วันนี้ (16 มี.ค.2569) สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเดินหน้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ท่ามกลางการสู้รบที่ยังคงดุเดือดและมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายสำคัญของอิหร่านบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของการส่งออกน้ำมันของประเทศ
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพยายามระดมความร่วมมือจากหลายประเทศ เพื่อจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรทางทะเลในการคุ้มกันเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันที่ต้องเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่าอาจมีการประกาศอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับความสำเร็จในการดึงหลายประเทศเข้าร่วมภารกิจคุ้มกันเส้นทางเดินเรือดังกล่าว ซึ่งมีความสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศและเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก
ในอีกด้านหนึ่งในพื้นที่ทางตะวันตกของอิหร่าน มีกลุ่มควันพวยพุ่งเหนือสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง หลังการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่มุ่งเป้าไปยังที่ตั้งของ IRGC รวมถึงกองกำลังบาซิจ ซึ่งเป็นหน่วยกำลังสำรองของอิหร่าน นอกจากนี้ ยังมีเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ศูนย์วิจัยด้านอวกาศในกรุงเตหะราน โดยไฟได้ลุกลามเผาอาคารจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
การสู้รบที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานล่าสุดระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,444 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 18,000 คน
กระทรวงวัฒนธรรมของอิหร่านยังเปิดเผยว่า สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างน้อย 56 แห่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงสถานที่สำคัญอย่าง พระราชวังโกเลสตาน มัสยิดชาห์ และพระราชวังเชเฮลโซตูนในเมืองอิสฟาฮาน
ด้านท่าทีทางการทูต อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสื่ออเมริกันว่า อิหร่านไม่เคยร้องขอให้มีการหยุดยิง และไม่เคยขอให้มีการเจรจากับสหรัฐฯ อิหร่านไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องเจรจากับฝ่ายอเมริกัน เพราะในช่วงที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น สหรัฐฯ กลับตัดสินใจเปิดการโจมตีต่ออิหร่าน พร้อมกล่าวว่า ความขัดแย้งครั้งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ เลือกที่จะทำ และอิหร่านจะตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองต่อไป
คำกล่าวดังกล่าวถือเป็นการตอบโต้คำแถลงก่อนหน้าของทรัมป์ ซึ่งระบุว่าอิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลง แต่ทรัมป์เป็นฝ่ายปฏิเสธ เนื่องจากเงื่อนไขยังไม่เพียงพอ
ในฝั่งอิสราเอล ขีปนาวุธของอิหร่านตกลงบนถนนในกรุงเทลอาวีฟ ส่งผลให้เกิดความเสียหายในหลายจุดทั่วเมือง ตำรวจอิสราเอลเปิดเผยว่า อิหร่านใช้ขีปนาวุธที่ติดตั้งหัวรบแบบระเบิดพวง ซึ่งสามารถปล่อยลูกระเบิดขนาดเล็กกระจายออกไปในวงกว้าง เพื่อสร้างความเสียหายในพื้นที่ขนาดใหญ่
ในช่วงเวลาเดียวกัน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้เผยแพร่วิดีโอผ่านบัญชีเทเลแกรมส่วนตัวของเขา เพื่อสยบกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ที่อ้างว่าเขาเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี เนทันยาฮูปรากฏตัวขณะนั่งอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่งบริเวณชานกรุงเยรูซาเลม และกำลังพูดคุยกับผู้ช่วย โดยเขายังกล่าวติดตลกเกี่ยวกับข่าวลือดังกล่าว พร้อมเล่นคำภาษาฮีบรูเกี่ยวกับคำว่า "ตาย"
ข่าวลือดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีการวิพากษ์วิจารณ์วิดีโอแถลงครั้งก่อนของเขา ซึ่งบางช่วงมีภาพที่ดูผิดธรรมชาติ และมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่ามือของเขาดูเหมือนมี 6 นิ้ว ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่มักพบในภาพที่สร้างด้วยเทคโนโลยี AI
ขณะเดียวกัน การปะทะยังขยายไปสู่แนวรบทางตอนเหนือ เมื่อกองทัพอิสราเอลยิงปืนใหญ่โจมตีเป้าหมายในเลบานอน เพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มเฮซบอลลาห์ ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลแล้วอย่างน้อย 850 คน โดยส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ และในจำนวนนี้มีเด็กอย่างน้อย 107 คน
จำนวนผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประมาณ 850,000 คน โดยประมาณ 130,000 คนพักอยู่ในศูนย์พักพิงของรัฐบาล ขณะที่อีกจำนวนมากต้องอาศัยอยู่กับญาติ เพื่อน หรือเช่าที่พักชั่วคราว
ในระดับภูมิรัฐศาสตร์ ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้เรียกร้องให้หลายประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง รวมถึงสหราชอาณาจักร จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ส่งกองเรือรบเข้าร่วมปฏิบัติการคุ้มกันเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของประเทศต่าง ๆ ยังแตกต่างกัน โดยรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่าจะไม่ส่งเรือรบเพียงเพราะคำร้องขอจากสหรัฐฯ และจะพิจารณาตัดสินใจด้วยตนเอง ด้านรัฐบาลฝรั่งเศสประกาศว่าจะไม่ส่งกองเรือไปคุ้มกันเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบินของฝรั่งเศสจะยังคงประจำการอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกต่อไป
ส่วน เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกฯ สหราชอาณาจักร ได้หารือกับทรัมป์เกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุด และความจำเป็นในการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อลดผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ
รายงานของ The Wall Street Journal ระบุโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า รัฐบาลทรัมป์อาจประกาศความสำเร็จในการจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรทางทะเลภายในสัปดาห์นี้ เพื่อคุ้มกันเรือสินค้าที่เดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว
ขณะที่โฆษกของ IRGC ออกมาโต้แย้งคำกล่าวของสหรัฐฯ ที่อ้างว่ากองกำลังทางทะเลของอิหร่านถูกทำลายไปแล้ว โดยยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่านอย่างสมบูรณ์ โฆษกยังกล่าวท้าทายผู้นำสหรัฐฯ ว่า หากเชื่อจริงว่ากองทัพเรือของอิหร่านหมดขีดความสามารถแล้ว ก็ให้ส่งกองเรือรบเข้ามาในอ่าวเปอร์เซีย
นอกจากนี้ IRGC ยังเปิดเผยว่า นับตั้งแต่การสู้รบเริ่มต้น อิหร่านได้ส่งโดรนโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลไปแล้วกว่า 3,600 ลำ และยิงขีปนาวุธอีกประมาณ 700 ลูก พร้อมเตือนว่ายังมีอาวุธที่มีศักยภาพรุนแรงกว่านี้ที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้
อ่านข่าวอื่น :
20 ลูกเรือ "มยุรี นารี" เดินทางถึงไทยแล้ว เร่งช่วยอีก 3 คน
"ดีเซล" ขาดแคลน ลามกระทบกิจนิมนต์-ฌาปนกิจศพหลายจังหวัด
"สีหศักดิ์" ต่อสาย รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ขอสนับสนุนช่วย 3 ลูกเรือมยุรี นารี
