วันนี้ (3 มิ.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสำรวจสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ณ ตลาดศรีย่าน ภายใต้ "โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40"
นายอนุทินกล่าวว่า จากการสอบถามความคิดเห็นของกลุ่มผู้บริโภค และผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่ ได้รับกระแสตอบรับและเสียงสะท้อนในเชิงบวกเป็นอย่างมาก ประชาชนคึกคักออกมาใช้สิทธิ ซึ่งโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักในการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
จากการตรวจสอบสภาพการซื้อขายจริงพบว่า ประชาชนไม่ได้จำกัดการใช้สิทธิ์เพียงแค่ร้านอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงร้านขายของชำและร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้สิทธิต่างพึงพอใจ ที่สามารถลดภาระค่าครองชีพลงได้ สำหรับข้อเสนอของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินโครงการลักษณะนี้ต่อไป นายกฯ ยืนยันหากมาตรการดังกล่าวส่งผลดีต่อระบบหมุนเวียนเศรษฐกิจ รัฐบาลย่อมมีหน้าที่ในการพิจารณาจัดทำโครงการใหม่ ๆ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ยังเหลืออีก 3 ล้านสิทธิ์ ย้ำไม่มีใครเสียสิทธิ์
ส่วนความคืบหน้าการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ นายกฯ ชี้แจงว่า รัฐบาลได้เปิดกรอบไว้ทั้งสิ้น 30 ล้านสิทธิ์ มีผู้เข้ามาลงทะเบียนรับสิทธิ์แล้วประมาณ 27 ล้านสิทธิ์ ยังคงมีสิทธิ์คงเหลืออีกประมาณ 3 ล้านสิทธิ์ ประเด็นนี้ไม่ได้ทำให้ประชาชนเสียสิทธิ์แต่อย่างใด แต่ในทางกลับกัน จะส่งผลให้รัฐบาลมียอดการกู้เงินภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ในจำนวนที่ลดลงตามการใช้งานจริง และสามารถนำงบประมาณส่วนที่เหลือดังกล่าวไปจัดสรรเพื่อใช้ประโยชน์ในโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ ภายใต้กรอบระเบียบของ พ.ร.ก. เงินกู้ได้
นอกจากนี้ สำหรับวาระการประชุมของพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับแนวทางการตั้งคณะกรรมาธิการติดตามการจ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว นายกฯ ระบุว่า จะต้องรอข้อสรุปจากการประชุมพรรคก่อน แต่อย่างไรก็ตาม โครงสร้างและแนวทางการจัดตั้งคณะกรรมาธิการมีระเบียบข้อบังคับกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว
ดรามาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังไม่ทบทวนเกณฑ์รอบนี้
สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ใหม่ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ระบุว่า หากบุตรนำสิทธิ์ของบิดามารดาไปใช้ในการลดหย่อนภาษี จะส่งผลให้บิดามารดาขาดคุณสมบัติและถูกตัดสิทธิ์ในการรับเกื้อหนุนจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนทำให้เกิดกระแสดรามาว่า เกณฑ์ดังกล่าวมีความเข้มงวดจนเกินไปนั้น
นายอนุทินยอมรับว่า โครงการที่ครอบคลุมการดูแลประชาชนจำนวนมากถึง 30 ล้านคน ย่อมมีทั้งผู้ที่พึงพอใจและไม่พึงพอใจ กรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลคาดไม่ถึงหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะไม่ทบทวนหรือเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ในรอบปัจจุบัน เนื่องจากกระบวนการลงทะเบียนเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่น้อมรับข้อมูลความพึงพอใจดังกล่าว ไปปรับปรุงประสิทธิภาพและเงื่อนไข ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบถัดไป โดยได้มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นผู้รับผิดชอบชี้แจงรายละเอียดในเชิงนโยบายต่อไป
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ยังพบปัญหาร้านค้าบางส่วนไม่เข้าร่วมโครงการเนื่องจากข้อจำกัดด้านความเข้าใจในระบบสแกนและการตรวจสอบยอดเงิน ซึ่งรัฐบาลจะนำปัญหานี้ไปปรับปรุงด้านการประชาสัมพันธ์ต่อไป
ปมร้านค้าห้วยขวางรับเงินหยวน ยืนยัน จนท.ตรวจสอบทุกวัน
นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้ชี้แจงถึงกรณีที่มีข้อร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวและประชาชน ในพื้นที่ย่านห้วยขวาง เกี่ยวกับประเด็นร้านค้าในพื้นที่รับชำระค่าสินค้าและบริการ เป็นสกุลเงินหยวนแทนสกุลเงินบาท โดยยืนยันว่า กลไกภาครัฐและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมถึงตำรวจได้เข้าตรวจสอบและดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดในพื้นที่ดังกล่าวแทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างชาติ การข่มขู่ หรือการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ
การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และความยุติธรรมอย่างเคร่งครัด ส่วนกรณีที่มีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐบางราย เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในส่วนกลางนั้น ถือเป็นขั้นตอนกระบวนการปกติทั่วไป เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความโปร่งใสในการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง
อ่านข่าว :
"อนุทิน" ชื่นชมทหารไทย ย้ำชายแดนไทย-กัมพูชายังคุมสถานการณ์ได้
พายุ "ชังมี" ถล่มญี่ปุ่น ยกเลิก 900 เที่ยวบิน-เตือน ปชช.พร้อมอพยพ
"ฟรอนเทียร์" ลงฉุกเฉิน ผู้โดยสารพยายามเปิดประตูฉุกเฉิน-บุกห้องนักบิน










