วันนี้ (29 เม.ย.2569) ท่ามกลางฤดูกาลทุเรียนที่กำลังคึกคัก กลับเกิดปรากฏการณ์ที่สร้างความกังวลใจให้แก่เกษตรกรและผู้ค้าปลีกอย่างหนัก นั่นคือ "สงครามราคา" ที่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบสุดโต่งในการดึงดูดลูกค้า โดยการตั้งราคาขายทุเรียนในระดับต่ำกว่าทุน อาทิ โปรโมชั่นทุเรียนลูกละ 100 บาท หรือแม้กระทั่งทุเรียนลูกละ 1 บาท ซึ่งส่งผลกระทบทางจิตวิทยาอย่างรุนแรงต่อผู้บริโภค ทำให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ที่ไม่ถูกต้องว่าทุเรียนไม่ว่าจากแหล่งใดก็ควรจะสามารถขายในราคาถูกเช่นนี้ได้
นางบุญชื่น โพธิ์แก้ว เจ้าของสวนยายดา เจ๊บุญชื่น จ.ระยอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและศูนย์เรียนรู้ชื่อดัง สะท้อนมุมมองว่า แม้เจตนาของการจัดโปรโมชันราคาถูกจะเป็นเรื่องดีในการกระตุ้นการขาย แต่ในความเป็นจริงทางธุรกิจ "ราคานี้ขายไม่ได้" หากเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน เนื่องจากสวนที่เน้นการคัดเกรดและการันตีคุณภาพทุกลูก จะมีต้นทุนการผลิตที่สูง
ราคาขายปลีกที่สมเหตุสมผลต้องเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 100 บาทขึ้นไป การโปรโมทราคาที่ต่ำเกินจริงจึงสร้างความลำบากใจให้กับผู้ค้าที่ขายของดี เพราะต้องคอยชี้แจงกับลูกค้าที่เข้ามาถามหาทุเรียนราคาถูกตามกระแสโซเชียล
สอดคล้องกับข้อมูลจากผู้ค้าปลีกทุเรียนในพื้นที่ จ.ระยอง ที่ระบุว่า ปัจจุบันลูกค้าจำนวนมากเข้ามาสอบถามหาทุเรียนลูกละ 100 บาท ตามที่เห็นในข่าว ซึ่งผู้ค้าต้องอธิบายให้เข้าใจถึงกลไกตลาดว่า ทุเรียนราคานี้ส่วนใหญ่เป็น "ทุเรียนตกไซซ์" หรือเกรดรอง ที่ล้งรับซื้อเพียงกิโลกรัมละ 70-80 บาทเท่านั้น ไม่ใช่ทุเรียนเกรดพรีเมียมที่วางขายทั่วไป
การโฆษณาที่ใช้คำคลุมเครือ เช่น "เนื้อเอ" หรือ "เกรดพรีเมียม" แต่ขายในราคาถูกมาก จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่กระทบไปถึงชาวสวนและพ่อค้าแม่ค้าที่ยึดมั่นในมาตรฐานคุณภาพสินค้า
ในมิติด้านการตลาด ผศ.บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ วิเคราะห์ผ่านรายการจับตาสถานการณ์ ทางไทยพีบีเอสว่า ปรากฏการณ์การตลาดแบบ "พิมรี่พาย" มีผลอย่างยิ่งต่อจิตวิทยาการซื้อของผู้คน เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังสามารถขายได้ในราคาถูก ลูกค้าจะเกิดการเปรียบเทียบทันทีว่าร้านอื่นก็ต้องทำได้
แม้ภายหลังกระทรวงพาณิชย์จะออกมาชี้แจงว่า ทุเรียนเหล่านั้นคือ "เกรดรอง ไซซ์เล็ก" แต่ความเสียหายต่อความรู้สึกของผู้บริโภคได้เกิดขึ้นแล้ว และลามไปถึงชาวสวนที่ถูกกดดันเรื่องราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่อื่น ๆ เช่น จ.น่าน ยังคงมีการใช้กลยุทธ์นี้อย่างต่อเนื่อง โดยร้าน "เจ๊ดาผลไม้ซิ่ง" ได้จัดโปรโมชันทุเรียนลูกละ 1 บาท ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเรียกลูกค้า โดยจำกัดจำนวน 100-200 ลูก/วัน และให้สิทธิ์เพียง 1 คนต่อ 1 ลูกเท่านั้น ซึ่งเจ๊ดาเผยว่า ได้รับเหมาทุเรียนมาจากสวนในจันทบุรีและระยอง วันละกว่า 30 ตัน และหลังจากหมดช่วงโปรโมชันจะขายในราคาปกติกิโลกรัมละ 99 บาท ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การดึงคนเข้าร้านที่ได้ผลในเชิงการค้าปลีกส่วนบุคคล แต่ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้ราคาตลาดถูกมองว่าต่ำกว่าความเป็นจริง
เมื่อตรวจสอบสถานการณ์ราคาจริงจากหน้าล้ง พบว่าข้อมูลสวนทางกับกระแสของถูกอย่างสิ้นเชิง โดยตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.2569 เป็นต้นมา ราคาทุเรียนได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ทุเรียนเกรด AB ปรับจาก 130 บาท เป็น 135-140 บาท/กิโลกรัม
- เกรด C ปรับเป็น 95 บาท
- เกรด D ปรับเป็น 75 บาท
- ราคาหน้าสวนแบบเหมาขยับจาก 120 บาท เป็น 130 บาท/กิโลกรัม
สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการในตลาดยังสูงและต้นทุนจริงยังคงอยู่ในระดับที่แพง การสื่อสารการตลาดที่มุ่งเน้นแต่ความถูกจึงอาจเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำลายเกษตรกรไทยในท้ายที่สุด หากผู้บริโภคขาดความเข้าใจในเรื่องการจำแนกเกรดและคุณภาพตามราคาที่แท้จริง
อ่านข่าวอื่น :
"รถถัง" ชั่งน้ำหนักฉลุย พร้อมดวล "ทาเครุ" ศึก ONE ซามูไร 1 พุธ 29 เม.ย.นี้
กรีซสอบมือปืนวัย 89 กราดยิงสถานที่ราชการกลางเอเธนส์ เจ็บ 4 คน
"สีหศักดิ์" ย้ำกัมพูชาต้องหยุดยั้งสงครามวาจา ยันพร้อมก้าวข้ามความขัดแย้ง
