คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ - ไม่รอบด้าน

การเมือง
12:24
จำนวนผู้ชม 64
Thai PBS
คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ - ไม่รอบด้าน
คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต แต่ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ (Perception) และข้อมูลไม่รอบด้าน ไม่ควรใช้ชี้เฉพาะหน่วยงานหรือสะท้อนภาพรวมประเทศ

วันนี้ (25 พ.ค.2569) นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แถลงผลการพิจารณาเอกสารงานวิจัยการสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กรณีระบุว่า กรมควบคุมมลพิษ เป็นหน่วยงานที่มีการเรียกรับสินบนสูงสุด โดยมีการเสนอ 102,160 บาทต่อครั้ง โดยมีประเด็นสงสัยเนื่องจากที่ผ่านมาเกือบ 30 ปี คพ.ไม่เคยได้รับการร้องเรียนเรื่องการทุจริต

นายสุรินทร์ แถลงว่า หลังจากที่ได้ทราบผลสำรวจ คพ.ได้เรียกประชุมผู้บริหาร คพ.ทั่วประเทศทันที และได้ทำหนังสือเปิดผนึกถึง กกร. เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 เพื่อขอให้ชี้แจงที่มาของข้อมูล วิธีการตรวจสอบ และส่งมอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 7 วัน เพื่อให้ คพ.ตรวจสอบได้ว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจริงหรือไม่ โดย กกร.ได้จัดส่งหนังสือชี้แจงหลักการและระเบียบวิธีการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ให้ คพ. เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2569 พร้อมสิ่งที่ส่งมาด้วย 3 รายการ ได้แก่ 1) สรุปหลักการและระเบียบวิธีการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ จำนวน 13 หน้า 2) ตัวอย่างแบบสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ จำนวน 8 หน้า 3) เอกสารประกอบการแถลงข่าวและข่าวประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 จำนวน 22 หน้า

คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ - ไม่รอบด้าน

คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ - ไม่รอบด้าน

นายสุรินทร์ กล่าวว่า คพ. ไม่ปฏิเสธการตรวจสอบเกี่ยวกับการต่อต้านทุจริต ในทางตรงกันข้ามเรามีความยินดียิ่งที่จะถูกตรวจสอบ เนื่องจากปัญหาคอรัปชันเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อเศรษฐกิจ การลงทุนและประชาชน พร้อมยืนยันว่า จะลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น หากพบเจ้าหน้าที่กระทำความผิด

นอกจากนี้ คพ. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกระแสข่าวที่เกิดขึ้น โดยได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาทบทวนมาตรการและแนวทางปฏิบัติราชการในทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันการทุจริต พร้อมออกหนังสือแจ้งเวียนกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใส และคพ.ได้เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ จากการที่ผู้บริหาร คพ. ได้ร่วมกันทบทวนภารกิจและโครงการต่าง ๆ พบว่า "กระบวนงานการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษ" เป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตด้านการใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา คพ. ได้ร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ท. นำระบบบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต (CRMS) และมาตรการควบคุมมาปฏิบัติใช้อย่างเป็นรูปธรรม จนส่งผลให้ คพ. ได้รับผลการประเมินเชิงคุณภาพในระดับ "ดีเยี่ยม" (Excellent) ต่อเนื่องกันถึง 3 ปี และ คพ. ยังคงมุ่งมั่นยกระดับคู่มือปฏิบัติงาน (Work Manual) ไปสู่มาตรฐาน SOP (Standard Operating Procedure) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และสร้างความโปร่งใสสูงสุดตามนโยบายของรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง

คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ - ไม่รอบด้าน

คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ - ไม่รอบด้าน

นายสุรินทร์ กล่าวว่า คพ. ได้ประสานขอความชัดเจนและรายละเอียดข้อมูลการสำรวจวิจัยของ กกร. เนื่องจากกระบวนการจัดทำวิจัยของ กกร. และได้มีการเผยแพร่ข่าวต่อสื่อสารมวลชนในลักษณะทำนองว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่มีการเรียกรับสินบนต่อครั้งเป็นอันดับที่ 1 ทำให้ คพ. ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ยากแก่การแก้ไขเยียวยา ข้าราชการเสียขวัญและกำลังใจในการทำงาน และเมื่อได้รับเอกสารจาก กกร. แล้ว คพ. ยิ่งมีข้อสังเกตว่า กระบวนการจัดทำวิจัยของ กกร. ถูกต้อง ชอบธรรม ตามหลักวิชาการ หรือไม่อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น

1) การจำแนกหน่วยงานภาครัฐ ออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มการจัดเก็บภาษีและรายได้ (2) กลุ่มการออกใบอนุญาต (3) กลุ่มศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศ (4) กลุ่มสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน และ (5) กลุ่มการกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย โดยมีหน่วยงานระดับกรมของประเทศ 162 หน่วยงาน แต่มีการสำรวจอยู่เพียง 26 หน่วยงาน ซึ่งไม่ครอบคลุมภาพรวมของระบบราชการไทยทั้งประเทศ ในเชิงวิชาการไม่สามารถนำผลไปใช้ในการกำหนดนโยบายประเทศทั้งระบบได้

2) การออกแบบสอบถามยึดโยงจากแนวทางของธนาคารโลก (World Bank) ปี 2542 เป็นหลัก ซึ่งเป็นข้อมูลที่เก่า หลายหน่วยงานได้ถูกปรับบทบาทภารกิจไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2545 อาจไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันของแต่ละหน่วยงาน ตัวอย่างเช่น กรมทรัพยากรธรณี ไม่มีบทบาทใด อยู่ใน 5 กลุ่มหน่วยงานภาครัฐที่จำแนกเลย

3) การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ภาคเอกชนเพียงบางกลุ่มที่มีขอบเขตค่อนข้างจำกัด ไม่ได้การกระจายกลุ่มตัวอย่างไปยังภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ภาคประชาชน ผู้รับบริการทั่วไป ภาควิชาการ หรือภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลาย และช่วยสร้างกลไก Check and Balance ต่อผลลัพธ์ของการศึกษา

คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ - ไม่รอบด้าน

คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ - ไม่รอบด้าน

4) การสำรวจใช้แบบสัมภาษณ์ 2 รูปแบบ คือ แบบออนไลน์ (Google Form) และแบบเผชิญหน้า (Face to Face) โดย กกร. แจ้งว่ามีแบบสอบถามออนไลน์เพื่อเป็นตัว Back up ดูความสอดคล้อง แต่โครงสร้างแบบสอบถามทั้ง 2 รูปแบบมีความแตกต่างกันทั้งจำนวนส่วนและข้อคำถาม ซึ่งไม่สอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญ

5) การสำรวจตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถาม 401 ราย ทั่วประเทศ ในช่วงระหว่าง วันที่ 26 มี.ค. – 10 เม.ย.2569 ( จำนวน 16 วัน) เป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิด มีความเสี่ยงในการควบคุมมาตรฐาน/คุณภาพในการสำรวจแบบสอบถาม แบบ Face to Face ที่ทีข้อคำถามมากถึง 70 ข้อ ซึ่งต้องสอบถามให้ได้ 25 ราย/วัน โดยตัวอย่างกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ย่อมเสี่ยงต่อการการควบคุมมาตรฐาน/คุณภาพในการสำรวจแบบสอบถาม

6) ข้อมูลในระดับรายหน่วยงานจะเพียงพอสำหรับการสรุปหรือจัดอันดับการทุจริต ซึ่งเป็นภาพรวมรายหน่วยงานและเป็นภาพลักษณ์ของประเทศหรือไม่ เนื่องจากพิจารณาจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรงจริง ร้อยละ 45 หรือราว 184 คน เมื่อเชื่อมโยงกับ 26 หน่วยงาน อาจมีคนตอบเพียงแค่เฉลี่ย 7 คนหรือน้อยกว่านั้น ต่อหน่วยงาน เท่านั้น

7) แบบสอบถามมีคำถามที่ชี้นำในการตอบ เช่น “เป็นที่รู้กัน” หรือวัดความเชื่อ เช่น “เชื่อมั่นเพียงใด” และตั้งสมมติฐานเชิงลบ เช่น “หากไม่จ่ายเงินเพิ่ม ท่านเชื่อว่า กระบวนการจะมีความล่าช้าเกินกำหนดหรือไม่”

ทั้งนี้ จากหนังสือชี้แจงของ กกร. ได้ยอมรับว่า ระดับความเชื่อมั่นและค่าความคลาดเคลื่อนของกลุ่มตัวอย่างเป็นการอ้างอิงกรอบการกำหนดตัวอย่างในภาพรวมของการสำรวจ ไม่ควรตีความเป็นการรับรองความแม่นยำในระดับรายหน่วยงานหรือรายประเด็นย่อยด้วยระดับเดียวกันทั้งหมด เป็นต้น ทำให้การที่ กกร. สรุปข้อมูลว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่เสนอการรับสินบนต่อครั้งเป็นอันดับ 1 นั้น คพ. จึงเห็นว่า ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ตามหลักการวิจัย ผิดจรรยาบรรณ การทำศึกษาวิจัยหรือไม่อย่างไร

นายสุรินทร์ กล่าวย้ำว่า คพ. เห็นด้วยกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยกระบวนการที่ถูกต้องเป็นธรรม แต่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการวิจัยของ กกร. ครั้งนี้ และขอแจ้งเตือนระวังผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ คพ. หรือบุคคลที่แอบอ้างผลตรวจวัดของ คพ. เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยสามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่ คพ. ทั้งในช่องทางออนไลน์ ติดต่อโดยตรงและทางไปรษณีย์

อ่านข่าว

กกร.หั่น GDP เหลือ1.2-1.6% ชี้ขัดแย้งตะวันออกกลางไม่จบ

​"อนุทิน" สั่งตรวจสอบหน่วยงานรัฐรับสินบน ลั่นต้องล้างตราบาปคอร์รัปชัน

คพ.แถลงโต้ผลสำรวจรับสินบนอันดับ 1 จี้ กกร.ส่งหลักฐานใน 7 วัน

กกร.ห่วงเศรษฐกิจไทย โตต่ำ 2% เหตุปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ งบปี70 ล่าช้า