“อนุทิน” บอกเช็กแล้วไม่มีน้ำมันหาย คาด 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ

การเมือง
19:33
จำนวนผู้ชม 602
“อนุทิน” บอกเช็กแล้วไม่มีน้ำมันหาย คาด 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ
"นายกฯ" เช็กแล้วไม่มีน้ำมันหาย แต่ประชาชนแห่ตุน เพราะกังวลสถานการณ์ เตรียมอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าระบบให้เพียงพอความต้องการประชาชนต้องการใช้ คาด 1-2 สัปดาห์ กลับสู่ภาวะปกติ วอนอย่าตุน มีใช้เพียงพอแน่นอน

วันนี้ (19 มี.ค.2569) ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แถลงข่าวผลการประชุมว่า ตลอดทั้งช่วงบ่ายที่ผ่านมา หลังจากปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว รัฐบาลเชิญให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมประชุมกับ ศบก. เพื่อติดตามปัญหาในการปฏิบัติตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

นายอนุทิน กล่าวว่า จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมัน และราคาน้ำมันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมถังน้ำมัน คลังน้ำมัน จ๊อบเบอร์ (พ่อค้าคนกลาง) การขนส่งน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน พบว่าตรงกันทุกในประเทศ ยังคงเดินเครื่องเต็มการผลิต โดยกำลังการผลิตสามารถผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อหนึ่งวัน และจัดการเพิ่มเติมเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง

หลายบริษัทจัดสรรน้ำมันดิบจากหลายแห่ง เพื่อให้มีความเพียงพอต่อการนำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำมันประเภทต่าง ๆ ทั้งโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมัน จะดำเนินการประกาศราคาหน้าโรงกลั่น และหน้าคลังน้ำมัน ซึ่งมีโรงกลั่นพร้อมขายตามราคาให้จ๊อบเบอร์ (พ่อค้าคนกลาง) ด้วยราคาตามที่ประกาศโดยมี PTTOR จะประกาศราคาไม่เกินหน้าสถานีบริการน้ำมัน

ภาพประกอบข่าว “อนุทิน” บอกเช็กแล้วไม่มีน้ำมันหาย คาด 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะกำกับโรงกลั่น และผู้ค้าน้ำมันให้รายงานข้อมูลการผลิต การจำหน่ายน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่าย ราคาที่จะจัดจำหน่ายให้กรมธุรกิจพลังงานรับทราบ เพื่อจัดสรรปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่ายให้กับประชาชน และภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยราคาที่เป็นธรรม

ขณะเดียวกัน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมออกข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมัน ให้วิ่งได้ตลอด 24 ชม.ทั่วประเทศภายในวันนี้ (19 มี.ค.2569) เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งไปยังสถานีบริการน้ำมันต่าง ๆ ทั่วประเทศ และขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการขนส่ง เพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมัน เพื่อส่งไปยังสถานีบริการทั่วประเทศให้มีความปลอดภัยสูงสุด

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเรื่องของการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปได้รับการยืนยันว่า ยังคงส่งออกไปยังเพียงที่ สปป.ลาว ปริมาณ 5.29 ล้านลิตร/วัน ลดจากเดิม 25 % และส่งไปเมียนมา อยู่ที่ 3 แสนลิตรต่อวันลดลง 20% จากที่เคยส่งมาก่อน

ส่วนมาตรการที่ 2 เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำมันไม่เพียงพอจะเพิ่มมาตรการ เช่น การผ่อนปรนเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ การเร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 เพื่อให้มีความพร้อมในการจำหน่าย ทั้งหมดนี้เพื่อให้ระบบกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ จ๊อบเบอร์ (พ่อค้าคนกลาง) กลับมาดำเนินการปกติ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของประชาชน และภาคอุตสาหกรรมภายใต้ราคาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจ เพราะรัฐบาลประชุมหลายครั้งแล้ว ถามกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีการยืนยันข้อมูลทั้งทางเอกสาร และทางวาจา

นายอนุทิน ยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันแต่อย่างใด ที่พูดตลอดเวลาว่า น้ำมันดิบไม่เข้าประเทศไทยแล้ว จำนวนปริมาณน้ำมันดิบหายไปครึ่งหนึ่ง เพราะว่ามีสถานการณ์ ที่ได้เรียกประชุมอีกครั้งซึ่งมีทั้งวงเล็ก และวงใหญ่วงภายในซึ่งได้รับทราบที่ชัดเจนแล้วว่า ไทยยังสามารถผลิตน้ำมันในปริมาณ และกำลังการผลิตดั่งเช่นก่อนวันที่ 1 มี.ค.ก่อนที่จะสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง ดังนั้น น้ำมันไม่ได้ขาดแคลน ปริมาณน้ำมันสำรองก็ยังคงรักษาได้อยู่ที่ประมาณ 100 วัน

ภาพประกอบข่าว “อนุทิน” บอกเช็กแล้วไม่มีน้ำมันหาย คาด 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ

นายอนุทิน ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ยังคงหาน้ำมันจากแหล่งอื่นเข้ามาเติมได้อย่างต่อเนื่อง

ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ไทยเคยใช้น้ำมันดีเซลในแต่ละวันอยู่ที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน ก่อนเกิดเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นสภาวะปกติ ไม่ได้ออกมาตรการเรื่องการลดการใช้หรือการประหยัดน้ำมัน กำลังการผลิตน้ำมันดีเซลของประเทศไทยอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งมีช่องว่างอยู่ประมาณ 10 ล้านลิตร หลังจากเกิดเหตุสงครามด้วยข้อมูล และความวิตกกังวลของประชาชนทำให้การใช้ เพิ่มมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ถือว่าเป็นการเกินกำลังการผลิตอาจเป็นเหตุทำให้เกิดการขาดน้ำมันในบางพื้นที่

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า วันนี้รัฐบาลยังคงมีน้ำมันให้กับประชาชนใช้ได้ตามปกติ แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องขอความร่วมมือกับประชาชนด้วย เพราะจำนวนน้ำมันที่หายไป ไม่ได้หายไปเพราะถูกส่งออกไปนอกประเทศหรือนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนภาคส่วนใด แต่หายไปเพราะเกิดจากความกังวลของประชาชนมาเติมเพิ่มขึ้น นำเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน

ซึ่งทำให้เกิดสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน มีการเติมที่น้ำมันที่พร่องถังไปแล้วก็มาเติมอีก ซึ่งทุกครั้งที่พร่องก่อนก็ไปเติมเต็ม ทำให้เกิดการใช้จ่ายในปริมาณมากขึ้น ดังนั้นขอประชาชนให้ความร่วมมือกลับมาใช้น้ำมันในสภาวะปกติ ซึ่งน้ำมันที่มีอยู่ ยังคงอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไปมีเพียงพอแล้ว

นายกฯ กล่าวว่า น้ำมันดีเซล 67 ล้านลิตรที่เคยใช้ในแต่ละวัน ถือเป็นการใช้ในสภาวะปกติเมื่อกระโดดมาเป็น 84 ล้านลิตร ต่อเมื่อเรากลับไปในสภาวะปกติ ยังไม่ต้องพูดถึงในเรื่องของการประหยัดเพิ่มมากขึ้น วันนี้ประชาชนก็สามารถให้ความร่วมมือในการใช้น้ำมันเพิ่มมากขึ้นอยู่แล้ว

ถ้าหากเราปรับสภาพอยู่ในสภาวะปกติ ลดความวิตกกังวล ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวัน ก็จะสอดคล้องกับกำลังการผลิตน้ำมันในประเทศไทย แน่นอนว่าภายใน 3-5 วัน จะเป็นสอดคล้องกันอาจต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ รัฐบาลมีความเห็นว่าจะนำน้ำมันสำรองฉีดเข้าไปในระบบ เพื่อให้น้ำมันมีมากเพียงพอ และให้การใช้น้ำมันของประชาชนเข้ามาสอดคล้องกับปริมาณน้ำมันที่เราสามารถใช้ได้ โดยจะเร่งดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ขอวิงวอนให้ประชาชนตระหนักว่า แม้ตอนนี้จะมีน้ำมันที่เพียงพอใช้ในประเทศ แต่สถานการณ์ที่เราคาดการณ์ และควบคุมไม่ได้ คือการสู้รบในตะวันออกกลาง หากมีความรุนแรงมากไปกว่านี้ และไม่รู้ว่าจะยุตติเมื่อไหร่ หากเราใช้น้ำมันด้วยความระมัดระวัง ความตระหนักรู้ก็จะยิ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศได้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ เรื่องของไฟฟ้าไม่ต้องกังวล ไทยได้ใช้ก๊าซจากแหล่งในอ่าวไทย สามารถนำมาผลิตไฟฟ้าที่จะหล่อเลี้ยงความต้องการของประชาชนทั่วประเทศได้ โดยที่ไม่มีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด รวมถึงจะส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอื่นพลังงานชีวภาพ เช่น B20 ก็จะนำมาเป็นส่วนผสมให้กับน้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้น ยิ่งผสมได้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองของน้ำมันในประเทศเรามีเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น รัฐบาลได้ทำทุกอย่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเต็มที่

ภาพประกอบข่าว “อนุทิน” บอกเช็กแล้วไม่มีน้ำมันหาย คาด 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ

นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ให้อาศัยข้อมูลของรัฐบาลซึ่งข้อมูลมาจากกรมธุรกิจพลังงาน ที่มีหน้าที่ควบคุมนำเข้าการส่งออกธุรกิจการค้าขายน้ำมันในประเทศ ซึ่งเป็นข้อมูลตัวเลขที่มาจากฐานผู้นำเข้าน้ำมันดิบจากทั้ง ปตท. รวมถึงโรงงานอื่น ๆ และเป้าหมายของการประชุมในวันนี้ คือ ขอให้กลับไปยังสภาวะที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มี.ค. คือขอให้มีกำลังการผลิตที่เพียงพอที่จะใช้ต่อวัน คือ 67 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งคงใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งการแก้ไขคือการอัดน้ำมันสำรองที่มีอยู่เข้าไป เพื่อให้สภาวะที่คิดว่าขาดแคลนเพราะมีการเติมตุนเพิ่มมากขึ้น

