ไขคำตอบ! ทำไมวิกฤตพลังงานโลกราคา "ดีเซล" ถึงแพงกว่า "เบนซิน" เสมอ

เศรษฐกิจ
15:23
จำนวนผู้ชม 644
ไขคำตอบ! ทำไมวิกฤตพลังงานโลกราคา "ดีเซล" ถึงแพงกว่า "เบนซิน" เสมอ
ในทุกวิกฤตพลังงาน ราคาดีเซลมักพุ่งสูงและเร็วกว่าเบนซินอย่างเห็นได้ชัด ล่าสุดในศึกตะวันออกกลาง ราคาดีเซลปรับขึ้นถึง 1.75 ดอลลาร์/แกลลอน ขณะที่เบนซินขึ้นเพียง 1.11 ดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างตลาดและความสำคัญทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2569 โรเบิร์ต เรเปียร์ วิศวกรเคมีในอุตสาหกรรมพลังงาน วิเคราะห์ว่า ในโลกแห่งตลาดพลังงาน เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามหรือความขัดแย้งระดับภูมิภาค รูปแบบราคาที่มักจะปรากฏซ้ำรอยเดิมคือการที่น้ำมันดีเซลพุ่งทะยานสูงขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าน้ำมันเบนซิน

ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA) ระบุว่า นับตั้งแต่ความขัดแย้งในอิหร่านปะทุขึ้นจนถึงวันที่ 6 เม.ย. ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.11 ดอลลาร์/แกลลอน ในขณะที่น้ำมันดีเซลพุ่งสูงถึง 1.75 ดอลลาร์/แกลลอน ความแตกต่างนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนหลายประการ

1.คลังสำรองน้ำมันที่ดีเซลมีน้อยกว่า

โดยปกติแล้วน้ำมันเชื้อเพลิงกลั่น ซึ่งรวมถึงดีเซลและน้ำมันทำความร้อน จะมีปริมาณสำรองในคลังต่ำกว่าน้ำมันเบนซิน เมื่อเกิดวิกฤตจึงไม่มี "กันชน" ที่เพียงพอในการดูดซับแรงกระแทกจากอุปทานที่ขาดหายไป ผิดกับเบนซินที่มีความยืดหยุ่นด้านการเก็บรักษาและการผลิตในท้องถิ่นมากกว่า

2.ความเป็นเชื้อเพลิงระดับโลก

น้ำมันเบนซินมักถูกผลิตและบริโภคภายในภูมิภาค แต่ดีเซลคือเชื้อเพลิงหลักของพาณิชย์นาวี การขนส่งทางบกข้ามทวีป และอุตสาหกรรมหนัก เมื่อช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลกได้รับผลกระทบ ราคาดีเซลทั่วโลกจึงถูกดีดตัวขึ้นทันทีเนื่องจากมีการซื้อขายและเชื่อมโยงกันในตลาดโลกอย่างเหนียวแน่น แม้ประเทศนั้น ๆ จะไม่ได้นำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางโดยตรงก็ตาม

3.ความไม่ยืดหยุ่นของอุปสงค์

เมื่อราคาน้ำมันเบนซินแพง ผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลสามารถเลือกขับรถให้น้อยลงหรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะทดแทนได้ แต่น้ำมันดีเซลคือเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจ รถบรรทุกส่งสินค้า รถไฟขนส่ง เรือเดินสมุทร เครื่องจักรในงานก่อสร้างและเกษตรกรรม ไม่สามารถหยุดการทำงานได้เพียงเพราะราคาเชื้อเพลิงแพงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิ ที่เกษตรกรมีความต้องการใช้ดีเซลสูงที่สุด ส่งผลให้แรงกดดันด้านราคายิ่งทวีความรุนแรง

4.โรงกลั่นไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ

กระบวนการกลั่นน้ำมันดิบ 1 บาร์เรลจะได้สัดส่วนของดีเซลและเบนซินที่ค่อนข้างคงที่ การจะเพิ่มกำลังการผลิตดีเซลให้มากขึ้นอย่างกะทันหันนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากข้อจำกัดด้านเทคนิคและคุณภาพของน้ำมันดิบ รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ยิ่งในช่วงที่โรงกลั่นส่วนใหญ่เร่งผลิตเบนซินเพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ความยืดหยุ่นในการผลิตดีเซลจึงยิ่งลดน้อยลงไปอีก

บทสรุปของปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า น้ำมันดีเซลคือ "เชื้อเพลิงทางเศรษฐกิจ" ที่มีความสำคัญเชิงระบบสูงมาก เมื่อราคาดีเซลพุ่งสูงขึ้น ต้นทุนการขนส่งสินค้าทุกประเภทก็จะขยับตามทันที ตั้งแต่ราคาอาหาร วัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้ดีเซลกลายเป็นกลไกหลักในการส่งผ่านอัตราเงินเฟ้อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง ต่างจากเบนซินที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรงในฐานะเจ้าของรถยนต์เป็นหลักเท่านั้น

อ่านข่าว :

ตร.เปิดคลิปเสียงคล้าย "บิ๊กโจ๊ก" คดีสินบนทองคำ 246 บาท - สั่งฟ้อง 4 ผู้ต้องหา

ขนส่งฯ ขยายเวลาลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือค่าน้ำมัน ถึง 24 เม.ย.69

เกาหลีใต้โล่งอก! จับ "นึกกู" หมาป่าคืนสวนสัตว์ หลังหนีเที่ยว 9 วันเต็ม