"ณัฐพงษ์" อัดร่างแก้ไข รธน.ภูมิใจไทย ล็อกสเปกขัด 3 หลักการ

การเมือง
11:24
จำนวนผู้ชม 40
"ณัฐพงษ์" อัดร่างแก้ไข รธน.ภูมิใจไทย ล็อกสเปกขัด 3 หลักการ
"ณัฐพงษ์" อัดร่างแก้ไข รธน. ภูมิใจไทย ขัดหลักการ 3 ข้อ ชี้ล็อกสเปกเปิดทาง "ผูกขาด" ถาม "กล้าธรรม" อยู่ฝ่ายค้านจริงหรือไม่ขอไม่วิจารณ์แทน ไม่คิดเซ็น MOA รอบ 2 พ้อไม่มีอำนาจต่อรองใคร จ่อยื่นร่างฉบับพรรคประชาชนภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

วันนี้ (21 พ.ค.2569) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องใช้เสียงฝ่ายค้าน 20% หลายฝ่ายจึงมองว่าพรรคกล้าธรรมอาจโหวตให้กับร่างของพรรคภูมิใจไทยนั้นว่า ตอนนี้หน้าที่ของพวกเราคือพยายามเรียกร้องหลักการ 3 ข้อ คือ 1.ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ 2.ไม่มีกระบวนการสร้างการผูกขาดอยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง 3.ไม่เพิ่มอำนาจให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งเราต้องส่งข้อเรียกร้องเหล่านี้ไปให้ทุกพรรคการเมือง และพรรคประชาชนก็พร้อมที่จะลงชื่อให้กับทุกร่างของทุกพรรค ที่สอดคล้องกับ 3 หลักการดังกล่าว แม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้สัดส่วนของฝ่ายค้าน 20% แต่หลายคนก็ตั้งคำถามว่า พรรคกล้าธรรมที่อยู่ฝ่ายค้าน และเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ ตนก็ไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์แทนพรรคกล้าธรรมได้ แต่ก็ขอส่งข้อเรียกร้องไปถึงพรรคกล้าธรรมเช่นเดียวกัน เหมือนกับทุกพรรคการเมือง อยากให้คงหลักการ 3 ข้อนี้

หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า การออกมาแสดงความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรี ที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วอ้างว่าเป็นเจตจำนงของประชาชน คิดว่าไม่ถูก เจตจำนงของประชาชนที่อยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือกติกาสูงสุดที่สร้างความโปร่งใสประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง ดังนั้นถ้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปตาม 3 หลักการนี้ จึงจะเป็นการเดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยเข้ากับ 3 หลักการของพรรคประชาชนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เห็นรายละเอียดของร่างภูมิใจไทยบ้างแล้ว ต้องบอกว่าขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ เช่น การที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แต่ร่างของพรรคภูมิใจไทยก็ไม่มีคูหาให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่าง ส่วนที่บอกว่าไม่มีการผูกขาด แม้จะเขียนไว้ว่าเป็นไปตามสัดส่วนพรรคการเมือง แต่แยกสัดส่วน สส.และ สว.

"ซึ่งก็ตั้งคำถามได้ว่า ตอนนี้มีกลุ่มการเมืองใดกำลังครอบครองเสียงข้างมากใน สว.อยู่หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น 2 ใน 7 ก็จะเป็นคนของกลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่ง บวกกับเสียงของกลุ่มนั้นในสภาล่าง จาก 500 คน ซึ่งบวกเลขออกมาก็เกินครึ่ง จึงเท่ากับว่านี่เป็นการผูกขาดหรือไม่" นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ขัดหลักการไม่เพิ่มอำนาจให้ สว. ต้องบอกว่ากระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ใช่การแก้ไขร่าง เพราะฉะนั้นไม่ได้ตัดอำนาจ สว. แต่ปฏิเสธการเพิ่มอำนาจใหม่ ซึ่งในร่างของพรรคภูมิใจไทยตอนนี้ ขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ และกังวลว่าจะไม่ได้รัฐธรรมนูญ ที่เป็นฉบับของประชาชนอย่างแท้จริง

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ส่วนสุดท้ายจะตีตกร่างแก้ไขของพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่นั้น ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียดทั้งหมด แต่กระบวนการในสภาสิ่งที่สำคัญคือการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ดังนั้นในการต่อรองทางการเมืองจะทำอย่างไร ให้ร่างที่มองว่าสอดคล้องกับ 3 หลักการมากที่สุด ผ่านวาระ 1 เพื่อเข้าไปต่อรองกันในชั้นกรรมาธิการซึ่งเป็นวาระ 2

ดังนั้นในส่วนการตัดสินใจลงมติ ขอดูบริบททางการเมืองในอนาคตก่อนว่า การเจรจาระหว่างวิป และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ละพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามามีหน้าตาเป็นอย่างไรจึงจะตอบได้ว่าจะลงมติอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสเซ็น MOA ฉบับที่ 2 หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้เราคงไม่มีอำนาจไปต่อรองให้ใครมาเซ็น MOA ด้วย จากสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ทุกคนแสดงความเป็นห่วงว่า พรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคการเมือง ที่มีอำนาจอยู่ในสถาบันการเมืองในระบบ ที่ค่อนข้างจะแผ่อิทธิพลได้ครอบคลุม ทั้ง สส., สว. และองค์กรอิสระ

ดังนั้นวิธีการเดียวของพวกเรา คือเอาหลักยึดโยงประชาชนให้ได้มากที่สุด เอาข้อเรียกร้องสู่สาธารณะทำความเข้าใจกับประชาชน กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ด้วยการยื่นแก้ไขมาตรา 256 หมวด 15/1 สุดท้ายก็ต้องไปทำประชามติ ดังนั้นร่างที่จะผ่านสภาส่อให้เห็นว่า จะเป็นร่างที่ผูกขาดไม่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนก็จะเป็นคนตัดสินสามารถคว่ำร่างได้ในอนาคต

ส่วนที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ออกมาให้ความเห็นว่า รัฐบาลไม่ต้องเสียเวลา แต่ให้แต่งตั้งนายเนวิน ชิดชอบ และครอบครัวมาเขียนเลยก็ได้นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นการแสดงความเห็นของนายปดิพัทธ์ ที่หลายคนอาจมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันแบบนั้น แต่ตนขอย้ำใน 3 หลักการ เรื่องใด ๆ ก็ตามที่สอดคล้องกับ 3 หลักการนี้

รวมถึงร่างพรรคประชาชน จะเป็นการการันตีได้ว่า จะเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ที่ไม่ได้ผูกขาดกับมือคนใดคนหนึ่ง แม้แต่พรรคประชาชนเองก็ตาม ทั้งนี้คาดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนจะแล้วเสร็จ และจะยื่นต่อประธานสภาภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

อ่านข่าว :

"อนุทิน" นำภูมิใจไทยยื่นแก้ รธน. ยันจริงใจทำตามเจตนารมณ์ ปชช.

สภาฯ ถกร่างกฎหมายค้างท่อ 34 ฉบับ "ณัฐพงษ์" จี้รัฐบาลตอบปัดตกร่างแก้ รธน.

นายกฯ มั่นใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เป็นไปตามเจตนารมณ์ รธน.