ศธ.สั่งสอบวิทยาลัยเอกชน จ.หนองบัวลำภู ใช้ชื่ออดีต นศ. กู้ กยศ.

อาชญากรรม
20:39
จำนวนผู้ชม 30
Thai PBS
ศธ.สั่งสอบวิทยาลัยเอกชน จ.หนองบัวลำภู ใช้ชื่ออดีต นศ. กู้ กยศ.

วันนี้ (23 ก.ย.2569) หลักฐานร้องเรียนกรณีอดีตนักศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ถูกนำชื่อไปใช้กู้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ทั้งที่ไม่ได้สมัครและไม่ได้เรียนต่อระดับ ปวส. ยังคงมีเข้ามาต่อเนื่อง หลังเพจเฟซบุ๊ก STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย เปิดเผยเรื่องและเปิดรับข้อมูลผู้เสียหาย ล่าสุดมีผู้แจ้งเข้ามาหลายสิบราย

ผู้ร้องส่วนใหญ่ ระบุว่า เคยเรียนที่วิทยาลัยจนจบ ปวช. จากนั้นออกไปทำงานและไม่ได้เรียนต่อ แต่ภายหลังกลับพบว่ามีชื่อเป็นผู้กู้ กยศ. สำหรับค่าเล่าเรียนระดับ ปวส. ทั้งที่ไม่ได้สมัครหรือเข้าเรียน ขณะที่หลังเรื่องถูกเปิดเผย และหลายหน่วยงานเริ่มตรวจสอบ มีข้อมูลว่าวิทยาลัยติดต่อผู้เสียหายบางราย เพื่อขอเคลียร์หนี้ กยศ. ขณะที่บางรายได้รับข้อเสนอให้รับวุฒิ ปวส. แล้วรับภาระผ่อนชำระหนี้เอง

วิทยาลัยที่ถูกร้องเรียนเป็นหนึ่งในเครือข่ายสถานศึกษาเอกชนที่มี 4 สาขาใน 3 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ได้แก่ หนองบัวลำภู สกลนคร และบึงกาฬ โดยกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบสถานศึกษาเอกชน 4 แห่งในพื้นที่ดังกล่าว จากข้อกล่าวหานำรายชื่อนักเรียนหรือนักศึกษาไปใช้กู้ กยศ. โดยจะตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นกู้ การยืนยันตัวตน และการเบิกจ่ายเงิน หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมาย

ขณะที่ นายเสฏฐชัย ยุทธเศรษฐสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานประชุมติดตามกรณีดังกล่าว โดยมอบหมายให้ติดตามปัญหาการถูกกล่าวหาว่า สวมสิทธิ์นักศึกษาและการกู้เงิน กยศ. ด้าน นายประวิทย์ บุรินนิตย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคหนองบัวลำภู ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักอาชีวศึกษาจังหวัด ระบุว่า สช.นัดผู้บริหารวิทยาลัยในเครือเข้าชี้แจงวันที่ 25 ก.ย.นี้

ข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนหลังยังพบกรณีนักศึกษารายหนึ่งจบ ปวช.3 จากวิทยาลัยใน อ.ศรีบุญเรือง เมื่อปีการศึกษา 2561 แต่ในปีการศึกษา 2563 ไม่พบชื่อจบ ปวส. ที่เดิม กลับมีชื่ออยู่ในวิทยาลัยอีกแห่งในพื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขง โดยในปีการศึกษา 2563 วิทยาลัยใน อ.ศรีบุญเรือง ยังไม่ผ่านการประเมินรับรองจาก สมศ. จึงยังไม่มีสิทธิ์อนุมัติให้กู้ กยศ. ตามข้อมูลที่จังหวัดนำเสนอ

สำหรับการป้องกันปัญหาชื่อบุคคลถูกนำไปใช้ เพื่อขอรับเงินอุดหนุนรายหัว สำนักอาชีวศึกษาจังหวัดระบุว่า มีการตรวจนับจำนวนนักศึกษาภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยใช้ข้อมูลฐานวันที่ 10 มิ.ย. ของทุกปี และต้องตรวจสอบ "ตัวตนจริง" ควบคู่กับบัตรประชาชนหรือใบขับขี่ที่ทางราชการออกให้ ไม่ใช้เพียงบัตรนักศึกษา

หากนักศึกษาป่วย ลา หรือขาดเรียนในวันที่ตรวจนับ จะต้องนำตัวมาพิสูจน์ยืนยันพร้อมบัตรประชาชน ต่อสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดภายใน 15 วัน และมีการตรวจสอบเลขบัตรประชาชน 13 หลัก เพื่อป้องกันรายชื่อซ้ำซ้อน หากพบว่าบุคคลเดียวกันมีชื่อซ้ำในระบบ จะไม่จ่ายเงินอุดหนุนรายหัวให้

อ่านข่าว :

น้ำมันดีเซลขึ้นราคา 75 สตางค์/ลิตร B7 แตะ 41.44 บาท มีผล 24 ก.ย.

บุกทลายบ่อนพนันกลางแฟลตดินแดง รวบ 53 คน-แจ้ง 2 ข้อหา

ผู้นำโลกเปิดหน้าอัด UN ดับวิกฤตโลกไม่ได้ มหาอำนาจใช้ Veto จนระบบอัมพาต