ผู้ว่าฯ กทม. และนายกพัทยา ใครทำอะไร มีอำนาจแค่ไหน?

การเมือง
12:34
จำนวนผู้ชม 41
Thai PBS
ผู้ว่าฯ กทม. และนายกพัทยา ใครทำอะไร มีอำนาจแค่ไหน?
ทำความเข้าใจ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร - สภากรุงเทพมหานคร - นายกเมืองพัทยา และ สมาชิกสภาเมืองพัทยา ใครทำอะไร มีอำนาจแค่ไหน การบริหารงานเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

การเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00-17.00 น. ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเมืองท้องถิ่นไทย เนื่องจากผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจะเป็นผู้กำหนดนโยบาย ทิศทางการพัฒนาเมือง และการจัดสรรงบประมาณที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับชื่อตำแหน่งเหล่านี้ แต่ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่อาจไม่รู้ว่า ผู้ว่าฯ กทม. ส.ก. นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา มีบทบาท อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบอย่างไร รวมถึงเหตุใดการเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่ออนาคตของกรุงเทพฯ และเมืองพัทยาในช่วง 4 ปีข้างหน้า

เมื่อพูดถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น ตำแหน่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดสองตำแหน่ง คือ "ผู้ว่าฯ กทม." และ "นายกเมืองพัทยา" เพราะเป็นผู้บริหารท้องถิ่นที่ประชาชนเลือกตั้งโดยตรง และมีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ แม้ทั้งสองตำแหน่งจะมีสถานะเป็น "ผู้บริหารท้องถิ่น" เหมือนกัน แต่มีอำนาจหน้าที่และขอบเขตการบริหารแตกต่างกันตามกฎหมายเฉพาะที่กำหนดไว้สำหรับกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา

ผู้ว่าฯ กทม. ผู้บริหารมหานครขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ

กรุงเทพมหานครไม่เพียงเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย แต่ยังเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่มีโครงสร้างการบริหารแตกต่างจากจังหวัดอื่น ๆ ด้วยจำนวนประชากรมากกว่า 5 ล้านคน และงบประมาณประจำปีระดับหลายหมื่นล้านบาท ทำให้ผู้ว่าฯ กทม. ถือเป็นผู้บริหารท้องถิ่นที่มีอำนาจและบทบาทมากที่สุดตำแหน่งหนึ่งของไทย

ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีอำนาจหน้าที่ ทั้งกำหนดนโยบาย บริหารราชการ อนุมัติ อนุญาต สั่งการ และกำกับดูแลหน่วยงานต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้าง กทม. ทั้งหมด

อำนาจสำคัญของ ผู้ว่าฯ กทม.

  • กำหนดนโยบายและทิศทางพัฒนาเมือง ผู้ว่าฯ กทม. สามารถกำหนดนโยบายด้านการพัฒนาเมือง การคมนาคม สิ่งแวดล้อม การศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ
  • ดูแลบริการสาธารณะในเมือง ครอบคลุมการจัดการถนน ทางเท้า ระบบระบายน้ำ การจราจร ขนส่งสาธารณะ สวนสาธารณะ การเก็บขยะ และการป้องกันน้ำท่วม
  • รับมือภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉิน มีอำนาจสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ อาคารถล่ม หรือเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ
  • ดูแลการศึกษาและสาธารณสุข กรุงเทพมหานครมีโรงเรียนและโรงพยาบาลในสังกัดจำนวนมาก ผู้ว่าฯ กทม. จึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายด้านการศึกษา การดูแลสุขภาพประชาชน และการพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณสุขของเมือง
  • มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนรองผู้ว่าฯ กทม. เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ รวมถึง แต่งตั้งและถอดถอนผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษาหรือคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. หรือคณะกรรมการต่าง ๆ เพื่อช่วยขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจของกรุงเทพมหานคร
  • นอกจากภารกิจของกรุงเทพมหานครแล้ว ผู้ว่าฯ กทม. ยังมีหน้าที่ดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือ รมว. มหาดไทย มอบหมาย อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ กทม. ไม่ได้มีอำนาจเหนือหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น ตำรวจ การรถไฟ การทางพิเศษ หรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ จึงต้องอาศัยการประสานงานกับรัฐบาลและกระทรวงต่าง ๆ ในหลายภารกิจสำคัญ

กฎหมายกำหนดอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครไว้อย่างกว้างขวางถึง 27 ด้าน จัดเป็นหมวดหลัก ๆ คือ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน, ด้านคุณภาพชีวิต, ด้านความสงบเรียบร้อย ส่วนอำนาจในทางกฎหมายและการเงิน คือ อำนาจในการเสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครต่อสภา กทม. รวมทั้งเสนอร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนงาน

โดยมาตรา 89 ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 บัญญัติถึง "ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายอื่น" หมายความว่าหากมีกฎหมายเฉพาะที่ให้อำนาจหน่วยงานส่วนกลางไว้ อำนาจผู้ว่าฯ ก็จะถูกจำกัดลงทันที

ข้อจำกัดดังกล่าวจึงเป็นความท้าทายสำคัญของผู้ว่าฯ กทม. ในการบริหารมหานครขนาดใหญ่ เพราะหลายปัญหาของกรุงเทพฯ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการประสานงานกับหน่วยงานส่วนกลาง มีกฎหมายเฉพาะของตัวเอง และปฏิบัติงานภายใต้นโยบายของกระทรวงอีกทอดหนึ่งเช่นกัน

โครงสร้างการบริหาร กรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานคร แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 50 เขต มีสำนักงานใหญ่เรียกว่า ศาลาว่าการกรุงเทพ

1. ผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้บริหารสูงสุดของกรุงเทพมหานคร มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มีวาระ 4 ปี

2. สภากรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติของกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย สมาชิกสภากรุงเทพมหานครมาจากการเลือกตั้งมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 4 ปี

3. สำนัก และสำนักงานเขต : การบริหารของกรุงเทพมหานครมีการแบ่งโครงสร้างการบริหารประกอบด้วยสำนักและ สำนักงานเขต สำนักงานเป็นการแบ่งการบริหารงานกรุงเทพมหานครตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ปัจจุบันประกอบด้วย 16 สำนัก ส่วนสำนักงานเขตเป็นการแบ่งการบริหารงานตามพื้นที่ และมีบทบาทความรับผิดชอบในการจัดบริการสาธารณะให้ประชาชนโดยตรง ผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารของสำนักงานเขต คือ ผู้อำนวยการเขต ซึ่งเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร

ผู้ว่าฯ กทม. ย้อนหลังกว่า 40 ปี มีใครบ้าง

  • พล.ต.จำลอง ศรีเมือง (ครั้งที่ 1 ระหว่าง 14 พ.ย. 2528-14 พ.ย. 2532 ครั้งที่ 2 ระหว่าง 7 ม.ค. 2533-22 ม.ค. 2535)
  • ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา (19 เม.ย. 2535-18 เม.ย. 2539)
  • นายพิจิตต รัตตกุล (2 มิ.ย. 2539-2542)
  • นายสมัคร สุนทรเวช (21 ก.ค. 2544-22 ก.ค. 2547)
  • นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน (29 ส.ค. 2547-19 พ.ย. 2551)
  • ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร (ครั้งที่ 1 ระหว่าง 14 ม.ค. 2552-10 ม.ค. 2556) ครั้งที่ 2 วันที่ 29 มี.ค. 2556 - 18 ต.ค. 2559)
  • พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง (18 ต.ค. 2559 - 24 มี.ค.2565)
  • นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (1 มิ.ย. 2565 - ปัจจุบัน)

ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มาจากหลากหลาย ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ ตำรวจ และบุคคลภาคเอกชน

นายกเมืองพัทยา ผู้บริหารเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

เมืองพัทยาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษแห่งที่ 2 ของประเทศไทย ต่อจากกรุงเทพมหานคร จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2521 โดยมีพื้นที่รับผิดชอบใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

การยกระดับเป็นองค์กรปกครองรูปแบบพิเศษมีที่มาจากบทบาทของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยว ซึ่งรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากและเผชิญปัญหาด้านการบริหารจัดการเมืองที่ซับซ้อน จึงจำเป็นต้องมีระบบบริหารที่แตกต่างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วไป

โครงสร้างการบริหารเมืองพัทยา

ในปี พ.ศ. 2542 ได้มีการจัดโครงสร้างการบริหารเมืองพัทยาใหม่ โดยการตรา พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 เป็นการปรับเปลี่ยนกฎหมายเมืองพัทยาให้เป็นไปตามกรอบกติกาของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ในฉบับนี้ กำหนดรูปแบบโครงสร้างแตกต่างไปจากเดิมหลายประการ

โครงสร้างการบริหารเมืองพัทยาในปัจจุบันประกอบไปด้วยฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ โดยมี "นายกเมืองพัทยา" ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีอำนาจในการวางนโยบาย และสั่งการหน่วยงานราชการเมืองพัทยา

หลักเกณฑ์และวิธีการสมัครรับเลือกตั้งและการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา จะเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น โดยนายกเมืองพัทยาจะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง และจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ และสามารถแต่งตั้งรองนายกเมืองพัทยาเพื่อช่วยเหลือในการบริหารราชการเมืองพัทยาได้จำนวนไม่เกิน 4 คน

ส่วนฝ่ายนิติบัญญัตินั้นมี "สภาเมืองพัทยา" ประกอบด้วย สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเมืองพัทยา จำนวน 24 คน อยู่ในวาระคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง และให้สภาเมืองพัทยาเลือกสมาชิกเป็นประธานสภา 1 คน และรองประธานสภา 2 คน มีหน้าที่ดำเนินการประชุมและดำเนินกิจการอื่นให้เป็นไปตามข้อบังคับเมืองพัทยา (มาตรา 26-27)

นอกจากนี้ ยังมีปลัดเมืองพัทยาให้ทำหน้าที่เลขานุการสภาเมืองพัทยา มีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการ และการจัดประชุมและงานอื่นใดตามที่สภาเมืองพัทยามอบหมาย

นายกเมืองพัทยามีอำนาจหน้าที่ อะไรบ้าง

  • กำหนดนโยบายและรับผิดชอบในการบริหารราชการของเมืองพัทยาให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบัญญัติ และนโยบาย
  • สั่ง อนุญาต และอนุมัติเกี่ยวกับราชการของเมืองพัทยา
  • แต่งตั้งและถอดถอนรองนายกเมืองพัทยา เลขานุการนายกเมืองพัทยา ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา ประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษาหรือคณะที่ปรึกษา
  • วางระเบียบเพื่อให้งานของเมืองพัทยาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
  • ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย หรือตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกเมืองพัทยาหรือนายกเทศนตรีหรือคณะเทศมนตรี

ในส่วนของฝ่ายบริหารนี้ก็ยังมีการจัดแบ่งส่วนราชการของเมืองพัทยา (มาตรา 54-56) ออกเป็น

1.สำนักปลัดเมืองพัทยา ซึ่งมีปลัดเมืองพัทยาเป็นหัวหน้า ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานเมืองพัทยาและลูกจ้างเมืองพัทยาจากนายกเมืองพัทยา และรับผิดชอบควบคุมดูแลราชการประจำของเมืองพัทยาให้เป็นไปตามนโยบาย และมีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามที่นายกเมืองพัทยามอบหมาย

2.ส่วนราชการอื่น ตามที่นายกเมืองพัทยาประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทย

ผู้ว่าฯ กทม. และนายกพัทยา ใครมีอำนาจมากกว่ากัน

หากเปรียบเทียบในเชิงขนาดและงบประมาณ ผู้ว่าฯ กทม. มีอำนาจบริหารกว้างขวางกว่า เนื่องจากต้องดูแลประชากรจำนวนมาก พื้นที่ขนาดใหญ่ และภารกิจด้านบริการสาธารณะที่ซับซ้อนกว่า

ขณะที่นายกเมืองพัทยา แม้จะมีพื้นที่รับผิดชอบเล็กกว่า แต่มีบทบาทเฉพาะด้านการบริหารเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ซึ่งต้องรับมือกับนักท่องเที่ยวหลายล้านคนต่อปี และมีความท้าทายเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

ทั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยา เป็น “ผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง” มีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี และมีอำนาจบริหารเมืองในระดับใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด

ผู้ว่าฯ กทม. เปรียบเสมือน "ซีอีโอของมหานคร" ที่ต้องดูแลเมืองหลวงทั้งระบบ ขณะที่นายกเมืองพัทยา คือ "ซีอีโอของเมืองท่องเที่ยว" ที่มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

อ้างอิงข้อมูล : อ้างอิงข้อมูล สถาบันพระปกเกล้า (1, 2, 3) ,ilaw, กรุงเทพมหานคร