"เอกนัฏ" กางแผนปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ เริ่มรอบบิล มิ.ย. ลดภาระครัวเรือนไทย

การเมือง
12:06
จำนวนผู้ชม 10,087
Thai PBS
"เอกนัฏ" กางแผนปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ เริ่มรอบบิล มิ.ย. ลดภาระครัวเรือนไทย
รมว.พลังงาน เผยเตรียมปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ในรอบบิลเดือน มิ.ย. พร้อมลดภาระผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย ผลักดันโซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกหลัก เพื่อลดต้นทุนและขับเคลื่อนประเทศสู่พลังงานยั่งยืน

วันนี้ (23 เม.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ลุกขึ้นตอบกระทู้ถามสด ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงรอบเดือน พ.ค.-ส.ค. ที่มีการปรับค่าเอฟที (FT) เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาระค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือนของประชาชนทั่วประเทศ

นายเอกนัฏ ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า รัฐบาลรับทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชน และปัจจัยลบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตพลังงาน อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานกำหนดแนวทางแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยแผนการเร่งด่วนคือการเสนอปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าต่อที่ประชุม ครม. และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้สามารถเริ่มบังคับใช้โครงสร้างราคาใหม่ได้ทันทีในรอบบิลเดือน มิ.ย.2569

สาระสำคัญของมาตรการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าที่จะนำเสนอนั้น มุ่งเน้นไปที่การลดภาระให้กับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย/เดือน ซึ่งครอบคลุมประชาชนประมาณ 14 ล้านครัวเรือนจากทั้งหมด 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ

โดยรัฐบาลมีนโยบายที่จะกดราคาค่าไฟฟ้าในส่วน 200 หน่วยแรกให้เหลือเพียง 3 บาท/หน่วย ซึ่งมาตรการนี้จะครอบคลุมถึงผู้ที่ใช้ไฟเกิน 200 หน่วยด้วยเช่นกัน โดยจะได้รับการลดหย่อนในอัตราดังกล่าวสำหรับ 200 หน่วยแรกที่ใช้งาน เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนกลไกราคาตลาดจนเกินไป ในขณะที่มีวิกฤตพลังงานโลก

นอกจากมาตรการลดราคาค่าไฟฟ้าโดยตรงแล้ว รมว.พลังงาน ยังเสนอแนวทางเชิงรุกด้วยการส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 200 หน่วยขึ้นไป หันมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาหรือโซลาร์รูฟท็อป เพื่อผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เอง

โดยรัฐบาลจะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนผ่านกลไกต่าง ๆ ได้แก่ การจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับติดตั้ง การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการลดหย่อนค่าใช้จ่าย และการกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ในอัตราพิเศษ

นายเอกนัฏ อธิบายเพิ่มเติมถึงระบบ "เน็ตบิลลิ่ง" (Net Billing) ว่ารัฐบาลมีแนวคิดจะรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนในอัตรา 2.20 บาท/ยูนิต ซึ่งเป็นอัตราที่จูงใจมากกว่าการรับซื้อจากโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนให้บ้านเรือนกลายเป็นโรงไฟฟ้าของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมูลค่าไฟฟ้าที่จำหน่ายคืนเข้าระบบ จะนำไปลดทอนค่าไฟฟ้าในรอบบิลนั้น ๆ

มาตรการนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทย ในการก้าวไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และเป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับครัวเรือน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในส่วนของปัญหาราคาน้ำมัน รัฐบาลยังคงเดินหน้าบริหารจัดการเพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการไม่ละเลยภารกิจในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศใหม่ทั้งหมด

มองว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือสัญญาณเตือนให้ประเทศไทย ต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและพลังงานในอนาคต โดยตั้งเป้าที่จะผลักดันการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในเดือนมิ.ย.นี้ เพื่อให้สอดรับกับการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ที่จะเกิดขึ้น

อ่านข่าวอื่น :

มติ สมช.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 ทันที ใช้กลไก UNCLOS แทน

"จุลพันธ์" ยันไม่รื้อสูตร CARE รอขั้นตอนราชการ หลัง "ษัษฐรัมย์" จี้รัฐเร่งเดินหน้า

คุมตัว "ร.อ.วิโรจน์" ถึงนราธิวาส สอบเพิ่มคดียิง สส. - ฝากขัง 24 เม.ย.