วันนี้ (15 เม.ย.2569) CNN รายงาน สมาคมสภาท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (Airports Council International หรือ ACI) ได้เปิดเผยสถิติล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เม.ย.2569 ระบุว่าปี 2568 เป็นปีที่อุตสาหกรรมการบินโลกมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมียอดผู้โดยสารรวมทั่วโลกประมาณ 9,800 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 จากปี 2567
และที่น่าสนใจคือตัวเลขนี้สูงกว่าช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 ถึงร้อยละ 7.3 อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขภาพรวมจะดูสวยงาม แต่การก้าวเข้าสู่ปี 2569 กลับเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากปัจจัยสงครามและเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง
10 สนามบินที่พลุกพล่านที่สุดในโลกประจำปี 2568
สนามบินนานาชาติฮาร์ตสฟิลด์-แจ็กสัน แอตแลนตา (ATL) ยังคงครองตำแหน่งอันดับ 1 ของโลกอย่างเหนียวแน่นด้วยจำนวนผู้โดยสารสูงถึง 106.3 ล้านคน แม้ตัวเลขจะลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1.6 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่แอตแลนตาก็ยังคงครองแชมป์ได้ถึง 27 ครั้งในช่วง 28 ปีที่ผ่านมา โดยพลาดท่าเพียงครั้งเดียวในปี 2563
ในขณะที่อันดับ 2 ยังคงเป็นของสนามบินนานาชาติดูไบ (DXB) ที่มียอดผู้โดยสาร 95.2 ล้านคน โตขึ้นร้อยละ 3.1 และอันดับ 3 คือสนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว (HND) ที่พุ่งขึ้นมาหนึ่งอันดับด้วยจำนวนผู้โดยสาร 91.7 ล้านคน โตขึ้นร้อยละ 6.7
- แอตแลนตา (ATL) สหรัฐอเมริกา : 106.3 ล้านคน (ลดลงร้อยละ 1.6)
- ดูไบ (DXB) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ : 95.2 ล้านคน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1)
- โตเกียว ฮาเนดะ (HND) ญี่ปุ่น : 91.7 ล้านคน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7)
- ดัลลัส ฟอร์ตเวิร์ธ (DFW) สหรัฐอเมริกา : 85.7 ล้านคน (ลดลงร้อยละ 2.5)
- เซี่ยงไฮ้ ผู่ตง (PVG) จีน : 85 ล้านคน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7)
- ชิคาโก โอแฮร์ (ORD) สหรัฐอเมริกา : 84.8 ล้านคน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6)
- ลอนดอน ฮีทโธรว์ (LHR) สหราชอาณาจักร : 84.5 ล้านคน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7)
- อิสตันบูล (IST) ตุรกี : 84.4 ล้านคน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5)
- กวางโจว ไป่หยุน (CAN) จีน : 83.6 ล้านคน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5)
- เดนเวอร์ (DEN) สหรัฐอเมริกา : 82.4 ล้านคน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1)
จัสติน เออร์บักซี ผู้อำนวยการใหญ่ของ ACI World ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า แม้การเติบโตในปี 2568 จะถูกขับเคลื่อนด้วยการเดินทางระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง แต่ในปี 2569 นี้ เรากำลังเริ่มเห็น "ความไม่แน่นอน" ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสนามบินดูไบ ซึ่งครองอันดับ 1 ในด้านผู้โดยสารระหว่างประเทศ ดูไบเริ่มเผชิญกับการหยุดชะงักของการดำเนินงานและการเปลี่ยนเส้นทางบินของผู้โดยสารเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่สงคราม
หนึ่งในผลกระทบที่รุนแรงที่สุดคือ "ราคาพลังงาน" ที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าตั๋วเครื่องบินทั่วโลกขยับตัวสูงตามไปด้วย เออร์บักซีเตือนว่าหากสงครามยืดเยื้อเกินกว่าหลายเดือน จะเริ่มเห็นความกดดันเรื่องการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจริง ซึ่งจะบีบให้สายการบินต้องยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ ภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงอาจทำให้พฤติกรรมการบินของผู้คนเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นจุดหมายปลายทางหรือความถี่ในการเดินทาง
อย่างไรก็ตาม ความต้องการเดินทางของผู้คนยังคงอยู่ในระดับสูง โดย ACI คาดการณ์ว่าภูมิภาคแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก จะเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในอนาคต ส่วนอเมริกาเหนือและยุโรปจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่ในอัตราที่ช้าลง
ทั้งนี้ การฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของสนามบินในจีนอย่างเซี่ยงไฮ้และกวางโจวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดเอเชียยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการบินโลก แม้จะมีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาจุดจบได้ในขณะนี้ก็ตาม
อ่านข่าวอื่น :
เมื่อพันธมิตรสหรัฐฯ "ไม่ร่วมรบ" แต่ต้อง "ร่วมรับ" แรงสะเทือนเศรษฐกิจโลก
Amazon รุกตลาดดาวเทียม ทุ่มงบ 4 แสนล้านบาท ซื้อ Globalstar
สมาคมนักข่าวฯ จี้หยุดใช้ IO คุกคามสื่อตั้งคำถาม มทภ.4 เหตุยิง สส.นราฯ
สงกรานต์วันสุดท้าย ถนนข้าวสาร-สวนเบญจกิติ คึกคัก
