"บิ๊กโจ๊ก" เข้ากองปราบ ปฏิเสธคดีทำร้ายร่างกาย ขอสื่ออย่าโยงเซียนพระ

อาชญากรรม
15:41
จำนวนผู้ชม 1,462
Thai PBS
"บิ๊กโจ๊ก" เข้ากองปราบ ปฏิเสธคดีทำร้ายร่างกาย ขอสื่ออย่าโยงเซียนพระ
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (7 พ.ค.2569) ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม คดีที่ถูกอดีตลูกน้องตำรวจ กล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย โดยเจ้าตัวยืนยันหนักแน่นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขอให้สังคมอย่านำเรื่องนี้ไปเชื่อมโยงกับประเด็น "เซียนพระ" ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางมาพร้อมกับ นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว รวมถึงพยานอีก 3-4 ปาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เกี่ยวข้อง ด้านความเห็นทางการแพทย์ เพื่อใช้ประกอบการชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในประเด็นสำคัญของคดี

คดีดังกล่าวเกิดจากการที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ เข้าแจ้งความกล่าวหาว่า ถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งทำให้เรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจของสังคม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับอดีตนายตำรวจระดับสูงของประเทศ

ภายหลังเข้าให้ปากคำ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยสั้น ๆ กับสื่อมวลชนว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในคดีของตนเองเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่น โดยเฉพาะประเด็น "เซียนพระ" ที่มีบางฝ่ายพยายามเชื่อมโยง พร้อมยืนยันว่า ไม่รู้จักบุคคลตามที่มีข่าว และไม่ต้องการให้สังคมนำ 2 เรื่องนี้มาปะปนกัน

ด้าน นายสัญญาภัชระ ทนายความส่วนตัว เปิดเผยว่า การนำพยานทางการแพทย์เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีหลักฐานชัดเจน และเปลี่ยนแปลงไม่ได้ โดยทีมกฎหมายต้องการแสดงให้เห็นว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายนั้น ไม่สอดคล้องกับข้อมูลทางการแพทย์ที่มีอยู่

นายสัญญาภัชระ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ให้ข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ต่อพนักงานสอบสวนครบถ้วนแล้ว และหากในอนาคต พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็พร้อมจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ด้วยการยื่นร้องขอความเป็นธรรม ต่อพนักงานอัยการ

นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้เกิดกระแสวิจารณ์ว่า คำให้การของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับคำชี้แจงของทนายความ ดูเหมือนจะไม่ตรงกันในวันที่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งก่อน ซึ่งในวันดังกล่าวพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตั้งใจจะดำเนินการหลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา และการแจ้งความกลับคู่กรณี แต่เนื่องจากมีภารกิจเร่งด่วนและข้อจำกัดเรื่องเวลา จึงทำให้ดำเนินการได้เพียงบางส่วน ส่งผลให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่ายขัดแย้งกัน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คดียังคงอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวน โดยมีรายงานว่า อาจนัดหมายส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาในช่วงวันที่ 20 พ.ค.นี้ เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ ฝ่ายของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่าจะต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม และเชื่อมั่นว่าข้อเท็จจริง รวมถึงหลักฐานทางการแพทย์ จะช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้ในที่สุด

อ่านข่าวอื่น :

สั่งหยุดกิจการชั่วคราว "โรงงานปลากระป๋อง" ปมสินค้าไม่ตรงปก

สิ้นตำนาน "เท็ด เทอร์เนอร์" ผู้ก่อตั้ง CNN เจ้าพ่อโลกการสื่อสาร 24 ชม.

ทนาย "สส.กมลศักดิ์" ร้อง ผบ.ตร .เร่งรัดคดีลอบยิง-หาตัวคนบงการ