เข้าสู่เดือนมีนาคม 2569 มีรายงานการระบาดของ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ในเมืองเคนท์ ประเทศอังกฤษ โดยล่าสุด 18 มี.ค. พบผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 15 คน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 คน เป็นนักเรียนหญิงวัย 18 ปี จากเมืองเฟเวอร์แชม และนักศึกษาวัย 21 ปี จากมหาวิทยาลัยเคนต์ เจ้าหน้าที่ UKHSA ชี้เป็นการระบาดที่ "รุนแรงและรวดเร็ว" ที่สุดเท่าที่เคยพบมา
ข้อมูลจาก สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) ระบุว่า ในผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันทั้งหมด มีอย่างน้อย 4 คนที่ติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบชนิดบี (MenB)
ขณะที่เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าจุดเริ่มต้นของการระบาดครั้งนี้อาจเป็นเหตุการณ์ "ซูเปอร์สเปรดเดอร์" ที่เกี่ยวโยงกับการจัดปาร์ตี้และการพบปะสังสรรค์ในหอพักนักศึกษา รวมถึงสถานบันเทิงชื่อ คลับ เคมิสทรี ในเมืองแคนเทอร์เบอรี ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
เพื่อควบคุมสถานการณ์ หน่วยงานสาธารณสุขได้ประกาศให้ผู้ที่ไปใช้บริการสถานบันเทิงดังกล่าวระหว่างวันที่ 5–7 มีนาคม เข้ารับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังประกาศมาตรการบริหารจัดการสต๊อกยาปฏิชีวนะให้เพียงพอ พร้อมเร่งติดต่อกลุ่มเสี่ยงกว่า 30,000 คน ในพื้นที่
ควบคู่กันนี้ ยังมีแผนฉีดวัคซีนป้องกันแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้กับนักศึกษากว่า 5,000 คน ที่พักอาศัยในหอพักของมหาวิทยาลัยเคนต์ ท่ามกลางความกังวลของผู้ปกครองและนักศึกษาจำนวนมาก หลายคนพยายามเข้ารับวัคซีนจากภาคเอกชน แต่พบว่าวัคซีนมีจำนวนจำกัด บางแห่งหมดสต๊อก ขณะที่บางแห่งเหลือเพียงเล็กน้อย
นายเวส สตรีทติง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงต่อสภาว่า สถานการณ์นี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยต้นตอการระบาดในกลุ่มนักศึกษาถูกเชื่อมโยงกับไนท์คลับแห่งหนึ่งในเมืองแคนเทอร์เบอรี ซึ่งเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ "ซูเปอร์สเปรดเดอร์" ทั้งนี้ เชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสใกล้ชิด เช่น การจูบเป็นเวลานาน หรือการใช้บุหรี่ไฟฟ้า และแก้วน้ำร่วมกัน
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเป็นการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังซึ่งอันตรายถึงชีวิต มักพบได้บ่อยในเด็กเล็ก วัยรุ่น และคนหนุ่มสาว เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนเฝ้าระวังอาการและหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่นในช่วงนี้
"โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ" คืออะไร
"โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ" เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกวัยและเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค ทั้งสาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน จะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพของตนเองและคนใกล้ชิดได้
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (meningitis) เป็นภาวะที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบาง ๆ ที่หุ้มสมองที่ต่อเนื่องไปยังไขสันหลัง การอักเสบนี้อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และยังสามารถเกิดได้จากสาเหตุอื่น ๆ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น สมองอักเสบ การสูญเสียการได้ยิน หรือภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เกิดจากสาเหตุอะไร
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
- การติดเชื้อไวรัส เกิดได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ อาการอาจมีตั้งแต่รุนแรงน้อยถึงมาก โดยไวรัสที่เป็นต้นเหตุมีหลายชนิด
- การติดเชื้อแบคทีเรีย ถือเป็นชนิดที่มีความรุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับยาปฏิชีวนะอย่างทันท่วงที
- การติดเชื้อรา พบได้น้อยกว่า แต่มักรุนแรง มักพบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยโรคเอดส์ หรือผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
- ปัจจัยอื่น ๆ ในบางกรณี เยื่อหุ้มสมองอักเสบอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง มะเร็ง หรือเกิดจากยาบางชนิด เป็นต้น
อาการของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
อาการของเยื่อหุ้มสมองอักเสบในระยะแรกเริ่มอาจคล้ายคลึงอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ โดยจะแสดงอาการมากขึ้นเมื่อผ่านไปหลายชั่วโมงหรือเป็นเวลา 2-3 วันแล้ว อาการที่อาจเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป มีดังนี้
- คอแข็ง , ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
- มีอาการสับสน ไม่มีสมาธิในการจดจ่อ
- ไข้ขึ้นสูงเฉียบพลัน, อาการชัก
- แพ้แสงหรือไวต่อแสง
- ไม่มีความกระหายหรืออยากอาหาร
- ปวดหัวอย่างรุนแรงผิดปกติ
- ง่วงนอน หรือตื่นนอนยาก
- ผิวหนังเป็นผื่น พบได้ในผู้ป่วยเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น
ขณะที่ เด็กแรกเกิดจนกระทั่งอายุไม่เกิน 1 เดือน สามารถเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้เช่นกัน โดยอาจมีอาการดังนี้ ร้องไห้ตลอดเวลา มีไข้สูง ตัวและลำคอแข็ง นอนหลับมากเกินไป หรือหงุดหงิดง่าย เฉื่อยชา เคลื่อนไหวน้อย กระหม่อมนูน ดื่มนมได้น้อยลงมาก
การติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบสามารถแพร่กระจายได้ทางการไอ จาม และการใช้ของใช้ส่วนตัวบางอย่างร่วมกัน เช่น แปรงสีฟันหรือช้อน การรักษาสุขภาพและสุขอนามัยจึงเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันตนเองจากเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยควรล้างมือบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการสะสมเชื้อโรค หลีกเลี่ยงการดื่มหรือรับประทานอาหารจากภาชนะเดียวกันกับผู้อื่น และส่งเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
หากมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นการติดเชื้อชนิดที่ร้ายแรง แพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการเกิดโรค
นอกจากนี้ อีกหนึ่งวิธีที่สามารถป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้คือการฉีดวัคซีน ซึ่งวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
อ้างอิงข้อมูล BBC , คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, กรมควบคุมโรค
