กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพที่ระบุว่าเป็นปฏิบัติการโจมตีเรือของกองทัพอิหร่านบริเวณใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านจำนวนหลายลำ เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนอิหร่านให้เก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ถูกวางไว้ในช่องแคบฮอร์มุซทันที พร้อมขู่โจมตีรุนแรงขึ้น
ล่าสุดผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านแล้ว 31 ลำ พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้ากำจัดเรือดังกล่าวต่อไป
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เปิดเผยกับสื่ออเมริกัน ว่า อิหร่านอาจวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซไปแล้วจำนวนหนึ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หากมีการวางทุ่นระเบิดจริง คงทำให้สงครามครั้งนี้จบไม่สวยอย่างแน่นอน
สำหรับทุ่นระเบิดทางทะเล แบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก คือ ทุ่นระเบิดชนิดทอดประจำที่ ทุ่นระเบิดชนิดนี้จะลอยตัวอยู่ใต้ผิวน้ำเล็กน้อยหรือปานกลาง โดยมีสายสมอผูกยึดกับทุ่นระเบิดที่อยู่กับที่บนพื้นทะเล และจะเกิดการระเบิดเมื่อสัมผัสกับเรือที่แล่นผ่าน
ทุ่นระเบิดชนิดวางติดกับพื้นท้องทะเล มักใช้ในน่านน้ำตื้นเพื่อทำลายเรือที่แล่นผ่าน และจะระเบิดเมื่อตรวจพบเรืออยู่ด้านบน, ทุ่นระเบิดชนิดลอยตามกระแสน้ำ ทุ่นระเบิดชนิดนี้จะลอยอยู่บนผิวน้ำ ยากที่จะจัดการหรือตอบโต้เพราะตำแหน่งไม่คงที่ และทุ่นระเบิดชนิดติดท้องเรือ เป็นทุ่นระเบิดที่หน่วยทำลายใต้น้ำลอบนำไปติดท้องเรือข้าศึกและจะระเบิดตามเวลาที่ถูกตั้งไว้
ทั้งนี้ ทุ่นระเบิดทางทะเลถือเป็นอาวุธที่ได้ผลดีและราคาถูก อีกทั้งเรือลำเล็กอย่างเรือประมง ก็สามารถวางทุ่นระเบิดได้ สอดคล้องกับข้อมูลที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิหร่านใช้เรือขนาดเล็กบรรทุกทุ่นระเบิดได้ลำละ 2-3 ลูก เพื่อวางทุ่นระเบิดในช่องแคบดังกล่าว อีกทั้งอาวุธชนิดนี้เป็นภัยคุกคามสหรัฐฯ มาตั้งแต่อดีต โดยมีข้อมูลระบุว่าทุ่นระเบิดทางทะเลสร้างความเสียหายกับเรือของสหรัฐฯ ถึง 77% นับตั้งแต่ปี 2493
แม้ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงจำนวนทุ่นระเบิดของอิหร่าน แต่เคยมีการประมาณการว่าอิหร่านมีทุ่นระเบิดทางทะเล 2,000-6,000 ลูก ส่วนใหญ่ผลิตโดยอิหร่าน จีน หรือรัสเซีย
ขณะที่ภาพรวมของทั้งโลก ประเมินว่า กองทัพเรือกว่า 60 ประเทศมีคลังทุ่นระเบิดทางทะเล แต่คาดว่ารัสเซียมีจำนวนมากที่สุด 125,000-250,000 ลูก รองลงเป็นจีน 50,000-100,000 ลูก และเกาหลีเหนือ 50,000 ลูก ส่วนประเทศที่มีกองเรือต่อต้านทุ่นระเบิดมากที่สุด ได้แก่ รัสเซีย 45 ลำ รองลงมาจีน 36 ลำ โปแลนด์ 29 ลำ ฝรั่งเศส 29 ลำ และฟินแลนด์ 18 ลำ
ทุ่นระเบิดทางทะเลถูกใช้มานานในหลายสมรภูมิ อีกทั้งแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้น คาดว่าตลาดทุ่นระเบิดทางทะเลโลกเติบโตขึ้น และจะแตะ 2,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2576 สะท้อนถึงความกังวลด้านความมั่นคงทางทะเลที่เพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และข้อพิพาททางดินแดน ซึ่งความน่ากลัวของอาวุธชนิดนี้ คือ เก็บกู้ยากและใช้เวลานาน
อ่านข่าว :
"ทรัมป์" เผย จนท.กำลังตรวจสอบข้อมูลอ้าง "อิหร่าน" เตรียมใช้โดรนโจมตีแคลิฟอร์เนีย
กต.แถลงการณ์เรียกร้องทุกฝ่ายลดตึงเครียด-เจรจา หลังเรือไทยถูกโจมตี
ผบ.ทร. ต่อสายตรง ผบ.ทร.โอมาน ขอบคุณช่วยลูกเรือไทย เร่งค้นหาอีก 3 คน
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
