เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2569 ตามเวลาท้องถิ่น สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมาก 215 : 208 ผ่านมติควบคุมการทำศึกในอิหร่านของสหรัฐฯ ที่เปิดฉากขึ้น เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 ได้สำเร็จ นับเป็นครั้งแรกที่สภาล่างสหรัฐฯ หลังจากพยายามมาแล้ว 4 ครั้ง ท่ามกลางปัญหาเงินเฟ้อ-เศรษฐกิจอื่น ๆ ในสหรัฐฯ ที่ชาวอเมริกันเผชิญจากผลกระทบศึก
รายงานระบุว่า ถึงแม้มติล่าสุดของสภาล่างสหรัฐฯ นี้จะไม่นำไปสู่การยุติศึกฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน-พันธมิตรในตะวันออกกลางในทันที แต่ก็เป็นขั้นตอนที่เป็นสัญลักษณ์ ที่จะหยุดยั้งปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน และ วุฒิสภาสหรัฐฯ จะพิจารณามตินี้เป็นขั้นตอนต่อไป ซึ่งมีวุฒิสภาพรรคริพับลิกันบางส่วนที่คัดค้านศึกในอิหร่านเช่นกัน
ถึงแม้สภาคองเกรสมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ที่จะประกาศสงคราม แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็มีอำนาจในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหาร ดังนั้น ถ้าวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติเห็นพ้องกับสภาล่างก็จะถือเป็นประเด็นใหม่ ที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายว่า ฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ที่มีอำนาจสูงสุดเกี่ยวกับการทำศึกภายใต้กฎหมายว่าด้วยอำนาจในการทำศึกของสหรัฐฯ ปี 2516 ทำเนียบขาวจะต้องผลักดันให้สภาคองเกรสไฟเขียวปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ใด ๆ ภายใน 60 วัน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ 2.0 ชี้ว่า ข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ -อิหร่านที่ประกาศเมื่อวันที่ 7 เม.ย.2569 ถือเป็นการหยุดยั้งปฏิบัติการที่เป็นปรปักษ์ต่ออิหร่านของสหรัฐฯ ภายในกรอบ 60 วัน
ทางด้าน เกรกอรี มีคส์ สส.สหรัฐฯ และ ประธานคณะกรรมการกิจการต่างประเทศของสภาล่างสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นแกนนำในการผลักดันมติดังกล่าว แถลงว่า ถึงเวลาที่ทรัมป์ควรจะดำเนินการในสิ่งที่ถูกต้อง และหยุดทำศึกในอิหร่านที่สร้างความเดือดร้อนต่อผู้คนในสหรัฐฯ จากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายงานคาดการณ์ว่า ทรัมป์จะปัดตกมตินี้ในที่สุด ถึงแม้จะผ่านขั้นตอนสุดท้ายจากสภาคองเกรส ก่อนหน้านี้ราว 2 สัปดาห์ ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคริพับลิกันก็สั่งปิดการประชุมกะทันหันเพื่อขัดขวางการลงมตินี้
ส่วน มาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเตือนเมื่อวานนี้ (3 มิ.ย.) ว่า กรณีที่สภาคองเกรสผ่านมติดังกล่าวอาจทำให้ฝ่ายอิหร่านคิดว่า รัฐบาลทรัมป์ 2.0 ถูกเชือกมัดมือทั้ง 2 ข้าง ไม่อาจต่อกรใด ๆ กับอิหร่านอีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ
รายงานระบุว่า สภาล่างสหรัฐฯ ยังได้มีมติในเบื้องต้นในวันเดียวกันตามการผลักดันของพรรคฝ่ายค้านเดโมแครตที่จะไฟเขียวให้สหรัฐฯ สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของยูเครนต่อรัสเซีย โดยจะมีการลงมติครั้งต่อไปภายในสัปดาห์นี้ รายงานยังได้คาดการณ์ว่า สภาล่างสหรัฐฯ จะมีมติปิดกั้นปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเลบานอนเช่นกัน
ทั้งนี้ อิหร่านยังคงปิดกั้นการสัญจรทางเรือส่วนใหญ่ในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานราว 1 ใน 5 ของตลาดโลก ในขณะที่การเจรจาสันติภาพฝ่ายสหรัฐฯ-อิหร่านก็ยังไม่ได้ข้อสรุป อีกทั้งการรุกโหมโจมตีเป้าหมายของกลุ่มเฮซบอลลาห์ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านในเลบานอนของอิสราเอลในระยะหลัง ๆ นี้ก็ยิ่งส่งผลให้ศึกทวีความยุ่งยากซับซ้อนขึ้น
อ่านข่าว :
"อิหร่าน" โจมตีเรือสินค้าใกล้ท่าเรืออิรัก ตอบโต้สหรัฐฯ










