"ศุภจี" กางแผนรับมือวิกฤตพลังงาน ยันดีเซลขึ้น 50 สต. พรุ่งนี้ สินค้าอุปโภค-บริโภคยังคุมได้

เศรษฐกิจ
19:36
จำนวนผู้ชม 566
"ศุภจี" กางแผนรับมือวิกฤตพลังงาน ยันดีเซลขึ้น 50 สต. พรุ่งนี้ สินค้าอุปโภค-บริโภคยังคุมได้
"ศุภจี" กางแผนรับมือวิกฤตพลังงาน ยันดีเซลขึ้น 50 สต. พรุ่งนี้ สินค้าอุปโภค-บริโภคยังคุมได้ สั่งตรึงราคาปุ๋ย-พลาสติก พร้อมส่ง "ถุงเขียว-ธงฟ้า" ช่วยกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ

วันนี้ (17 มี.ค.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ตระหนักดีว่าราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในตลาดโลก สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการและประชาชนหลายภาคส่วน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงมีมาตรการดูแลราคาพลังงานไม่ให้สูงไปกว่าปีที่ผ่านมา โดยราคาของน้ำมันดีเซลจะมีเพดานอยู่ที่ 33 บาท และจะทยอยปรับขึ้นราคาในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) จะปรับขึ้น 50 สตางค์

ทั้งนี้ ในมุมที่จะมีผลกระทบกับราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค วันนี้ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ กระทรวงพาณิชย์จะดูแลและตรวจตราผลกระทบในกลุ่มผู้ประกอบการ และประชาชนไปด้วยกัน โดยในหมวดของค่าครองชีพวันนี้ยังไม่ควรที่จะมีราคาสินค้าขยับขึ้น เพราะราคาน้ำมันยังอยู่ในวิสัยที่รัฐบาลดูแลอย่างเคร่งครัด

สำหรับสินค้าในหมวดควบคุมที่ห้ามปรับราคาขึ้นมีทั้งหมด 8 หมวด ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ปลากระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ หากต้องการปรับราคาจะต้องยื่นขออนุญาตต่อกรมการค้าภายในก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับราคา หากพบการปรับราคาสินค้าในหมวดดังกล่าวสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอีกกลุ่มที่หากต้องการปรับราคาจะต้องแจ้งก่อน แต่ไม่ต้องขออนุญาต เช่น ผงซักฟอก และน้ำยาล้างจาน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดแจ้งปรับราคา หากพบความผิดปกติสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 เช่นกัน

ส่วนสินค้าที่ต้องติดตามราคาจำหน่ายที่ไม่ได้มีการควบคุม เช่น ข้าวสารบรรจุถุง ซอสปรุงรส และน้ำปลา กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา หากมีการชี้เบาะแส จะเข้าไปพูดคุยกับผู้ประกอบการให้ช่วยกันพยุงราคา เนื่องจากต้นทุนเรื่องพลังงานยังไม่ได้ขยับมากจนเกินไป

ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการทำในเชิงรุกสิ่งที่พยายามจะทำคือใช้กลไกของคณะกรรมการกลางว่า ด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 พิจารณาว่าสินค้าประเภทใดควรถูกเพิ่มเข้าในกลุ่มสินค้าควบคุม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์หารือกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการรายใหญ่ ให้มีการจัดทำสินค้าที่มีราคาพิเศษ เพื่อส่งให้กับผู้ค้าปลีกค้าส่งทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยจะประกาศออกไปอย่างเป็นทางการว่ามีกลุ่มสินค้ารายใดที่ร่วมอยู่ตรงนี้บ้าง เพื่อจะได้กระจายสินค้าที่มีราคาพิเศษ ไปทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงพื้นที่ที่มีความเปราะบาง

นอกจากนี้ ยังมีโครงการธงฟ้า ที่จะเข้าไปช่วยทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคบางชนิด สามารถซื้อได้ในราคาประหยัด แต่จะไม่ทำในหลายพื้นที่ จะทำเฉพาะในพื้นที่เปราะบาง เพราะหากจากทั่วประเทศก็จะไปทำลายการค้าปลีกค้าส่งประจำจังหวัดด้วย

