วันนี้ (3 มิ.ย.2569) รายงานข่าวแจ้งว่า รัฐบาลไทยยืนยันจุดยืนต่อกรณีข้อพิพาททางทะเลและสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า การยกเลิกบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU 2544 ของไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดทางสู่การเจรจารอบใหม่เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่าง 2 ประเทศ ไม่ได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธพันธกรณีระหว่างประเทศตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้าง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐบาลไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ในประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่าง 2 ประเทศ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเข้าร่วมประชุมคณะมนตรีองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระดับรัฐมนตรี ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระบุว่า การดำเนินการของกัมพูชาในครั้งนี้ ไม่ได้ช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งข้อมูลและข้อกล่าวอ้างบางส่วนที่ถูกนำเสนอไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
นายสีหศักดิ์อธิบายว่า สาเหตุสำคัญที่ไทยตัดสินใจยกเลิก MOU 2544 เนื่องจากกลไกเดิมไม่สามารถสร้างความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงต้องการเปิดโอกาสให้มีการเจรจาใหม่ เกี่ยวกับการกำหนดเขตแดนทางทะเลและการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนร่วมกันภายใต้กรอบของ UNCLOS อย่างไรก็ตาม กัมพูชากลับตีความว่า การยกเลิกดังกล่าวเป็นความพยายามหลีกเลี่ยงพันธกรณี ซึ่งไทยยืนยันว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
รมว.ต่างประเทศ ยังระบุว่า กระบวนการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS เป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน และในช่วงเวลาดังกล่าวทั้ง 2 ประเทศ จะไม่สามารถกำหนดเขตแดนทางทะเลอย่างชัดเจน หรือเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนร่วมกันได้ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาอาจยืดเยื้อออกไปอีกเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ ไทยยังเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว โดยนายสีหศักดิ์จะใช้โอกาสระหว่างการเดินทางในประเทศฝรั่งเศส หารือกับที่ปรึกษากฎหมายชาวฝรั่งเศสของไทย เพื่อกำหนดแนวทางรับมือหากกัมพูชาเดินหน้ากระบวนการประนอมภาคบังคับอย่างเป็นทางการ พร้อมมองว่า การเลือกใช้แนวทางดังกล่าวของกัมพูชา เป็นการลดโอกาสของการหารือในประเด็นอื่น ๆ และสะท้อนถึงความยากลำบากในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศในระยะต่อไป
ในส่วนของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างกำลังทหารทั้ง 2 ฝ่าย บริเวณแนวลวดหนามพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ยืนยันว่า ภาพรวมสถานการณ์ยังคงเป็นปกติ และเชื่อมั่นว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
รมว.กลาโหม ยังกล่าวถึงความกังวลของสังคมที่เกรงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่การปะทะรอบใหม่ โดยยืนยันว่าทหารไทยปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎการปะทะอย่างเคร่งครัด และทุกหน่วยในพื้นที่ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของกองทัพ
ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ได้ปรับกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยให้เร็วขึ้น 1 วัน และมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 5 มิ.ย. เพื่อเตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงและท่าทีของไทยต่อคณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทไทย-กัมพูชาและแนวทางการดำเนินการของรัฐบาลในระยะต่อไป
อ่านข่าว :
ปภ.เตือน 6 จังหวัดภาคใต้ ระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน 3-8 มิ.ย.
"ไทยช่วยไทยพลัส" 2 วัน ปชช.ใช้สิทธิ 14 ล้านคน ยอดทะลุ 4,500 ล้านบาท
รบรอบใหม่ "สหรัฐฯ" โจมตี "อิหร่าน" ตอบโต้ยิงขีปนาวุธใส่คูเวต-บาห์เรน
"เอกนิติ" แจงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตัดสิทธิผู้ที่ลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี ยันต้องให้คนเดือดร้อนที่สุด

