
เรืออีกลำหนึ่งที่ถูกโจมตีคือเรือธงชาติไลบีเรียชื่อ เอ็กซ์เพรส โรม ซึ่งกองกำลังอิหร่านกล่าวว่าได้ยิงกระสุนเข้าใส่ในช่วงเช้า หลังจากเรือดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนจากกองทัพเรือ IRGC เช่นกัน
หน่วยงานติดตามความปลอดภัยทางทะเลของสหราชอาณาจักร หรือ UKMTO ระบุว่า ตั้งแต่เกิดการโจมตีทางทหารระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.เป็นต้นมา มีเหตุโจมตีเรือในพื้นที่ อ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซ และ อ่าวโอมาน รวมแล้วอย่างน้อย 13 เหตุการณ์
ในจำนวนนี้ มี 3 เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันเดียวกับเหตุโจมตีเรือทั้ง 2 ลำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ด้านความปลอดภัยของการเดินเรือในภูมิภาคกำลังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก เนื่องจากน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางจำนวนมากต้องผ่านเส้นทางนี้ก่อนส่งออกไปยังตลาดโลก
อิหร่านประกาศนโยบายสกัดกั้นน้ำมันฝ่ายตรงข้าม
ก่อนเกิดเหตุโจมตีดังกล่าว โฆษกของกองบัญชาการทหารในกรุงเตหะรานได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับนโยบายด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ แถลงการณ์ระบุว่า อิหร่านจะไม่อนุญาตให้มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ อิสราเอล หรือ พันธมิตรของทั้ง 2 ประเทศ นอกจากนี้ยังเตือนว่า เรือหรือสินค้าน้ำมันใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศหรือกลุ่มที่อิหร่านมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม อาจถูกพิจารณาเป็นเป้าหมายทางทหาร
แถลงการณ์ยังระบุว่า อิหร่านจะดำเนินนโยบาย "โจมตีต่อเนื่อง" เพื่อตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม จนกว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะยุติการกระทำที่อิหร่านมองว่าเป็นการคุกคาม
อ่านข่าวอื่น :
น้ำมันยังไหลผ่านฮอร์มุซ "อิหร่าน" เดินหน้าส่ง 11 ล้านบาร์เรลให้ "จีน"
ลดใช้ไฟ-ลดเปิดแอร์ โรงแรมไทยประหยัดพลังงาน รับมือวิกฤตพลังงานโลก
"ทรัมป์" ยันต้อนรับ "ทีมชาติอิหร่าน" ร่วมบอลโลก 2026 แม้ปะทะตึงเครียด
