วันนี้ (21 พ.ค.2569) พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวน ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีเหตุรถไฟชนรถโดยสารสาธารณะ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา นานกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อสรุปข้อมูลจากการจำลองเหตุการณ์บนรถไฟเมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) รวมถึงความคืบหน้าของคดีโดยรวม
ภายหลังการประชุม พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยว่า การจำลองเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) มุ่งเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของพนักงานขับรถ พนักงานส่งอาณัติสัญญาณ และการมองเห็นสัญญาณแจ้งเตือน โดยวัดระยะการมองเห็นและเปรียบเทียบระยะทาง ซึ่งชุดสืบสวนที่ร่วมจำลองเหตุการณ์รายงานว่า สามารถมองเห็นสัญญาณไฟสีขาว 5 ดวงได้อย่างชัดเจนในระยะไกล โดยข้อมูลดังกล่าวจะนำไปเปรียบเทียบกับคำให้การของผู้ต้องหาและพยานที่สอบปากคำไว้ก่อนหน้านี้
ส่วนข้อสงสัยกรณีใช้รถไฟโดยสารจำลองเหตุการณ์แทนขบวนรถไฟขนสินค้า พ.ต.อ.กัมพล ระบุว่า ได้รับการยืนยันจากพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยว่า รถไฟทั้ง 2 ประเภทมีข้อกำหนดเหมือนกัน ทั้งระยะเบรกและระบบสัญญาณแจ้งเตือน
จากข้อสรุปการจำลองเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เสนอแนะแนวทางเพิ่มเติมให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวน วางแผนจำลองเหตุการณ์ซ้ำอีกครั้ง เพื่อเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม โดยจะมีการบันทึกภาพเปรียบเทียบมุมมองการทำงานของแต่ละตำแหน่ง ทั้งคนขับ พนักงานส่งอาณัติสัญญาณ และช่างเครื่อง ซึ่งจะแจ้งกำหนดวันดำเนินการอีกครั้งภายหลัง
พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1
ขณะเดียวกัน คณะพนักงานสอบสวนได้เชิญพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านแถบบันทึกความเร็วจากกล่องบันทึกข้อมูล หรือกล่องดำของหัวรถจักรคันเกิดเหตุ เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนแล้ว
ในกรณีการพิจารณาดำเนินคดีกับรถยนต์ส่วนบุคคล ที่จอดคร่อมรางรถไฟในวันเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ขับขี่ก่อนเกิดเหตุ โดยย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เบื้องต้นมีรถยนต์ส่วนบุคคลเข้าข่ายพิจารณาดำเนินคดี 3 คัน ส่วนรถจักรยานยนต์อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม
การดำเนินคดีกับคนขับรถไฟ กรณีพบสารเสพติดในร่างกาย ล่าสุดผลตรวจจากโรงพยาบาลตำรวจส่งถึงพนักงานสอบสวนอย่างเป็นทางการแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเปรียบเทียบข้อกล่าวหา ก่อนรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติม
ด้านญาติและครอบครัว น.ส.สุภาพร หรือ "แอล" อายุ 34 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ขบวนรถไฟ ชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 ย่านอโศก-มักกะสัน เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากทราบผลเปรียบเทียบพันธุกรรม ยืนยันร่างผู้เสียชีวิตบนรถเป็นญาติของตัวเอง วันนี้จึงได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน เพื่อทำเอกสารรับรองการเสียชีวิต ไปรับร่างผู้เสียชีวิตที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ภายในวันนี้ กลับไปบำเพ็ญกุศลศพ ที่วัดน้ำแพร่ ต.น้ำแพร่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
โดยมีเจ้าหน้าที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และเจ้าหน้าที่การรถไฟมาคอยอำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณ ที่ซากรถโดยสารประจำทาง และจุดเกิดเหตุ ก่อนจะเดินทางไปรับศพ
ร่าง น.ส.สุภาพร เป็นลำดับที่ 7 จากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 คนที่มีการยืนยันอัตลักษณ์บุคคล และมีญาติมาติดต่อขอรับร่างกลับไปดำเนินพิธีกรรมทางศาสนา ยังคงหลงเหลืออีก 1 ร่าง ที่ขณะนี้ยังไม่มีผู้ติดต่อเข้ามาเปรียบเทียบพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ
อ่านข่าว :
รฟท.ตรวจสารเสพติดเชิงรุกพบ 2 คน สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
เปิดภาพจำลอง "รถไฟชนรถเมล์" จากห้องคนขับ สัญญาณเตือนชัด ก่อนถึงจุดตัดอโศก
ญาติทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ "แทน ทีฆา-น้องขนุน" เสียชีวิตเหตุรถไฟชนรถเมล์
