เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 การประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์นัดแรก ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุม มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น 3 คณะ เพื่อเร่งศึกษารายละเอียดของโครงการในด้านต่าง ๆ โดยกำหนดกรอบระยะเวลาในการสรุปผลการศึกษาไว้ภายใน 90 วัน ก่อนเสนอผลต่อคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมหารือข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับโครงการแลนด์บริดจ์ รวมถึงแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการในระยะต่อไป โดยมุ่งเน้นให้การศึกษามีความครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
นายดนุชา กล่าวว่า ทั้งนี้ คณะกรรมการจะใช้ผลการศึกษาที่มีอยู่เดิม ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งถือเป็นข้อมูลศึกษาล่าสุดที่มีรายละเอียดค่อนข้างครบถ้วน รวมถึงข้อมูลและรายงานการศึกษาของวุฒิสภา มาใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อลดระยะเวลาในการศึกษาข้อมูลใหม่ และให้การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้
สำหรับคณะอนุกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง ประกอบด้วย 3 ชุด ได้แก่
- คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ มีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนและนักวิชาการ เข้าร่วมให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะ
- คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม มีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน ศึกษาผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และพื้นที่ชุมชน
- คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารสาธารณะ มีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน สร้างการรับรู้และเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน
นายดนุชา กล่าวอีกว่า การศึกษาครั้งนี้จะนำความเห็นจากทุกฝ่ายมาประกอบการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอจากนักวิชาการ กลุ่มอนุรักษ์ หรือองค์กรภาคประชาชน โดยจะพิจารณาทั้งมิติทางเศรษฐกิจ ผลประโยชน์ด้านโลจิสติกส์ ตลอดจนปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่กันไป เพื่อให้การตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการมีความรอบคอบมากที่สุด
ด้าน น.ส.ศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติอย่างละเอียด ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการประเมินความคุ้มค่าของโครงการ เมื่อเปรียบเทียบกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว รวมถึงต้องครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม
นอกจากนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยังกล่าวขอบคุณรัฐบาลที่แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษา แนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดกระบวนการพิจารณาที่รอบด้านและเปิดรับความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของโครงการขนาดใหญ่ดังกล่าว
อ่านข่าวอื่น :
คนเลี้ยงกุ้ง ท้อรายได้หาย วิดน้ำในบ่อ จับ "ปลาหมอคางดำ" เกือบ 20 ตัน
กกต.พร้อมจัดเลือกตั้ง "ผู้ว่าฯ กทม.-สก." 28 มิ.ย. ใช้งบฯ 290 ล้านบาท
สช.ชี้ไม่ใช่ รร.เอกชน ปมครูยึดมือถือเด็กเรียกเงิน เล็งเอาผิดถ้าเป็น รร.เถื่อน
