ประจักษ์วิเคราะห์ : นายกฯ ต้องไม่เพียงรู้จัก "สุชาติ" ดี แต่ "ความเหมาะสม-พึงรู้" ต้องเกิด
ไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก สำหรับคนระดับรัฐมนตรี แสดงท่าทีไม่เหมาะสม เดินชนสื่อ พร้อมคำพูด รู้จักตรูน้อยเกินไป
นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของรัฐมนตรี และคนในรัฐบาลทั้งหมด ย่อมต้องใส่ใจ ดูแลห้ามปราม และตักเตือน หากพบว่าผู้ใต้บังคับบัญชา ระดับรัฐมนตรี ไปแสดงท่าทีไม่เหมาะสม เสมือนหนึ่งเป็นนักเลงใส่คนทำสื่อ
เพราะสื่อต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ในการซักถามและค้นหาคำตอบข้อเท็จจริง ในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน
อย่างเรื่องหน่วยงานรัฐ ที่มีผลจากการทำสำรวจของ กกร. ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญของภาคเอกชนหลัก 3 สถาบัน คือสมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมไทย ร่วมกับคณะทำงาน Zero Corruption กกร. เพื่อนไม่ทน พบว่าไปรับสินบนจากภาคเอกชน
แล้วจะโดยบังเอิญหรือตั้งใจก็ตามที กรมควบคุมมลพิษ หรือ คพ. ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงทรัพยากรฯ ติดอันดับ 1 เงินสินบนที่มากที่สุด เรียกรับสินบนเฉลี่ยต่อครั้งสูงสุดกว่า 1 แสนบาท
กระทั่งอธิบดี คพ. ตั้งโต๊ะแถลงปฏิเสธผลสำรวจของ กกร. ดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสงสัยถึงความน่าเชื่อถือและกระบวนการเก็บข้อมูล ทั้งขีดเส้น 7 วัน ขอข้อมูลและหลักฐานผลสำรวจมาตรวจสอบข้อเท็จจริง หาไม่แล้ว อาจต้องทวงคืนศักดิ์ศรีองค์กร ซึ่งน่าจะหมายถึงแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อเป็นข่าวใหญ่ เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยชื่อองค์กรเรื่องการทุจริตและเรียกรับสินบนแบบนี้ นำไปสู่อารมณ์ความเครียดดังที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยอมรับว่าเป็นเหตุนำไปสู่การตอบโต้และเดินชนผู้สื่อข่าวพร้อมคำพูด รู้จักตรูน้อยไป ในวันเกิดเหตุ
ก่อนจะได้เห็นนายสุชาติ กลับไปที่รังนกกระจอกที่ทำเนียบ หลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม. และได้ไหว้ขอโทษสื่อที่เป็นคู่กรณี
ขณะที่นายกรัฐมนตรี ที่ดูจะพลั้งปากพูดไว เตือนผู้ที่ทำสำรวจและเปิดเผยข้อมูลหน่วยงานรัฐรับสินบน ว่า เมื่อกล้าเปิดเผยชื่อหน่วยงานก็ต้องพร้อมที่สำหรับถูกฟ้องกลับหากข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง
ทั้งที่นายกฯ เพิ่งจะเปิดทำเนียบต้อนรับ 35 เจ้าสัวและซีอีโอยักษ์ใหญ่เอกชน 10 อุตสาหกรรม ซึ่งก็รวมทั้ง กกร. เพื่อ รับฟังข้อเสนอร่วมพลังขับเคลื่อนประเทศ ผนึกกำลังพลิกโฉมเศรษฐกิจประเทศระยะยาว
เลี้ยงดินเนอร์ด้วยบรรยากาศแช่มชื่นเสร็จเรียบร้อย กลับเสมือนยื่นโนติสกลับพร้อมฟ้องร้องดำเนินคดี เพราะไม่พอใจที่ถูก กกร. กล่าวหาว่าเปิดเผยเรื่องเรียกรับสินบน
ทั้งที่หากน้อมรับ หรือหยอดคำหวานขอบคุณพร้อมจะตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะรัฐบาลนี้ไม่ต้องการให้มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชันกินสินบาทคาดสินบนตามนโยบายที่ประกาศอยู่แล้ว รับรองว่าจะได้ใจทั้งกลุ่มนักธุรกิจและประชาชนอีกจมหู
แต่เพราะพูดไวไปนี่แหละ ที่ทำให้ต้องใช้บริการนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ที่ดูแลด้านกฎหมาย ที่ต้องออกมาแก้ต่าง ยืนยันนายกฯ มีนโยบายปราบปรามคอร์รัปชันอยู่แล้ว และได้เรียกหารือถกภาครัฐและเอกชนในวันถัดมา ลุยปราบทุจริตคอร์รัปชัน สั่งให้ทุกหน่วยงานเปิดเผยข้อมูลภาครัฐโดยไม่ต้องกั๊กเพื่อความโปร่งใส
แต่กับกรณีนายสุชาตินั้น นายกฯ ยังคงออกลูกเกรงใจแทนที่จะเรียกคุยตักเตือน ไม่ว่าจะตอบคำถามสื่ออ้างว่าเขาขอโทษกันแล้ว
ล่าสุด ในงานเวิร์กช็อป การขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ ยังพูดถึงนายสุชาติว่า ไม่ได้รู้จักน้อย แต่รู้จักมากพอสมควร เป็นคนใช้ได้ เป็นนักเลง บางทีพูดผิดเวลาไปหน่อยเท่านั้น เสมือนไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ควร
แม้นายสุชาติจะเป็นคนใหญ่ ใจนักเลง เคยปกป้อง "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อครั้งเป็นนายกฯ พร้อมจะขึ้นชกบนเวทีกับ "เต้ พระราม 7" นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เมื่อครั้งเป็น สส.และหัวหน้าพรรคไทยศิวิไลซ์ ที่ท้าชกกับ "ลุงตู่"
แต่การปรามหรือให้ข้อแนะนำของนายกฯ หรือการกลับไปขอโทษสื่อของนายสุชาติ ถือเป็นเรื่องที่สมควรกระทำ เพื่อไม่ให้เรื่องนี้บานปลาย หรือกลายเป็นภาพจำสำหรับคนทั่วไป
เพราะถึงอย่างไร ก็ยังต้องพบปะเจอหน้าในการทำหน้าที่ของแต่ละคนต่อไปอยู่ดี
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว :
"สุชาติ" แหวกกลางวงนักข่าว หลังถูกถามจี้ปมตรวจสอบ "กรมควบคุมมลพิษ"
"สุชาติ" ยกมือไหว้ รุดขอโทษสื่อ หลังปะทะคารมปมถูกจี้ถามผลโพล กกร.