ถ้าพี่น้องประชาชนช่วยกันหยุดตุน และเราอัดน้ำมันสำรองที่มีอยู่เข้าไป จะทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาวะปกติ ซึ่งเป็นวิธีการที่รัฐบาลจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป

   

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะจัดการความรู้สึกของประชาชนหลังจากนี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า หากน้ำมันกลับเข้าระบบได้แล้ว และประชาชนให้ความร่วมมือโดยที่ไม่ตุนจนเกินไป เป็นเรื่องที่ต้องกราบขอร้องพี่น้องประชาชนต้องให้ความร่วมมือในด้านนี้ด้วย ส่วนรัฐบาลเองจะแก้ไขปัญหา โดยการเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบเข้าไปเพื่อให้เกิดภาวะสมดุลโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมมีการย้อนหรือไม่ว่า ใครที่ทำให้เกิดน้ำมันไม่เพียงพอในช่วง 7 วันที่ผ่านมา นายอนุทิน กล่าวว่า น้ำมันไม่เคยไม่พอ แต่เหมือนตู้ ATM ใส่เงินไว้ 2 ล้านบาท แต่มีคนไปเบิก 6 ล้านบาท มันเลยไม่พอ ถ้าไม่ได้วงรอบมันก็ไม่มีคนเอาไปเติม ทำให้ต้องดึงกลับไปในสภาวะก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง เพราะจำนวนปริมาณที่ใช้มาก่อนหน้านี้ใช้ปกติยังเหลือไปขายที่ประเทศที่ 3 เลย คือ อยู่ที่ 67 ล้านลิตร และกำลังการผลิตของเราอยู่ที่ 77 ล้านลิตรเหลืออีก 10 ล้านลิตร

ภาพประกอบข่าว “อนุทิน” บอกเช็กแล้วไม่มีน้ำมันหาย คาด 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ

ดังนั้น ยืนยันว่า กำลังการผลิตเราไม่ได้ลดลง ยังคงผลิตเท่าเดิม แต่ด้วยความกังวลของประชาชนท่านเลยไปตุนไว้ก่อน เพราะกลัวน้ำมันจะขึ้นราคาแล้วขาดแคลน ซึ่งรัฐบาลจะไม่ทำให้เกิดในเรื่องของการขาด ส่วนเรื่องราคาเป็นไปตามกลไกตลาด พอสู้รบราคาขึ้นพอเหตุการณ์สงบก็ปรับลง เรื่องราคาเราจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไก

ดังนั้น ที่ถามว่า “ใครเป็นคนทำให้น้ำมันขาดแคลนจึงตอบไม่ได้ เพราะมันยังไม่ขาด แต่เพราะตุนมากเกินไปด้วยความวิตกกังวล” ซึ่งรัฐบาลก็เข้าใจช่วง 2-3 สัปดาห์ เราไปบริหารตรงนั้นไม่ได้  แต่ขณะนี้เริ่มรู้สึกแล้วว่า เรามีปริมาณสำรองเป็น 100 วันแล้ว ศักยภาพในการนำเข้าวัตถุดิบมากลั่นเป็นน้ำมันไม่ได้ลดลงเลย จึงถือว่าในเรื่องของอุปทาน ปกติแล้วก็ขอให้อุปสงค์ได้ลดลงมาเมื่อพอดีกันก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ภาพประกอบข่าว “อนุทิน” บอกเช็กแล้วไม่มีน้ำมันหาย คาด 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ

ส่วนข่าวที่ระบุว่า ประเทศไทยแอบส่งออกน้ำมันไปประเทศที่ 3 นอกเหนือจาก สปป.ลาว และเมียนมา โดยผ่าน สปป.ลาว ไปยังกัมพูชานั้น ขอยืนยันว่า “ไม่มี” ส่วนจะรู้ได้อย่างไร ว่า สปป.ลาว จะไม่ขายต่อไปยังกัมพูชานั้น เพราะตนเองเพิ่งไป สปป.ลาวมา สอบถามกับผู้บริหารระดับสูง และแสดงความกังวลว่า มีเหตุการณ์เช่นนี้หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบอย่างชัดเจนว่า “ไม่มี” ขอให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวสารให้เกิดความชัดเจน เพื่อประชาชนจะได้ไม่ต้องวิตกกังวล

ขณะนี้เราส่งออกน้ำมันจากประเทศไทยไปยัง 2 ประเทศเท่านั้น เพราะมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์ เพราะอาจจะต้องแสวงหาความร่วมมือกับ 2 ประเทศนี้ในอนาคต เพราะเป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้าและก๊าซ ป้อนเข้ามาที่ประเทศไทย จึงเหมือนเป็นการส่งเชื้อเพลิงเข้าไปให้เขาได้ผลิตพลังงานต่าง ๆ ย้อนกลับเข้ามาสู่ที่ประเทศไทย เป็นการเพิ่มอุปทานและพลังงานเข้ามาสู่ประเทศไทยอีกด้านหนึ่ง