ประเด็นถัดมาที่ "คอการเมือง" อยากรู้ แต่ยังไม่ได้คำตอบ เพราะผู้เฉลยดีที่สุดไม่แคล้วนายทักษิณเอง คือ "นายใหญ่" พรรคเพื่อไทย จะทำอะไรนับจากนี้ นอกจากให้เวลากับครอบครัวและเล่นกับหลาน ๆ
จะวางมือการเมือง หรือจะเดินหน้าต่อ หรือถอยฉากอยู่ห่าง ๆ ไม่ว่าจะทางเลือกไหน ล้วนเป็นที่สนใจของผู้คนทั้งสิ้น
ทาง 3 แพร่งในโอกาสใกล้ครบรอบวันเกิด 77 ปี วันที่ 26 ก.ค. จึงน่าสนใจว่า นายทักษิณจะเลี้ยวขวา ส่งต่อพรรคเพื่อไทยที่มีแกนนำคนรุ่นใหม่ ๆ อย่าง "ดร.เชน" ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ และ "อุ๊งอิ๊ง" น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่มีเลือดแท้ชินวัตร 100% เป็นคนสานต่อภารกิจต่อไป
หรือจะถอยกลับมายืนห่างอยู่วงนอก ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก หรือจะเลี้ยวซ้ายไปใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่ดูไบ ดังกระแสข่าวที่มีการโหมกระพือ
หลังจากมีข่าวอ้างคนวงในยืนยันนายทักษิณจะไปดูไบทันที หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ พร้อมสำทับว่า เพื่อเริ่มต้นของบทใหม่ของชีวิต โดยเพิ่มปัจจัยสำคัญ เพื่อไม่ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และเหล่าผู้นำในพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลต้องอึดอัดใจ เนื่องจากเคยเป็นผู้บังคับบัญชาและลูกน้องเก่ามาก่อน
ข่าวจุดพลุไปอยู่ดูไบ และพยายามขยายวงกว้างไปยังสื่อหลายสำนัก ก่อนจะหยุดเอาดื้อ ๆ อาจเป็นเพราะกระบวนการพ้นโทษยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ยังไม่ได้ใบบริสุทธิ์ที่ต้องใช้ในการเดินทางออกนอกประเทศ
แต่อีกด้านหนึ่งอาจถูกมองได้ว่าเป็น "ดีลลับ" ทางการเมือง ที่คนไทยจำนวนไม่น้อยเชื่อกันว่า เป็นเรื่องปกติของการเมืองไทยและผู้มีอำนาจ
ต้องไม่ลืมว่า คนอย่างนายทักษิณ ผ่านการเมืองมาโชกโชน มีคอนเนกชันทั้งภายในภายนอกอื้อ หากปล่อยไว้ให้เคลื่อนไหวได้อิสระ ถึงวันหนึ่งอาจกลายเป็นหอกข้างแคร่ได้ เพราะเป้าที่ชัดเจนสำหรับนายทักษิณ คือเคยประกาศไว้ "พรรคเพื่อไทย" ต้องกลับมาเป็นพรรคยอดนิยมอันดับหนึ่ง
ขณะที่พรรคเพื่อไทยปัจจุบัน ดูแลบริหารงานที่ครอบคลุมผู้คน 3 กลุ่มใหญ่ของประเทศ ทั้งภาคเกษตรและปศุสัตว์ ด้านการศึกษาตั้งแต่ระดับพื้นฐานถึงระดับมหาวิทยาลัย และด้านแรงงาน
หากทำได้บรรลุเป้า หรือสามารถดูแลคนใน 3 กลุ่มหลักนี้ได้ เท่ากับจะสามารถกุมฐานเสียงสนับสนุนไว้ได้ไม่น้อย
แม้บางช่วงเวลา อาจมี "งานเข้า" บ้าง หลังนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ โยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ไปเป็นผู้ตรวจ ก่อนจะโดนแฉเกี่ยวพันกับ หลานรัฐมนตรี แต่ด้วยความเก๋าเกม สุดท้ายเรื่องจบลงแบบอธิบดียอมถอย และนายสุริยะไปร่วมงานบวชอธิบดี
ขณะที่พรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ภายใต้การนำของ "ดร.เชน" กำลังขับเคลื่อนสร้างผลงานให้กับพรรคแบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นตัวช่วย บวกกับบุคลิกที่นุ่มนวล มีวิสัยทัศน์ ไม่เวอร์วังแบบนักการเมืองรุ่นเก่า
ต่างจากพรรคภูมิใจไทย แม้คุมกระทรวงใหญ่ ๆ แต่การขับเคลื่อนดูจะติด ๆ ขัด ๆ ไม่ว่าจะโครงการแลนด์บริดจ์ ที่แรงต้านยังไม่แผ่ว แม้จะตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นประธานศึกษาโครงการแทนรัฐมนตรีบ้านใหญ่
