วันนี้ ( 4 มิ.ย.2569) นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึง กรณีมาเลเซียได้มีการระงับการนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ (Brown Tiger Prawn), กุ้งแชบ๊วย (Banana Prawn), กุ้งขาวแวนนาไม (Whiteleg Shrimp), กุ้งกุลาดำ (Giant Tiger Prawn) และกุ้งน้ำเงิน (Blue Shrimp) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป โดยจะดำเนินการต่อไปจนกว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย จะส่งคำตอบชี้แจงสำหรับแบบสอบถาม (Questionnaire) ด้านมาตรฐานความปลอดภัยให้ทางการมาเลเซียอย่างครบถ้วน จึงจะมีการนำมาประเมินมาตรการนี้ใหม่อีกครั้งนั้น
นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์
หากเปรียบเทียบกับการดำเนินมาตรการของไทยแล้ว ถือว่าเป็นการดำเนินการที่กระชั้นชิด ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า และไม่เปิดโอกาสให้ไทยได้ชี้แจงและกำหนดมาตรการรองรับ (มาเลเซียแจ้งให้ไทยทราบมาตรการผ่านหนังสือสถานทูตมาเลเซียลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทย (สำเนาเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์)
โดยในช่วงที่ผ่านมาปลากะพงขาวจากมาเลเซียเริ่มเข้าสู่ตลาดไทยในปริมาณสูงขึ้น ไทยพบว่า ปลากะพงขาวนำเข้ามีสารเคมีและยาปฏิชีวนะตกค้าง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนชาวไทย ดังนั้น เพื่อเป็นการปกป้องและรักษาสุขภาพของประชาชน รัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินมาตรการตรวจสอบปลากะพงนำเข้าจากมาเลเซียตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก ทุกมาตรการได้ดำเนินการอย่างครบถ้วนและถูกต้องตามขั้นตอนร่วมกับฝ่ายมาเลเซียเพื่อคัดกรองคุณภาพของสินค้าปลากะพงให้ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค และยกระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบมากขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่ปลายปี 2568 เป็นต้นมา
พณ.เร่งช่วยเกษตรกรกุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ผุด 13 มาตรการช่วยเหลือหวังดูดซับ 400 ตัน/เดือน
ทั้งนี้รัฐบาลไทย โดย กรมประมง และ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) มีกำหนดประชุมหารือเป็นการเร่งด่วน เพื่อเร่งคลี่คลายประเด็นดังกล่าว และกระทรวงพาณิชย์ พร้อมยกระดับหยิบยกขึ้นหารือในเวทีที่เกี่ยวข้องในระดับ WTO และอาเซียน โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กัวลาร์ลัมเปอร์ จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด
สำหรับมาตรการการช่วยเหลือเกษตกรผู้เลี้ยงกุ้งและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบนั้น การส่งออกสินค้ากุ้งของไทยไปยังมาเลเซีย ในช่วงปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-400 ตันต่อเดือน หรือคิดเป็นมูลค่าเฉลี่ย ประมาณ 44 ล้านบาทต่อเดือน กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการมอบหมายให้หน่วยงานภายใต้สังกัดทั้งในและต่างประเทศ เร่งหาตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ ดำเนินมาตรการในเบื้องต้น 13 มาตรการ เป้าหมายดูดซับได้เดือนละไม่น้อยกว่า 400 ตัน ต่อเดือน ดังนี้
พณ.เร่งช่วยเกษตรกรกุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ผุด 13 มาตรการช่วยเหลือหวังดูดซับ 400 ตัน/เดือน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดหาแหล่งนำเข้าทดแทนโดยเฉพาะตลาดสำคัญ เช่น จีน สหรัฐ ญี่ปุ่น และหาตลาดTop Thai Brands คุนหมิง 11 – 16 มิ.ย.69, เซี่ยเหมิน 8 -11 ก.ย.69 /Thailand Week หลานโจว 9 – 13 ก.ค. 69/จัดกิจกรรม Online Business Matching สินค้ากุ้ง /เปิดจุดรับซื้อกุ้ง โดยตรงในแหล่งผลิตในพื้นที่เป้าหมาย อาทิ สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ฉะเชิงเทรา เป็นต้น รวมถึงการเชื่อมโยงผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตกุ้งจากแหล่งผลิตพื้นที่เป้าหมาย /นำผู้ส่งออกและโรงงานแปรรูปรับซื้อโดยตรงจากแหล่งผลิตพื้นที่เป้าหมายเป็นต้น
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ไม่ต้องกังวล เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการดูแลเกษตรกร และเร่งหาตลาดสำหรับปัญหาดังกล่าวแล้ว ซึ่งการดูดซับได้เดือนละไม่น้อยกว่า 400 ตัน ต่อเดือน สามารถดำเนินการได้ทันที และพร้อมเจรจาเพื่อหาทางออกเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ส่งออก
อ่านข่าว:
คนเลี้ยงกุ้งเตรียมยื่นหนังสือ รมว.เกษตรฯ หลังมาเลเซียระงับนำเข้า 5 สายพันธุ์
อานิสงส์รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก โอกาสทอง "ยางล้อไทย" สนค.ชี้ดีมานด์สูง
คนเลี้ยงกุ้ง ท้อรายได้หาย วิดน้ำในบ่อ จับ "ปลาหมอคางดำ" เกือบ 20 ตัน










