วันนี้ (5 มิ.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมร่วมกันหารือสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมข้ามชาติในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย การเงิน การฟอกเงิน และภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยการประชุมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
น.ส.รัชดา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ เครือข่ายยาเสพติด และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ซึ่งสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม และช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้ในหลายด้าน ผลงานสำคัญคือ ลดจำนวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จาก 34,478 คดี เหลือเพียง 16,920 คดี ลดลงกว่า 50.9 % และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน จาก 2,224 ล้านบาท เหลือ 513 ล้านบาท ลดลงกว่า 63.2% (ข้อมูล ณ เดือน ก.ค.2568 - พ.ค.2569) รวมทั้งมีการจับกุมผู้ต้องหาขบวนการสแกมเมอร์ 1,494 คดี ยึดเงินสดได้กว่า 57 ล้านบาท และสามารถช่วยเหลือเหยื่อได้ 808 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 2568 - 26 พ.ค.2569)
นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมและขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
รวมถึงรักษาความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ อีกทั้งยังเชื่อมั่นว่าทุกหน่วยงานตระหนัก และเข้าใจถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี แม้ว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพและความพร้อมในหลายด้าน แต่ยังมีปัจจัยและปัญหาบางประการ ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ และการก้าวไปข้างหน้า ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการเร่งแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
"รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุน การดำเนินงานของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ โดยคณะกรรมการอำนวยการชุดนี้ ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และมีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการ เพื่อกำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงาน ให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม" นายอนุทิน กล่าว
นายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่า ด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นของคณะกรรมการและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญต่าง ๆ ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ
ทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงจากหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ยุติธรรม การต่างประเทศ และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ตลอดจนผู้บริหารระดับสูง จากหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน หน่วยงานด้านไซเบอร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ เพื่อบูรณาการการทำงานในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาร่างคำสั่ง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 5 คณะ เพื่อนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ พิจารณาลงนามในคำสั่งต่อไป
1.) คณะอนุกรรมการตรวจสอบและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรมว.ยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ
2.) คณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมี รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานอนุกรรมการ
3.) คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ เป็นประธานอนุกรรมการ
4.) คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย โดยมีรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานอนุกรรมการ
5.) คณะอนุกรรมการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรมว.ยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ
อ่านข่าว :
ฝ่ายค้าน-สว.ยื่นตั้ง คกก.ไต่สวน ป.ป.ช.ปม "ศักดิ์สยาม" ซุกหุ้น
"อนุทิน" ชี้ "ทักษิณ" พ้นโทษไม่ต้องกังวลมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล เชื่อวางมือจริง
"ไชยชนก" คุย Meta เพิ่มตรวจจับปิดกั้นคอนเทนต์ สกัดไลฟ์อนาจาร