ส่วนกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรี เจอแรงเสียดทานตั้งแต่เรื่องมะพร้าวน้ำหอม ทุเรียน มังคุด ล่าสุด ประเทศมาเลเซีย ระงับนำเข้ากุ้งจากไทย เสียหาย 4 พันล้านบาท และไม่มีชื่อติดโผ 1 ใน 5 รัฐมนตรีที่มีบทบาทโดดเด่นจากสวนดุสิตโพลเดือน พ.ค.2569
ขณะที่โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี กำลังโดนฝ่ายค้าน พรรคประชาชนและภาคประชาสังคมต่อต้านและตั้งคำถามหนัก เรื่องล็อกสเปกหรือไม่ และความคุ้มค่าประมาณ 1.6 พันล้านบาทหรือไม่
แม้แต่ด้านนิติบัญญัติ เรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเด็น รวมทั้งการยังคงบทบาทและอำนาจของ สว. กรณีโหวตแก้รัฐธรรมนูญ
เท่ากับในทางปฏิบัติ พรรคภูมิใจไทยก็ยังไม่ไว้ใจพรรคเพื่อไทยอยู่ในที จึงได้เห็นการแสดงจุดยืนล่าสุด ไม่สนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย อ้างเนื้อหาอาจขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
แต่ในมุมมองของกูรูทางการเมืองส่วนหนึ่ง กลับยังเชื่อว่านายทักษิณเดินหน้าลุยงานการเมืองต่อ แทนที่จะถอยไปอยู่ดูไบ เนื่องจากอุปนิสัยเป็นคนไม่ชอบอยู่เฉยๆ ไม่เคยยอมแพ้
แต่เมื่อพรรคการเมืองที่สร้างมากับมือ ล่าสุดพรรคเพื่อไทยได้ สส. เข้าสภาเพียง 74 คน ต่ำที่สุดนับตั้งแต่พรรคไทยรักไทยเป็นต้นมา ย่อมจะยอมไม่ได้
นายทักษิณยังมั่นใจในศักยภาพของตนเอง เชื่อว่ายังมีเอฟซีและประชาชนจำนวนไม่น้อยยังชื่นชมและสนับสนุนนายทักษิณไม่เลิก อีกทั้งในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี, นายกฯ อบจ.ที่ผ่านมา นายทักษิณ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ยังช่วยให้ผู้สมัครของพรรค ชนะเลือกตั้งนายก อบจ. ถึง 10 จังหวัด จาก 16 จังหวัด แล้วมีหรือที่อยู่ ๆ ก็จะถอยไปอยู่ดูไบ
กูรูเหล่านี้ หลายคนสะท้อนด้วยว่า เวลาของการเป็นนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลบารมีเปี่ยมล้นของนายทักษิณ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว บ้านใหญ่ที่เคยอาศัยใบบุญ และเป็นฐานการเมืองให้ หนีไปซบบ้านใหม่ โดยเฉพาะค่ายสีน้ำเงินเกินกว่าครึ่งค่อนแล้ว
พร้อมเสนอแนะให้ "นายใหญ่" ยอมรับความจริง และส่งมอบพรรคเพื่อไทยให้คนรุ่นใหม่รับไป แล้วถอยห่างออกมา หากยังพยายามยุ่งเกี่ยวทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม รังแต่จะเกิดผลเสีย เพราะผู้บริหารพรรคจะไม่มีอำนาจจริง ขณะที่คนในพรรค ก็จะมองข้ามหัว มีอะไรจะสายตรงถึง "นายใหญ่" ขณะเดียวกัน ในยุคปัจจุบันคนรุ่นใหม่ ๆ แทบไม่รู้จักนายทักษิณแล้ว
ที่สำคัญจะส่งผลถึงความศรัทธาเชื่อมั่นที่ผู้คนมีต่อพรรค ทั้งที่ ดร.เชน อุตส่าห์ทำคะแนนนิยมสะสมขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งผลโพลของสวนดุสิตเดือน พ.ค.2569 ดร.เชน อยู่อันดับ 2 ของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด 5 อันดับแรก ที่ 29% เพิ่มจากเดือน เม.ย.2569 ที่ 28%
ตามหลังนายอนุทินอันดับ 1 ที่ได้ 37% ลดจาก 39% จากเดือน เม.ย.2569 ทำให้ห่างกันเพียง 8%
คะแนนนิยมและบทบาทที่โดดเด่นของ ดร.เชน ที่โดนใจผู้คน จึงอาจจะสูญเปล่าอย่างน่าเสียดายก็เป็นได้
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว :
ประจักษ์วิเคราะห์ : วัน "ทักษิณ" และครอบครัว แต่มิใช่ "ตลอดกาล"
"อนุทิน" ชี้ "ทักษิณ" พ้นโทษไม่ต้องกังวลมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล เชื่อวางมือจริง
"รุทธพล" ตั้ง คกก. 3 ฝ่ายพิจารณาปล่อย "ทักษิณ-นักโทษทั่วประเทศ"










