ผลไม้ในปีนี้หลายชนิดที่ออกผลผลิตมาปริมาณมาก กรมการค้าภายในคาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีผลผลิตรวมกว่า 6 ล้านตัน ทำให้ต้องเร่งบริหารจัดการและสนับสนุนการบริโภคผลไม้ แม้จะมีผลไม้บางชนิด เช่น เงาะ ที่มีกระแสข่าวว่าราคาลดลง
วันนี้ (6 มิ.ย.2569) ผู้สื่อข่าวสำรวจบริเวณแผงขายผลไม้ภายในตลาดไท สอบถาม "โสพิญ แจ้งชัด" แม่ค้าผลไม้ กล่าวถึงราคาขายในปีนี้ว่า ราคาเงาะลดลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ถือว่าราคากลับมาเป็นปกติแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ คือการดูแลเรื่องราคา เพื่อให้ลูกค้ามีเงินจับจ่ายผลไม้ในราคาที่จับต้องได้
ขณะที่ "เรณู สิทธิชาญชัย" แม่ค้าทุเรียน กล่าวว่า ผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกกำลังจะหมดช่วง และทุเรียนจากภาคใต้เข้ามา ซึ่งผลไม้ชนิดนี้ได้รับความนิยม เพราะที่ร้านส่งขายไปที่จีนด้วย ส่วนในประเทศก็มีพ่อค้าแม่ค้าจากต่างจังหวัด เข้ามารับซื้อต่อเนื่อง
ด้าน นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า แคมเปญ “Thailand : The Land of Tropical Fruits 2026” เพื่อรณรงค์บริโภคผลไม้ไทยทั่วประเทศ โดยดำเนินมาตรการเชิงรุกตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทางการเกษตรอย่างใกล้ชิด
ทั้งมะพร้าว มะม่วง ทุเรียน มังคุด เงาะ และผลไม้สำคัญอื่น ๆ ที่จะออกสู่ตลาดในช่วงต่าง ๆ ของปี เพื่อวางแผนรองรับล่วงหน้าและป้องกันปัญหาราคาตกต่ำ เพราะปีนี้ผลไม้หลายชนิดมีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยบางชนิดเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 30
สำหรับมะพร้าว ซึ่งเป็นผลผลิตสำคัญช่วงต้นปี กรมการค้าภายในได้ดำเนินโครงการล้งชุมชนในพื้นที่ จ.ราชบุรี พร้อมใช้กลไกตลาดเข้ามาช่วยรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร โดยกำหนดราคารับซื้อหน้าสวนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 15 บาทต่อลูก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว
ขณะที่ในพื้นที่ จ.จันทบุรี จัดตั้งลานประมูลมังคุดแล้วเสร็จ และเริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขยายจุดรวบรวมและคัดแยกผลไม้ ไปยังจังหวัดสำคัญในภาคตะวันออกและภาคใต้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม
“ปีนี้ประเทศไทยมีผลผลิตผลไม้รวมประมาณ 6 ล้านตัน โดยกรมการค้าภายใน ตั้งเป้าบริหารจัดการและดูดซับผลผลิตผ่านมาตรการต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 1 ล้านตัน ผ่านกลไกตลาดกลางและเครือข่ายผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยเฉพาะตลาดไท ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งหลักของประเทศ ในช่วง 4 เดือนแรกของปีสามารถช่วยดูดซับผลผลิตได้แล้วกว่า 500,000 ตัน”
นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ประสานผู้ประกอบการห้างค้าส่งค้าปลีก และผู้ค้าผลไม้รายใหญ่ เข้าร่วมรับซื้อผลไม้ไทย ทั้งทุเรียน มังคุด ลิ้นจี่ และลองกอง ควบคู่กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนบริโภคผลไม้ไทยเพิ่มขึ้น และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค พร้อมเร่งผลักดัน “ผลไม้ซูเปอร์จิ๋ว” เช่น ทุเรียนลูกเล็ก และมังคุดลูกเล็ก ซึ่งในอดีตมักถูกมองว่าเป็นผลผลิตที่มีมูลค่าต่ำ และประสบปัญหาราคาตกต่ำ
แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ช่วยลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและทำให้ผู้ประกอบการกล้ารับซื้อผลผลิตในราคาสูงขึ้น
ส่วนสถานการณ์เงาะในปีนี้ อธิบดีกรมการค้าภายใน ยอมรับว่า ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าบางแห่ง โดยเฉพาะตลาดส่งออกสำคัญอย่างเวียดนามที่ชะลอตัวลง ประกอบกับผลผลิตเงาะออกสู่ตลาดในช่วงเดียวกับทุเรียนและมังคุด ทำให้การระบายสินค้าอาจไม่คล่องตัวเท่าที่ควร
อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายใน ได้เร่งเชื่อมโยงผู้ซื้อผ่านตลาดกลาง ตลาดสด ห้างค้าปลีกค้าส่ง และโมเดิร์นเทรด เข้ารับซื้อผลผลิตจากสวนโดยตรง เพื่อช่วยระบายผลผลิตและลดผลกระทบต่อเกษตรกร ซึ่งขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และราคาหน้าสวนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ก
ขณะเดียวกันกรมการค้าภายใน ยังติดตามสถานการณ์ราคากุ้งอย่างใกล้ชิด หลังผู้เลี้ยงกุ้งในภาคใต้เผชิญความท้าทายจากตลาดส่งออก โดยได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคกุ้งไทยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตภายในประเทศ พร้อมทั้งเตรียมขยายตลาดส่งออกใหม่เพิ่มเติม ควบคู่กับการทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหาตลาดรองรับผลผลิตในต่างประเทศและลดผลกระทบต่อเกษตรกรในระยะยาว
อ่านข่าว :
แม่สะเรียงเปิดเส้นทางโพซอ-เสาหิน หลังฝนตกหนักถนนถูกตัดขาด เตือนรับมือฝนระลอกใหม่
ผบช.ภ.7 แถลงคดี "น้ององุ่น" พี่สาวทำร้ายเสียชีวิต ก่อนน้านำร่างไปทิ้งอำพราง

