ขึ้นเครื่องต้องรู้ CAAT คุมเข้ม "พาวเวอร์แบงก์" ออกข้อกำหนดใหม่ยกระดับความปลอดภัยการบิน

สังคม
10:51
จำนวนผู้ชม 50
Thai PBS
 ขึ้นเครื่องต้องรู้ CAAT คุมเข้ม "พาวเวอร์แบงก์" ออกข้อกำหนดใหม่ยกระดับความปลอดภัยการบิน
CAAT ออกข้อกำหนดใหม่เกี่ยวกับการนำ "พาวเวอร์แบงก์" ขึ้นเครื่องบิน กำหนดให้พกพาได้เฉพาะสัมภาระติดตัว ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่อง พร้อมห้ามชาร์จหรือใช้งานพาวเวอร์แบงก์ระหว่างเที่ยวบิน ยกระดับความปลอดภัยการบิน สอดรับมาตรฐาน ICAO

วันนี้ (4 มิ.ย.2569) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. ออก "ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 122 ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพาแบตเตอรี่ลิเทียมไปกับอากาศยาน" เพื่อยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในการขนส่งทางอากาศ และให้สอดคล้องกับสำหรับการขนส่งวัตถุอันตรายทางอากาศโดยปลอดภัย (Technical Instruction for the Safe Transport of Dangerous Goods by Air) ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

ข้อกำหนดดังกล่าว มีสาระสำคัญในการกำหนดแนวทางการนำแบตเตอรี่ลิเทียมสำรอง หรือ พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ขึ้นเครื่องบินอย่างปลอดภัย เนื่องจาก พาวเวอร์แบงก์เป็นอุปกรณ์ที่ผู้โดยสารนิยมพกพาเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพา เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแบตเตอรี่ลิเทียม ถูกจัดเป็นวัตถุที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการขนส่งทางอากาศ หากเกิดความเสียหาย การจัดเก็บไม่เหมาะสม หรือใช้งานผิดวิธี อาจทำให้เกิดความร้อนสูง เกิดควัน หรือเกิดเพลิงไหม้ได้ CAAT จึงได้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในการนำพาวเวอร์แบงก์ติดตัวขึ้นเครื่องบิน โดยกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร ลูกเรือ และอากาศยาน

ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก เคยเกิดหลายเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ พาวเวอร์แบงก์และแบตเตอรี่ลิเทียมบนอากาศยาน อาทิ เหตุการณ์เมื่อต้นปี 2568 กรณีของสายการบิน Air Busan ของเกาหลีใต้ ซึ่งเตรียมทำการบินไปยังฮ่องกงเกิดเพลิงไหม้ภายในห้องโดยสาร

โดยผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า พาวเวอร์แบงก์ที่จัดเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ อาจเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ต้องอพยพผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดออกจากอากาศยาน และอากาศยานได้รับความเสียหายรุนแรง

นอกจากนี้ ยังมีกรณีของสายการบิน IndiGo ประเทศอินเดีย ซึ่งเกิดเหตุพาวเวอร์แบงก์ลุกไหม้ภายในห้องโดยสารหลังอากาศยานลงจอด ณ เมืองจัณฑีครห์ ส่งผลให้ต้องอพยพผู้โดยสารฉุกเฉินและหยุดการปฏิบัติการของเที่ยวบิน เพื่อดำเนินการตรวจสอบด้านความปลอดภัย

สำหรับประเทศไทยเอง ก็เคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันหลายกรณี โดยหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เส้นทางเกาะสมุย–ฮ่องกง ซึ่งเกิดเหตุ พาวเวอร์แบงก์ของผู้โดยสารมีความร้อนสูงจนเกิดควัน และเพลิงไหม้ระหว่างทำการบิน ทำให้พื้นห้องโดยสารได้รับความเสียหายบางส่วน

ส่งผลให้นักบินต้องเปลี่ยนเส้นทางและลงจอดฉุกเฉินที่กรุงเทพฯ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ โดยลูกเรือสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่อีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นบนเที่ยวบินดอนเมือง-นครศรีธรรมราช ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งลูกเรือสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ และระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที

ขณะที่ในหลายประเทศยังมีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายๆ กันเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น ส่งผลให้บางเที่ยวบินที่เกิดเหตุ ต้องเปลี่ยนเส้นทางบิน ลงจอดฉุกเฉิน หรือหยุดการปฏิบัติการชั่วคราว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงจากแบตเตอรี่ลิเทียมเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ลูกเรือ และการดำเนินงานของระบบการบินโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ ICAO และหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินของหลายประเทศ เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการพาแบตเตอรี่ลิเทียมขึ้นอากาศยานอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้ข้อกำหนด กพท. ฉบับใหม่ ผู้โดยสารสามารถนำ พาวเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่องบินได้เฉพาะในรูปแบบสัมภาระพกพา (Carry-on Baggage) เท่านั้น ห้ามนำโหลดใต้ท้องเครื่อง (Checked Baggage) โดยเด็ดขาด

รวมถึงกำหนดให้ พาวเวอร์แบงก์ต้องมีค่าพลังงานไฟฟ้าไม่เกิน 100 Wh (หรือ 20,000 mAh) หรือหากเกิน 100 Wh แต่ไม่เกิน 160 Wh จะต้องได้รับอนุญาตจากสายการบินก่อนเดินทาง ทั้งนี้ ผู้โดยสารหนึ่งคนสามารถพกพา Power Bank ได้ไม่เกิน 2 ก้อน

นอกจากนี้ ข้อกำหนดยังระบุชัดเจนว่า ห้ามชาร์จ พาวเวอร์แบงก์จากแหล่งพลังงานใด ๆ บนอากาศยาน และห้ามใช้ พาวเวอร์แบงก์ชาร์จโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นระหว่างเที่ยวบิน

รวมถึงห้ามจัดเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Overhead Compartment) โดยให้เก็บไว้ในจุดที่สามารถหยิบใช้งานหรือเข้าถึงได้โดยสะดวก เช่น กระเป๋าหน้าที่นั่ง (Seat Pocket) พื้นที่ใต้ที่นั่งด้านหน้า หรือพกติดตัว เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุผิดปกติ เช่น ความร้อนสูงผิดปกติ ควัน หรือการลุกไหม้

พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวว่า ปัจจุบันแบตเตอรี่ลิเทียมและพาวเวอร์แบงก์เป็นอุปกรณ์ ที่ผู้โดยสารพกพาในการเดินทางทางอากาศอย่างแพร่หลาย แต่หากเกิดความเสียหาย การกระแทก หรือใช้งานไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดความร้อนสูง ควัน หรือเพลิงไหม้ได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการบินโดยตรง ดังนั้น การกำหนดมาตรการและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงรุก และสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสาร ลูกเรือ และการปฏิบัติการบินโดยรวม

ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวต่อว่า ข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมาย เพื่อสร้างข้อจำกัดต่อผู้โดยสาร แต่เป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้สอดคล้องกับแนวทางสากลของ ICAO และแนวปฏิบัติที่หลายประเทศทั่วโลกใช้ร่วมกัน เพื่อให้การเดินทางทางอากาศของไทยมีความปลอดภัยสูงสุด

ข้อกำหนดฉบับนี้ยังห้ามนำ พาวเวอร์แบงก์ที่ไม่ระบุค่าพลังงานไฟฟ้า หรือไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ขึ้นอากาศยาน รวมถึงกำหนดให้ผู้โดยสารต้องมีมาตรการป้องกันการลัดวงจร เช่น การเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิม หรือจัดเก็บแยกในถุงป้องกัน (Protective Pouch) เพื่อป้องกันการสัมผัสกับวัสดุโลหะหรือแบตเตอรี่อื่นระหว่างการเดินทาง

CAAT ขอความร่วมมือผู้โดยสารตรวจสอบข้อกำหนด เกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเทียมและพาวเวอร์แบงก์ ก่อนการเดินทางทุกครั้ง และปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยของสายการบินอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ลูกเรือ และระบบการบินโดยรวม รายละเอียดเพิ่มเติม : ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 122 ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพาแบตเตอรี่ลิเธียมไปกับอากาศยาน > https://www.caat.or.th/laws-regulations/203003/

เกษตรกรเร่งจับกุ้งขาย หลังราคาตกต่ำต่อเนื่อง

“พาณิชย์”ดันคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก ชูช่างฝีมือไทยสู่การเป็น“ของขวัญแห่งชาติ”

"อิมครานิบ 100" ยารักษามะเร็งพระราชทาน ล็อตแรก เตรียมกระจายสู่ รพ.ช่วยผู้ป่วย