เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2569 ผู้ประท้วงชาวเคนยาแต่งกายด้วยชุดป้องกันเชื้อโรค หรือชุด PPE พร้อมกับแบกวัตถุคล้ายโลงศพ ออกมาชุมนุมกันด้านหน้าที่ทำการกระทรวงสาธารณสุขเคนยา ในกรุงไนโรบี เพื่อแสดงพลังคัดค้านแผนการจัดตั้งศูนย์กักกันผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสอีโบลาในเคนยา เพื่อรองรับผู้ต้องสงสัยติดเชื้อที่เป็นพลเมืองอเมริกัน ซึ่งผู้ประท้วงระบุว่า การตัดสินใจนี้เปรียบเสมือนการนำเข้าเชื้ออีโบลาเข้ามาในประเทศ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเคนยา วางกำลังขัดขวางไม่ให้กลุ่มผู้ประท้วงเข้าไปด้านในที่ทำการของกระทวงสาธารณสุขได้ รวมถึงควบคุมตัวผู้ประท้วงบางคนออกจากบริเวณดังกล่าวด้วย
กระแสต่อต้านแผนการดังกล่าวยังแพร่ขยายไปเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะที่เมืองนันยูกิ จังหวัดไลคิเปีย ทางตอนกลางของประเทศ ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งของฐานทัพอากาศ ที่จะใช้เป็นสถานที่จัดตั้งศูนย์กักกันโรคตามแผน มีประชาชนออกมาเดินขบวนประท้วงตามท้องถนนหลายร้อยคน โดยสถานการณ์การชุมนุมเป็นไปอย่างดุเดือด ผู้ประท้วงบางส่วนเผายางรถยนต์และเดินหน้าปิดกั้นถนนต่อเนื่อง ทำให้ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม ขณะที่มีรายงานด้วยว่า มีประชาชนถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการประท้วงแล้วอย่างน้อย 2 คน
ผู้นำเคนยาป้องแผนตั้งศูนย์กักกันโรคอีโบลา
แม้ว่าจะเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ วิลเลียม รูโต ประธานาธิบดีเคนยา ยังคงออกมาปกป้องแผนการจัดตั้งศูนย์กักกันโรคอีโบลา ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ โดยย้ำว่า แผนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขของเคนยา ที่ขยายวงกว้างยิ่งขึ้นและแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือด้านนี้ ระหว่างเคนยากับสหรัฐฯ ที่มีมายาวนาน พร้อมทั้งย้ำด้วยว่า รัฐบาลรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ ดังนั้นประชาชนควรวางใจได้
ขณะที่ศาลสูงเคนยา สั่งขยายเวลาบังคับใช้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งให้ระงับแผนการจัดตั้งศูนย์กักกันโรคอีโบลาไว้ก่อน พร้อมทั้งยังสั่งให้รัฐมนตรีสาธารณสุขเคนยา เปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงเรื่องแผนดังกล่าวที่ทำไว้กับสหรัฐฯ รวมถึงข้อมูลการประเมินด้านสุขภาพ ความปลอดภัยทางชีวภาพ และการอนุมัติแผนการตามระเบียบปฏิบัติทั้งหมดให้สาธารณชนได้รับทราบด้วย
ดีอาร์คองโกเปิดสนามบินในพื้นที่อีโบลาระบาดอีกครั้ง
ส่วนบรรยากาศที่สนามบินในเมืองบูเนีย ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาระลอกนี้ ทางการดีอาร์คองโกตัดสินใจเปิดให้บริการสนามบินดังกล่าว สำหรับเที่ยวบินพาณิชย์อีกครั้งเมื่อวานนี้ หลังจากประกาศปิดมานาน 1 สัปดาห์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา
โดยเจ้าหน้าที่สนามบินระบุว่า ได้เตรียมพร้อมมาตรการป้องกันโรคหลายอย่างไว้ก่อนการเปิดสนามบินแล้ว ทั้งติดตั้งจุดล้างมือและตรวจวัดอุณหภูมิ ขณะที่เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกที่ปฏิบัติการในพื้นที่ระบุว่า การเปิดสนามบินบูเนียอีกครั้งถือเป็นสัญญาณที่ดีของการรับมือกับการแพร่ระบาดด้วยเช่นกัน
อนามัยโลกเผยยอดต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลาลดลง
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดเผยพัฒนาการล่าสุดของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในแอฟริกา โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.พบผู้ป่วยที่ยืนยันว่า ติดเชื้ออีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกแล้ว 321 คนและมีผู้ป่วยต้องสงสัยอีก 116 คน ซึ่งจำนวนผู้ป่วยดังกล่าวลดลงกว่าก่อนหน้านี้หลายร้อยคน
โฆษกองค์การอนามัยโลกชี้แจงว่า สาเหตุที่ตัวเลขเหล่านี้ลดลงอย่างมาก เป็นเพราะก่อนหน้านี้ การนับยอดผู้ป่วยต้องสงสัยจะรวมถึงทุกคนที่มีอาการหรืออยู่ในข่ายต้องเฝ้าระวัง แต่เมื่อมีการตรวจหาเชื้ออย่างแน่ชัดแล้ว ตัวเลขจะผันผวนไปเรื่อย ๆ พร้อมทั้งเสริมว่า ตัวเลขผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อล่าสุดนี้ นับเฉพาะแค่คนที่ติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูโจเท่านั้น
ด้าน เทดรอส อะดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจลงพื้นที่การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโก ออกมาเรียกร้องให้เสริมสร้างระบบสาธารณสุขในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้ออีโบลา หลังจากปัญหาดังกล่าวถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการตรวจหาเชื้อและควบคุมโรค
อ่านข่าว :
โลกจับมือเร่งพัฒนาวัคซีนต้านอีโบลาสายพันธุ์หายาก "บุนดีบูโจ"
"ศาลเคนยา" สั่งระงับแผนตั้งศูนย์กัก "โรคอีโบลา" ของสหรัฐฯ
"ดีอาร์ คองโก" ต้องสงสัยป่วย "อีโบลา" ทะลุ 1,000 คน ตายแล้ว 246 คน