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ยังไม่ควรมีสินค้ารายใดที่ต้องขยับขึ้นราคา ถ้าท่านเห็นเบาะแสก็ช่วยแจ้งเราจะเข้าไปดำเนินการ โดยทางกระทรวงมหาดไทยออกมาตรการลงไปแล้วภายใต้กลไกของคณะกรรมการจังหวัด (กจร). ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด พลังงานจังหวัดเป็นทีม ลงไปในแต่ละพื้นที่ที่จะดูแล

ในส่วนของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะปุ๋ยซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญ เบื้องต้นหารือกับผู้ประกอบการมีสต็อกของปุ๋ยที่อยู่ในประเทศถึงเดือน พ.ค. และมีปุ๋ยที่อยู่ระหว่างการขนส่ง ถ้าได้สต็อกนี้เข้ามาเพิ่มจะอยู่ได้ถึงเดือน ส.ค.

อย่างไรก็ตาม การขนส่งยังติดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จึงประสานให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจาให้นำเรือสินค้าที่ค้างอยู่กลับเข้ามาได้ เพื่อจะได้มีสต็อกเพิ่มเติมได้ ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ปรับราคาและปุ๋ยเป็นสินค้าที่ถูกควบคุม ถ้าคนที่ทำผิดจะมีมาตรการจัดการอย่างเด็ดขาดผ่านกลไกของ กจร.

นอกจากนี้ หากขยับปรับเปลี่ยนของราคาน้ำมัน กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการเพิ่มเติม ในการช่วยปรับและสนับสนุนการหาปุ๋ยคือ "โครงการถุงเขียว" ที่มีอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมาทำแบบจำกัด แต่ในปีนี้เตรียมการไว้ว่า หากภายในเดือน พ.ค. สต็อกปุ๋ยที่มีอยู่ในราคาเดิมหมดไปและไม่สามารถนำสต็อกใหม่เข้ามาได้ รวมถึงไม่สามารถหาแหล่งใหม่เพิ่มเติมได้ สิ่งที่จะทำคือต้องรับซื้อจากแหล่งที่ทดแทนมาเช่น มาเลเซีย บรูไน และแหล่งอื่นๆ นอกจากตะวันออกกลาง

สำหรับ "โครงการธงเขียว" จะทำให้ราคาปุ๋ยถูกลง เช่น กระสอบละ 200 บาท และจะมีการปรับสูตร ปุ๋ยให้พึ่งพาวัตถุดิบที่มีการนำเข้าน้อยลงได้หรืออย่างไร

ส่วนกรณีเมล็ดพลาสติกที่มีข่าวว่าจะอยู่ได้แค่เดือน เม.ย. และส่งผลให้ให้ผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ทำจากเม็ดพลาสติกมีราคาสูงขึ้น ว่า กระทรวงพาณิชย์จะทำ 2 เรื่องคือการคุยตรงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยวันนี้ทราบมาว่าสามารถหาวัตถุดิบเพิ่มได้แล้ว ซึ่งจะสามารถผลิตพลาสติกได้อีก 4 เดือน ส่วนอีกหนึ่งเรื่อง คือ การหาแหล่งทดแทน โดยจะดูว่าสามารถสั่งนำเข้าผลิตผลิตพลาสติกแต่ทั้งที่ใดบ้าง

ทั้งนี้ ที่มีการแจ้งเบาะแสเรื่องการปรับขึ้นราคาโดยไม่แจ้งนั้น นางศุภจี ระบุว่า ต้องมีหลักฐานว่าซื้อในราคาที่แพงกว่าการติดป้ายราคาจริง เนื่องจากเวลาที่หน่วยงานเข้าไปตรวจสอบจะต้องมีหลักฐาน เพราะหากติดป้าย แต่ขายเกินราคาโดยผู้ขายยังไม่ได้ซื้อ จะไม่สามารถเอาผิดได้ แต่หากซื้อในราคาที่ไม่ตรงตามป้ายหน่วยงานสามารถจับได้ทันที

สภาพัฒน์ฯประเมิน 3 ฉากทัศน์ ชี้ทุกการปรับขึ้น “น้ำมัน” ฉุดจีดีพีลด 0.02%

เริ่ม 18 มี.ค.ปรับขึ้นน้ำมันดีเซล 50 สต./ลิตร - แก๊สโซฮอล์ 95 ขึ้น 1 บาท/ลิตร

เลื่อนบังคับใช้ประกาศ "ชั่วโมงทำงานพยาบาล 2569" เพื่อศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน