สมาคมฯ ขีดเส้น 30 มิ.ย.นี้ กสทช.เคาะจบ "แผนแม่บท" อนาคตทีวีดิจิทัล

สังคม
16:04
จำนวนผู้ชม 62
Thai PBS
สมาคมฯ ขีดเส้น 30 มิ.ย.นี้ กสทช.เคาะจบ "แผนแม่บท" อนาคตทีวีดิจิทัล
สมาคมทีวีดิจิทัล ขีดเส้น กสทช.เคาะจบ "แผนแม่บท" อนาคตทีวีดิจิทัล ภายใน 30 มิ.ย.หวั่นองคาพยพอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ไร้ทิศทาง หลังใบอนุญาต 16 ช่องทีวีสิ้นสุดปี 72 พร้อมเรียกร้องเจ้าภาพคุม OTT ด้านตัวแทน กสทช.รับปากทันแน่ นำเข้าที่ประชุมบอร์ด กสทช.วันนี้

​วันนี้ (26 พ.ค.2569) เวลา 09.15 น. ​ตัวแทนผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล นำโดยนายเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เข้ายื่นหนังสือถึงศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เพื่อเร่งรัดให้กำหนดกรอบเวลาและประกาศ “แผนแม่บทและแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์ภายหลังสิ้นสุดใบอนุญาตปี 2572” ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 มิ.ย.2569

​นายเดียว ระบุว่า ช่วงเวลาไม่ถึง 3 ปีที่เหลือก่อนสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2572 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมทีวี ซึ่งเป็นสื่อระดับชาติที่มีบทบาทต่อสังคมสูง การที่ กสทช.ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินธุรกิจใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ​1.ธุรกิจชะงักงัน ผู้ประกอบการตกอยู่ในภาวะสุญญากาศ ไม่สามารถวางแผนงบประมาณ การลงทุนในคอนเทนต์ระยะยาว หรือการจ้างงานได้ เพราะไม่มีความชัดเจนในอนาคต

2.วิกฤตเม็ดเงินโฆษณา เอเจนซี่และแบรนด์สินค้าชะลอการทำสัญญาระยะยาวกับสถานี เนื่องจากความไม่แน่นอนของอุตสาหกรรม ส่งผลให้รายได้หลักของทีวีดิจิทัลดิ่งลงทันที และ 3.กระทบการจ้างงานคนสื่อ ความระส่ำระสายนี้อาจบีบให้ผู้ประกอบการต้องลดขนาดองค์กรเพื่อเซฟตัวเอง กระทบต่อการจ้างงานคนสื่อสารมวลชนนับหมื่นชีวิต

สมาคมฯ ขีดเส้น 30 มิ.ย.นี้ กสทช.เคาะจบ "แผนแม่บท" อนาคตทีวีดิจิทัล

สมาคมฯ ขีดเส้น 30 มิ.ย.นี้ กสทช.เคาะจบ "แผนแม่บท" อนาคตทีวีดิจิทัล

​หากปล่อยให้ลากยาวไปจนใกล้หมดใบอนุญาต อุตสาหกรรมทีวีไทยอาจล่มสลาย เพราะไม่มีใครกล้าลงทุนต่อ เอกชนจำเป็นต้องขอขีดเส้นตายวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเตรียมตัวได้ทัน หากพ้นกำหนด สมาคมฯ และผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องใช้สิทธิทางกฎหมายต่อไป

​นายเดียว ยังสะท้อนด้วยว่า อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทางสมาคมฯ เรียกร้องให้บรรจุในแผนแม่บทฉบับใหม่ คือ การกำกับดูแลการให้บริการผ่าน OTT และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน เนื่องจากปัจจุบันเกิดความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนอย่างมหาศาล โดยทีวีดิจิทัลไทยต้องแบกรับภาระค่าใบอนุญาต, ค่าส่งสัญญาณ, เงินนำส่งกองทุน USO และกฎระเบียบเซ็นเซอร์ที่เข้มงวด ขณะที่แพลตฟอร์ม OTT ข้ามชาติ ดึงเม็ดเงินโฆษณาและเวลาดูของคนไทยไปจำนวนมาก แต่กลับไม่มีภาระต้นทุนเหล่านี้

สมาคมฯ จึงเสนอให้แผนแม่บทหลังปี 2572 ต้องมีกลไกกำหนดมาตรฐานและภาระต้นทุนของ OTT ให้เท่าเทียมกับทีวีไทย รวมถึงภายใต้ OTT ที่เกิดขึ้น ยังมีผลต่อเนื้อหาที่ไร้การควบคุม และยังไม่สามารถเอาผิดได้ อย่างเคสล่าสุดไลฟ์อนาจารผ่านเฟซบุ๊ก

​ขณะที่ พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำประธาน กสทช. ในฐานะโฆษกด้านกฎหมาย เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ และให้คำมั่นว่า จะพิจารณาแผนแม่บทได้ทันกำหนดภายใน 2 ปีที่เหลือแน่นอน และจะไม่ให้กระทบหรือสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการรายเดิม โดยมีแนวทางและมาตรการเยียวยารองรับ ซึ่งในวันนี้ มีการประชุมบอร์ด กสทช.ชุดใหญ่ โดยมีวาระนี้เข้าสู่ที่ประชุมด้วยอยู่แล้ว ส่วนที่ผ่านมาแม้มีการนำบรรจุเข้าวาระ แต่ยังไม่ได้พิจารณา เพราะมีวาระอื่นที่ต้องพิจารณาก่อน

​สำหรับรูปแบบการจัดสรรคลื่นความถี่ในอนาคต กสทช.เปิดเผยข้อมูลสำคัญ จะ​ยังคงใช้วิธีการ "ประมูล" ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วน​ราคาตั้งต้นการประมูลอาจไม่สูงเท่าเดิม โดยจะปรับลดให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริงและสภาพเศรษฐกิจ รวมทั้ง​นำปัจจัยภายนอกมาคำนวณราคา เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปดูสื่อผ่านมือถือ รวมถึงภาวะสงคราม ราคาน้ำมัน และต้นทุนพลังงานของช่องทีวี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้

ส่วนการกำกับ OTT นั้น เห็นว่าเรื่องนี้ต้องให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการตัดสินใจและสั่งการ เพราะมีหลายหน่วยเกี่ยวข้อง อาจไม่ใช่หน้าที่หลักของ กสทช. แต่ กสทช.พร้อมร่วมมือตามแนวทางของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคมเป็นวงกว้าง

อ่านข่าว :

ครม.เคาะงบ 2 พันล้าน ผลิตครูคุณภาพสูงเพื่อพัฒนาท้องถิ่น 1.6 หมื่นคน

รัฐบาลเลื่อนประชุม ครม. สัญจร วันที่ 8 - 9 มิ.ย.นี้

ไทยยังเป็นหมุดหมายของต่างชาติ 5 เดือน นักท่องเที่ยวแห่เข้าไทย 13 ล้านคน